ข่าว

ม็อบชาวนาลุกฮือปิดถนนชัยภูมิ-สีคิ้วอัมพาตแล้ว

ม็อบชาวนาลุกฮือปิดถนนชัยภูมิ-สีคิ้วอัมพาตแล้ว

03 มี.ค. 2553

ม็อบชาวนาชัยภูมิ จาก 4 อำเภอ กว่า 500 คน ฮือปิดถนนชัยภูมิ-สีคิ้ว ประท้วงรัฐบาลแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำไม่คืบ ทำให้รถติด ถนนกลายเป็นอัมพาต ตลอดทั้งสายช่วงขาเข้าจาก จ.นครราชสีมา และขาออก จ.ชัยภูมิ ยังใช้การไม่ได้ จนกว่าจะได้คำตอบจากรัฐบาล ชาวนาปากน้ำโพเร่งนำข

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 มี.ค. ได้มีกลุ่มชาวนาจาก 4 อำเภอ จ.ชัยภูมิ ประกอบด้วย อ.เมืองชัยภูมิ,อ.เนินสง่า,อ.บ้านเขว้า และอ.จัตุรัส กว่า 500 คน นำโดยนายแดง พระลาศัย  อายุ 43 ปี ชาวนาบ้านโคกแพงพวย หมู่ 15 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ พาราษฎรออกมารวมตัวชุมนุมประท้วงหน้าตลาดสดเทศบาล ต.บ้านค่าย ติดถนนชัยภูมิ-สีคิ้ว อ.เมืองชัยภูมิ เพื่อเรียกร้องขอความคืบหน้าต่อนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ หลังเคยยื่นเรื่องผ่านผู้ว่าฯไปถึงรัฐบาลใช้ช่วยเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำในปัจจุบัน มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา

 นายแดง พระลาศัย  อายุ 43 ปี  เปิดเผยว่า หลังเคยยื่นเรื่องต่อทางผู้ว่าฯผ่านถึงรัฐบาล และมีการนัดว่าจะให้คำตอบในวันนี้ ในเวลา 10.00 น. แต่ยังไม่มีหน่วยงานทางจังหวัดใดๆลงมาให้คำตอบต่อชาวบ้านได้ ซึ่งมีการเรียกร้องช่วยลงมาแก้ปัญหาปรับราคารับซื้อข้าวเปลือกโดยไม่จำกัดเปอร์เซ็นต์ความชื้น ตันละ 12,000 บาท หรือกิโลกรัมละ 12 บาท ซึ่งปัจจุบันชาวนาเดือดร้อนและอยู่ไม่ได้เพราะราคาข้าวตกต่ำมากอยู่ที่กิโลกรัมละ 6.50 บาท แต่มาจนวันนี้ยังไม่มีคำตอบเรื่องการช่วยเหลือชาวนาออกมาเลย ทั้งๆที่มีการนัดหมายไว้แล้ว

 กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาทุกคนจึงขอปิดถนนสายชัยภูมิ-สีคิ้ว ไว้ก่อนจนกว่าจะได้คำตอบตามข้อเรียกร้อง ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานใดลงมาให้ความสนใจเลย และขอยืนยันว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องการฝ่ายการเมืองใดๆ ถ้ารัฐบาลแก้ไขตามข้อเรียกร้องเราชาวนาทุกคนก็พร้อมจะสลายตัวทันที

 ด้านบรรยากาศของกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้ได้ใช้รถไถ และเต้นท์มากางขวางถนนสายชัยภูมิ -สีคิ้ว ทั้ง 2 เลน ทั้งหมดแล้ว ซึ่งทำให้รถที่จะสัญจรผ่านเส้นทางนี้ไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านได้เลย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านค่าย จึงเร่งระดมเจ้าหน้าที่ออกไปประจำจุดเพื่อเตือนผู้เดินทางผ่านถนนสายนี้ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ระหว่างช่วงขาเข้ามาจ.นครราชสีมา ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงเข้าบ้านโนนจาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส ผ่านเข้าอ.บ้านเขว้า ออกมาทางห้าแยกโนนไฮ ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ แทนแล้ว และส่วนผู้ที่จะเดินทางผ่านขาออกก็ให้ผ่านเข้าถนนสายห้อาแยกโนนไฮ ผ่านออกอ.บ้านเขว้า ออกบ้านโนนจาน ต.ละหาน แทนไปก่อนในช่วงนี้

 ผลการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่เป็นผล โดยนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากกรมการค้าภายในและพาณิขย์จ.ชัยภูมิ เข้าลงไปขอเจรจาต่อกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว และยังไม่มีผลเป็นที่คืบหน้า เนื่องจากการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ทางหน่วยงานในระดับจังหวัดไม่มีอำนาจตัดสินใจ และต้องรอระหว่างการประสานงานจากรัฐบาลที่จะเป็นผู้ให้คำตอบได้เท่านั้น ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมชนก็ยังยืนยันว่าจะปิดถนนสายชัยภูมิ-สีคิ้ว ไปจนกว่าจะได้คำตอบจากรัฐบาล

ชาวนาปากน้ำลุกฮือชี้ถูกหลอก-รัฐยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำทำให้ชาวนาในอำเภอชุมแสง อำเภอเก้าเลี้ยว และอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ กว่า 1000 นำรถอีแต๋น รถไถนา มาปิดสะพานเดชาติวงศ์ เรียกร้องให้ทางจังหวัดมาแก้ปัญหาราคาข้าวให้ โดยเมื่อวานนี้นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัด รับปากชาวนาว่าจะจ่ายเงินชดเชยให้ชาวนาสามารถขายข้าวได้ตันละ 9,074 บาท จะตั้งจุดรับซื้อ 5 จุดกระจายในอำเภอชุมแสง 3 แห่ง ท่าตะโก 1 แห่ง และเก้าเลี้ยว 1 แห่ง ซึ่งชาวนาก็พอใจยอมสลายกรชุมนุมไป โดยบอกว่าหากจังหวัดไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่รับปากจะมาชุมนุมกันอีก

 ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มี.ค.2553 นางสาวพัตถาพรณ์ ไชยานุพงษ์ การค้าภายในจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ตรวจความพร้อมจุดรับซื้อข้าวตามโรงสีที่ร่วมโครงการในอำเภอชุมแสง 3 แห่ง เก้าเลี้ยว 1 แห่ง และท่าตะโก 1 แห่ง รวม 5 แห่ง ปรากฏว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนนำข้าวมาขายต่อเนื่อง เพราะว่าชาวนากำลังเก็บเกี่ยวข้าวออกสู่ตลาดช่วงนี้พอดี โดยวันนี้โรงสีรับซื้อจากชาวนาความชื้นร้อยละ 15 ตันละ 8,800 บาท ความชื้นร้อยละ 25 ตันละ 7,480 บาท และความชื้นร้อยละ 30 รับซื้อต้นละ 6,820 บาท ซึ่งชาวนาสามารถนำใบประทวนมารับเงินสดชดเชยได้ตันละ 926 บาททุกรายทันที

 นายวิฑูรย์ โมลาสุข ชาวนาในอำเภอเก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ชาวนาก็จำใจขายข้าว แต่เมื่อเกี่ยวข้าวมีจุดรับซื้อแน่นอน ได้ราคาแน่นอนแม้ว่าจะไม่ได้เท่าราคาประกันก็รู้สึกพอใจ จึงยอมขายข้าวไปวันนี้ 10 ตัน ได้ตันละ 7,480 บาท ได้เงิน 78,000 บาท รวมกับเงินค่าชดเชยอีกตันละ 926 บาท เป็นเงิน 9,260 บาท รวมได้เงินกลับบ้านไปใช้หนี้ 87,260 บาทรู้สึกพอใจ ถึงแม้ว่าโครงการประกันราคาจะไม่ดีเท่าโครงการรับจำนำ เพราะขายข้าวไม่คุ้มทุนทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่ารถเกี่ยว ที่แพงขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ยังดีกว่าก่อนหน้านี้ที่ชาวนาไม่รู้จะขายข้าวที่ไหน จุดรับซื้อก็ไม่มี การชดเชยก็ไม่แน่นอน ชาวนาจึงประท้วงกันเพราะราชการทำงานช้ากว่าชาวนาที่ข้าวออกสู่ตลาดทุกวัน

 ด้านนางสาวพัตถาพร เปิดเผยว่า เวลานี้มีโรงสีร่วมโครงการจำนวน 14 แห่งแล้วจะกระจายไปตามอำเภอต่างๆ เพื่อรองรับการซื้อข้าวจากชาวนาตามจุดต่างๆ โดยชาวนาที่นำข้าวมาขายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-15 มีนาคม 2553 จะได้รับเงินชดเชยตันละ 926 บาท หากผ่านช่วงเวลาดังกล่าวแล้วจะประกาศตัวเงินชดเชยใหม่อีกครั้ง ซึ่งเงินชดเชยจะไม่เท่ากันในแต่ละช่วงแล้วแต่กระทรวงจะประกาศออกมา ซึ่งจากนี้ อ.ต.ก.และ อคส. จะตั้งจุดรับซื้อข้าวตามมาตรการของรัฐบาลเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปี 2552/2553 โดยข้าวเปลือกเจ้าความชื้นร้อยละ 15 รับซื้อตันละ 9,074 บาท ความชื้นร้อยละ 25 รับซื้อตันละ 8,474 บาท หากความชื้นสูงขึ้นก็จะลดไปตามเงื่อนไข ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาได้

 ส่วนนายไวยวิทย์ โรจนศศิธร แกนนำชาวนาในอำเภอชุมแสง บอกว่า เมื่อวานนี้ผู้ว่าราชการจังวัดนครสวรรค์ รับปากชาวนาว่าจะแก้ไขปัญหาราคาข้าวให้ชาวนา โดยรับปากว่าจะชดเชยเงินส่วนต่างให้ชาวนา ให้ขายข้าวได้ตันละ 9,074 บาท โดยบอกว่าหากชาวนขายข้าวได้ตันละเท่าไหร่ ก็มารับเงินชดเชยไปจนครบ 9,074 บาท ซึ่งชาวเหมือนไม่มีทางเลือก แถมเข้าใจผิดในตัวเลขต่างๆที่ทางจังหวัดนำมาอ้าง จึงยอมสลายการชุมนุม เมื่อวานนี้ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ไม่แน่นอน ถาวร เพราะหากชาวนาขายข้าวได้ตันละ 6-7 พันบาท จะไปรับเงินที่ใครอีก 2-3 พันบาทต่อตัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ตนพยายามทำความเข้าใจชาวนาเมื่อวานนี้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดยอมสลายการชุมนุม ตนคิดว่าไม่นานชาวนาก็ออกมาเต็มถนนอีกแน่นอน หากการแก้ปัญหายังไม่ถูกจุดตรงประเด็นอย่างนี้