
เฉลิม"กลับลำพร้อมนำซักฟอกด่าพวก111เลิกยุ่ง
"เฉลิม" กลับลำพร้อมนำอภิปรายซักฟอก หลังพรรคมีมติไม่เอาคนนอกเสนอเป็นนายกฯแนบอภิปรายฯ ด่ากราดพวก111 เลิกยุ่งกับพรรค ระบุทักษิณจบด้วยนิรโทษกรรมและอภัยโทษ
(3มี.ค.) ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติว่าจะไม่นำคนนอกมาแนบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขอบคุณสมาชิกที่ฟังข้อเสนอแนะ ตนมองการเมืองไปข้างหน้า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในสภา เพราะฉะนั้นพรรคต้องมีหลักเกณฑ์และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย หากเอาคนภายนอกพรรคมาแนบชื่อหากเลือกตั้งครั้งหน้าแล้วพรรคจะหาเสียงอย่างไร ตนคิดถึงวันข้างหน้า ไม่ได้คิดวันนี้ หากพรรครับแนวคิดของตนก็หมดเงื่อนไข ตนก็ต้องมาร่วมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน แค่พรรคฟังตนก็ดีใจแล้ว คิดถึงพรรค ไม่ได้เข้าพรรคตั้ง 3 สัปดาห์ ส่วนพรรคจะมอบหมายหน้าที่ให้ทำแค่ไหนเพียงใดไม่มีปัญหา ตนพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของพรรค ส่วนชื่อบุคคลที่จะแนบก็นำไปโหวตกัน หากสมาชิกจะสนับสนุนให้ใครเรื่องก็จบ
“ผมอยากบอกสมาชิกตอนหนึ่งบางคน พวกคุณได้ดีมาเพราะท่านทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกฯ)คุณเป็นรัฐบาลจนเคยชิน พอมาเป็นฝ่ายค้าน ทำตัวไม่ถูก บางคนเล่นการเมืองไม่เป็น เมื่อคุณไม่มีหน้าที่ เล่นการเมืองไม่ได้ถอยออกไปซะ อย่ามาทำให้พรรคปั่นป่วน และมีทายาทอยู่ในพรรค ก็มาทำให้ยุ่งทำไม เสียเวลาไป 3 สัปดาห์แค่คนนอกคนในเท่านั้น ถอยออกไปเถอะ ครบ 5 ปีค่อยกลับมาใหม่ อย่าทำตัวเป็นแม่นาคพระโขนง ให้เณรจิ๋วเหนื่อยต้องเรียกวิญญาณลงหม้อ มันถึงยุ่ง ถ้าฟังผมแต่ต้นทำงานได้เยอะแล้ว มัวแต่อิรุงตุงนัง ผมไม่ง้อ การเมืองไม่มีสิทธิงอน แต่ต้องเคารพเหตุผลซึ่งกันและกัน”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือว่าเป็นการลดบทบาทของร.ต.อ.เฉลิม หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ ตนไม่ได้มีบทบาทอะไร คุณวรวัจน์เป็นคนเก่งเพราะเป็นอดีตรัฐมนตรีและเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตนเห็นด้วย และคนในพรรคก็เก่งกันทั้งนั้น ส่วนที่ระบุว่าจะมีการอภิปรายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯคนเดียวคงเป็นการเข้าใจผิดกัน อาจไม่ใช่ 3 คนแต่เป็น 4 คน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถ้าไม่มี นายอภิสิทธ์ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ไม่มีโดนชาวบ้านด่าพรรคแน่ ส่วนอีกคนขอเวลานิดหนึ่ง
“การทำหน้าที่ของผมในสภาไม่เชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของเสื้อแดง เพราะแนวคิดของพรรคยึดสภาเป็นหลัก และอวยพรให้คนเสื้อแดงโชคดี เลิกเสียทีผลิตผลทางการเกษตร ถนนไร้ฝุ่นเลิกคิด แต่งตั้งโยกย้ายแค่น้ำจิ้ม ไม่ใช่อาหารหลัก มันมีใครจ่ายตังค์เป็นเช็ค แต่ใจผมคิดว่าไม่ควรรีบยื่น เพราะเดี๋ยวข้อมูลจะมาเรื่อยๆ ขนาดตอนนั่งรถมายังมีคนบอกว่าจะนำข้อมูลมาให้“ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ามีเอกสารบางอย่างในสำนวนคดีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 258 ล้านบาทหายไปบางส่วน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถ้าหายไปตนมีเพิ่มให้ เพราะมันอยู่ที่ตน กลัวอะไรหาย เขาเอาประเด็นเดียวว่าเงินที่ได้มาไม่ได้เข้าบัญชีพรรคประชาธิปัตย์ ตนจึงถามว่าตอนที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.เชียงราย เอาเงินในกระเป๋าจ่ายไปหมื่นบาทยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้กำหนดวันเลือกตั้ง ไปยุบพรรคพลังประชาชน และเงิน 258 ล้านบาท ตนไม่ได้คาดหวัง ตนคาดหวัง 23 ล้านบาท เงินของกกต.ที่ทำนิติกรรมอำพรางว่าจ้างปลอม อันนี้ช่วยกันยาก ฝากบอกไปยังกกต.ถ้ายังหาหลักฐานไม่เจอ ยังไม่มั่นใจ ยังงงงวย รอตนอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้งแล้วจะหูตาสว่าง แน่จริงยกไปเลย ไม่กล้าหรอก 23 ล้านบาทติดปีกก็บินไม่พ้น 258ล้านบาทยังถูๆ ไถๆ โธ่พร้อมพงศ์น้องรักไปอยู่ไหนมาว่าเอกสารหาย ให้หายไปเถอะเพราะทั้งหมดอยู่ที่ตนมีดีกว่านั้นอีก
เชื่อไม่มีบัญชีดำย้ำสถานการณ์การเมืองระยะยาวไม่แรง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงคำพิพาษกาคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการอุทธรณ์ว่า คดีพ.ต.ท.ทักษิณ ตนไม่ขอวิจารณ์เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว รอให้ฝุ่นหายตลบแล้วทุกคนจะเห็นความจริง เมื่อถึงเวลานั้นสื่อค่อยมาถามตนอีกครั้ง เมื่อถามต่อว่า ขณะนี้ท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ มีการมองถึงการร้องศาลโลกและการให้คนเสื้อแดงเข้าชื่อถอดถอนองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ขอวิจารณ์เพราะหากพูดไปเกรงจะต้องติดคุก อย่ามาถามตนเลย ตนไม่กล้าพูด
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ฝ่ายรัฐบาลจัดทำบัญชีดำ 212 คน ที่เป็นฝ่ายสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีบัญชีดำ ถ้ามีควรจะมีแต่บัญชีแดง สื่อมวลชน เมื่อถามต่อว่าได้ทราบข้อมูลเหตุระเบิดธนาคารกรุงเทพหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่มีฝ่ายข่าว แต่ทราบข้อมูลมาจากคนที่มีการข่าว โดยมีข้อมูลว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่ใช่คนทำ คนเสื้อแดงก็ไม่ใช่คนทำ ฝ่ายที่ทำคือฝ่ายที่หวังจะสร้างเงื่อนไขให้รัฐบาลปราบปรามคนเสื้อแดงได้ง่ายขึ้น คนพวกนี้คือคนที่ไม่เคยใส่เสื้อสีน้ำเงินแล้วเพิ่งจะมาใส่ เป็นพวกคาบลูกคาบดอก นี่แหล่ะเป็นคนทำ รัฐบาลควรไปจัดการกับหน่วยข่าวกรองของตัวเองที่เป็นพวกปัญญาทึบ อ่านข่าวจากสื่อมวลชนแล้วเอามาวิเคราะห์
“ทักษิณ”จบด้วยนิรโทษกรรมและอภัยโทษ
เมื่อถามยังเชื่อว่าสถานการณ์หลังคดียึดทรัพย์จะไม่มีเหตุรุนแรงอยู่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ระยะยาวเชื่อว่าเรื่องนี้จะจบด้วยดีไม่มีอะไร ขอให้จำไว้ว่า เรื่องนี้ที่สุดแล้วจะจบด้วยการนิรโทษกรรมและการอภัยโทษ สุดท้ายรัฐบาลจะไม่มีการปราบปราม คนเสื้อแดงก็จะไม่ก่อเหตุร้าย ทุกคนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงออกมาระบุว่าอาจต้องมีการดูแลครอบครัวของรัฐมนตรีหากเกิดหตุรุนแรง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นายสุเทพอาจถูกแม่บ้านดุว่ากลับบ้านดึกจึงไปตั้งสมมติฐานว่าคนเสื้อแดงจะก่อเหตุถึงขนาดต้องมีการคอยดูแลครอบครัวเรื่องนี้ไม่มีอะไร
ชี้สรรพากรอายัดเงินโอ๊ค-เอมไม่ได้ เพราะศาลฎีกาชี้แล้วเงินทักษิณ
ส่วนกรณีที่มีการคาดการณ์จากหลายฝ่ายว่าสุดท้ายแล้วพ.ต.ท.ทักษิณ อาจได้รับเงินคืนไม่มากเนื่องจากมีภาระรับผิดชอบภาษีในส่วนของบุตรที่ต้องจ่ายให้กรมสรรพากรประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในฐานะอดีตรมว.ยุติธรรมมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องแล้วไปให้สัมภาษณ์ แล้วเอามาพูดว่าสุดท้ายพ.ต.ท.ทักษิณจะไม่เหลืออะไร ความจริงแล้วกรมสรรพากรได้อายัดเงินในส่วนของนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร ไว้ก่อนที่ศาลฎีกาฯ จะมีคำพิพากษา เมื่อศาลตัดสินว่าเงินเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงจะไปเก็บภาษีกับบุตรชายและบุตรสาวของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ไม่ต้องคืนเงินทั้งหมด
"ส่วนคดีอื่นๆ ก็ต้องว่ากันไป จะไปเขียนก่อนว่าพ.ต.ท.ทักษิณต้องติดคุก 26 ปี ไม่ได้ ถ้าไปพูดล่วงหน้าคนพูดนั่นแหละจะติดคุก ส่วนกรณีที่นายกฯ พูดทำนองว่ามีการสั่งการให้เปิดช่องกฎหมายให้ยึดทรัพย์เพิ่มจากคดีต่างๆ เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ไม่ควรพูด เรื่องนี้ไม่ต้องมีคำสั่งป.ป.ช.ก็ทำอยู่แล้วจะไปพูดทำไม" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ยื่นญัตติซักฟอกมี.ค.แล้วแต่พรรค แย้มรับผิดชอบเชือด 4 รมต.
เมื่อถามว่า กรณีที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือนมีนาคม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้แล้วแต่พรรค หากมองเรื่องความเหมาะสม ตนก็ยอมรับได้ ส่วนกรณีที่พรรคตั้งคณะทำงานเตรียมการอภิปรายฯมาอีกหนึ่งชุด โดยมีนายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย อยู่ในคณะทำงานด้วย จะต้องส่งข้อมูลให้คณะกรรมการกลั่นกรองชุดของร.ต.อ.เฉลิมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะข้อมูลก็ให้มีการรับผิดชอบ เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลรั่วไปด้วย นายวรวัจน์ก็เป็นคนเก่ง พรรคเพื่อไทยก็มีคนเก่งเยอะช่วยกันทำงาน ถือเป็นเรื่องดีที่มีคณะกรรมการ 2-3 ชุด จะได้ช่วยกันทำงาน ส่วนตัวมองว่าส.ส.สามารถทำงานในสภาได้ทุกคนแต่ต้องไม่ลืมว่า สภาก็เป็นทั้งสร้างและที่ฆ่า ไม่ใช่ว่าจะเกิดกันง่าย ส่วนตนมีความพร้อมอย่างถึงที่สุด หากพรุ่งนี้มีการอภิปรายฯก็สามารถพูดได้เลย และขณะนี้เตรียมไว้ข้อมูลในส่วนของตัวเองไว้แล้ว คือมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายฯอยู่ในความรับผิดชอบจำนวน 4 คน คือ นายอภิสิทธิ์ นายกษิตย์ นายชวรัตน ส่วนอีกคนขอไม่บอกตอนนี้เดี๋ยวรู้ตัว แต่รับรองไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะตนจะเล่นการเมืองอีกแค่ 2 ปี
เพื่อไทยพร้อมยื่นญัตติซักฟอกปลายมี.ค.
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวยืนยันว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในปลายเดือนมีนาคมนี้ และขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือภายในพรรค เพื่อเร่งดำเนินการในส่วนของข้อกฎหมายและตัวบุคคลที่จะอภิปรายว่ามีกระทรวงใดบ้าง ส่วนรายชื่อบุคคลที่จะแนบในญัตติขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิก ทั้งนี้ ได้แจ้งให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย รับทราบแล้ว
นายวิทยา กล่าวด้วยว่า ข้อมูลหรือประเด็นในการยื่นอภิปรายอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ตรงกันกับที่เป็นข่าวอยู่ เช่น เรื่องจีที 200 และอัลฟา 6 การคอรัปชั่นเชิงนโยบาย โครงการต้นกล้าอาชีพ โครงการไทยเข้มแข็ง รวมทั้งประเด็นที่ลึกลงไป คือการใช้อำนาจรัฐในทางที่มิชอบที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ การเอื้อประโยชน์ และเรื่องเงิน 8 แสนล้าน ที่เป็นปัญหาอยู่



