ข่าว

ภักดีชี้ยึดทรัพย์ทักษิณเข้าคลังไม่เกี่ยวปปช.

ภักดีชี้ยึดทรัพย์ทักษิณเข้าคลังไม่เกี่ยวปปช.

03 มี.ค. 2553

ป.ป.ช.ตั้ง "ภักดี" เป็น ปธ.คณะอนุกรรมการไต่สวนคดี "ทักษิณ" หลังศาลฎีกาฯพิพากษายึดทรัพย์กว่า 4.6 หมื่นล้านบาาท โดยเริ่มประชุมนัดแรก 4 มี.ค.นี้ ไอซีทีตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงตามคดียึดทรัพย์แล้ว กรมบัญชีกลางเตรียมหารือปปช.1-2วันนี้ กต.ชี้มีช่องทางขอตัวทักษิ

(3มี.ค.) นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 4.6 หมื่นล้านบาท ว่า ตนได้รับมอบหมายจากที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนในเรื่องที่เกี่ยวกับคำพิพากษายึดทรัพย์ 4 เรื่องคือ 1.การไต่สวนพ.ต.ท.ทักษิณกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินอันเป็นเท็จ 2.การแก้ไขสัญญาอัตราจัดเก็บภาษีบัตรเติมเงินมือถือแก่บริษัท เอไอเอส โดยมิชอบ 3.การแก้ไขสัญญาเชื่อมต่อสัญญาณหรือโรมมิ่งแก่เอไอเอส และ 4.การอนุมัติโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์โดยมิชอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอคำพิพากษาศาลฎีกาฯอย่างเป็นทางการ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบสำนวนคดี โดยคาดว่าจะได้คำพิพากษามาในสัปดาห์หน้า

 ทั้งนี้เมื่อได้คำพิพากษามาประกอบจะทำให้คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ทำงานได้ง่ายขึ้น โดยจะพิจารณาว่า แต่ละคดีมีข้อมูลเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแก่ใครได้บ้าง หรือจำเป็นต้องสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามทั้ง 4 คดี มีเพียงคดีเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จเรื่องเดียวเท่านั้น ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ถูกกล่าวหา ส่วนอีก 3 คดี นั้นเป็นการกล่าวหาอดีตรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวง คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ไม่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยในส่วนของคดีที่เกี่ยวกับการอนุมัติดาวเทียมไอพีสตาร์โดยมิชอบนั้น มีการกล่าวหา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รวมอยู่ด้วย

 นายภักดี กล่าวว่า ส่วนคดีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จฯของพ.ต.ท.ทักษิณในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.จะนัดประชุมกันในวันที่ 4 มี.ค.นี้  ซึ่งคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.จะนำคำพิพากษาของศาลฎีกาฯที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ถือครองหุ้นตัวจริง แต่ใช้ชื่อผู้อื่นถือครองแทนมาใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก โดยทั้ง 4 คดีที่ตนรับผิดชอบเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนนั้น จะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการไต่สวนพยานหลักฐานเบื้องต้นในคดีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ ของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.พบว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีพฤติการณ์เข้าข่ายการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จฯต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึง 9 ครั้ง ระหว่างปี 2544-2549 ได้แก่ 1.กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ตอนเข้ารับตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 1 ปี ในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2544  2.กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ตอนเข้ารับตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งนายกฯครบ 1 ปี สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2548  และ 3.กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินในสมัยเป็น รมว.ศึกษาธิการ ตอนเข้ารับตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่ง และพ้นตำแหน่งครบ 1 ปี โดยหากพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ ก็จะมีโทษตามมาตรา 34 ของพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 คือ ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และมีโทษตามมาตรา 118 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไอซีทีตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงตามคดียึดทรัพย์แล้ว

 ร.ต.(หญิง)ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโทโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวภายหลังเรียกประชุมคณะผู้บริหารประจำกระทรวง ว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ โดยมีนักกฎหมาย นักการเงิน และตัวแทนดีเอสไอ เข้าร่วม ซึ่งจะนำคำพิพากษามาพิจารณาว่า บุคคลใดกระทำผิดลักษณะใด รวมทั้งเกิดความเสียหายเป็นเงินเท่าใด พร้อมรายงานให้รัฐมนตรีทราบเป็นระยะ

 ทั้งนี้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงไอซีที มีด้วยกัน 3 ส่วน คือ การแปรค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต การแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน และการอนุมัติการใช้สัมปทานดาวเทียม ซึ่ง 2 ส่วนแรกเกี่ยวข้องกับ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบ ส่วนดาวเทียมจะเกี่ยวข้องกับกระทรวงโดยตรง ในฐานะคู่สัญญากับ บริษัท ชินแซทเทลไลท์

 อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่าภายใน 30 วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ หากไม่ยื่นจะดำเนินการไปตามขั้นตอนการฟ้องแพ่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุถึงตัวเลขได้ แต่โดยหลักการรัฐต้องไม่เสียหาย

กรมบัญชีกลางเตรียมหารือปปช.1-2วันนี้

 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปศึกษาคำพิพากษา เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในการยึดทรัพย์ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรมบัญชีกลาง จะเดินทางไปหารือร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 1 – 2 วันนี้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อมูลจากสถาบันการเงินทุกแห่งที่เกี่ยวข้องในส่วนของการดำเนินการยึดทรัพย์จำนวน 46,373 ล้านบาท ตามคำสั่งศาล เพื่อนำส่งเงินเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป โดยเบื้องต้นคาดว่า จะมีทั้งเงินสด หน่วยลงทุน และหุ้น

 นอกจากนี้ กรมบัญชีกลาง จะต้องดำเนินการตรวจสอบทุกส่วน ตามคำพิพากษาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับผิดทางละเมิดอย่างไรบ้าง และมีเจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมกระทำความผิดทางละเมิดอย่างไรบ้าง ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน จะสรุปผลได้ทั้งหมด จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งที่มีนายสถิต ลิ่มพงษ์พันธ์ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ชี้ขาดว่า มีความเสียหายเท่าใดและต้องมีความรับผิดเท่าใด

 "ภักดี"ชี้ยึดทรัพย์ทักษิณเข้าคลังไม่เกี่ยวปปช.

 นายภักดี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุว่าจะเข้าหารือกับ ป.ป.ช. ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 46,373 ล้านบาท เข้าคลังเพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากอธิบดีกรมบัญชีกลาง อย่างไรก็ตามในเรื่องการนำเงินเข้าคลังนั้นไม่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. แต่เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาระบุไว้และสามารถดำเนินการได้เลย หรือหากหน่วยงานราชการอื่นมีกรณีหรือหลักฐานใหม่เพิ่มเติมก็ให้แต่ละหน่วยงานสามารถดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งได้เช่นกัน แต่ในส่วนของ ป.ป.ช. จะดำเนินการในเรื่องคดีอาญาที่เกี่ยวกับการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตเท่านั้น และขณะนี้ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่ใน 4 เรื่องดังกล่าว

กต.ชี้มีช่องทางขอตัวทักษิณมาดำเนินคดีมากขึ้น

 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าววันที่ 3 มีนาคมถึงความคืบหน้าการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินยึดทรัพย์ จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทโดยยอมรับว่า มีช่องทางมากขึ้นกว่าเดิมของฐานความผิดต่างๆ

 ส่วนการขอแลกเปลี่ยนตัวผู้ร้ายลักษณะต่างตอบแทน ระหว่างนายไมเคิล ไบรอัน สมิธ ผู้ต้องหาชาวอังกฤษ ในคดีฉ้อโกงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท กับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น กระทรวงการต่างประเทศต้องรอให้อัยการสรุปผลการตัดสินจากศาลฎีกา ถ้าหากเป็นฐานความผิดเดียวกันก็สามารถดำเนินการได้ทันที

 นายชวนนท์ กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าการทำสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับรัฐบาล ยูเออี ว่า ขณะนี้มีความคืบหน้ามาก คาดว่าจะสามารถลงนามระหว่างสองประเทศได้ภายในสิ้นปีนี้

“ส.ส.พท.”แต่งดำไว้ทุกข์คำตัดสิทักษิณในที่ประชุมสภา

 เมื่อเวลา 10.20 น.การประชุมสภาผู้แทนราษฎร  มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ทั้งนี้การประชุมล่าช้ากว่ากำหนดไว้กว่า 1ชม. ทั้งนี้ปรากฏว่าส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่ต่างใส่สูทและชุดพระราชทานสีดำ  เนคไทดำ เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้กับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ตัดสินยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา

             ทั้งนี้นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ได้สอบถามประธานในที่ประชุม อย่างมีอารมณ์ว่า ตั้งแต่รัฐบาลเสนอให้เลื่อนมาประชุมเป็นเวลา 09.00น. - 17.00 น. และที่ประชุมสภามีมติเห็นด้วย แต่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่เคยมาทันเวลา  ทำให้นายชัย กล่าวว่า "ถ้าไม่มาประชุมกันจะได้ยุบสภาเร็ว ๆ ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อายจนแทรกแผ่นดินหนีแล้ว"

 ซึ่งนพ.ประสิทธิ์ สวนกลับทันทีว่า ดีพวกตนพร้อม ยุบพรุ่งนี้เลย ได้ยิ่งดี จากนั้น นายชัย ตัดบทและนำเข้าสู่วาระพิจารณาร่างกฎหมายต่อไป โดยไม่เปิดให้สมาชิกหารือ