ข่าว

ไพศาลเตือนเข้าชื่อถอด9ผู้พิพากษาอาจติดคุกได้

ไพศาลเตือนเข้าชื่อถอด9ผู้พิพากษาอาจติดคุกได้

03 มี.ค. 2553

“สุเทพ”เย้ยพท.ดิ้นยื่นถอดถอน 9ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ไม่มีทางสำเร็จ ยังคงมาตรการรปภ.ผู้พิพากษาต่อไป ไพศาลเตือนผู้เข้าชื่ออาจรับผิดถึงขั้นติดคุก

 เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่  3 มี.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่แม้ศาลจะมีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์มาแล้ว แต่นายจตุพร พรมพันธุ์ และส.ส.พรรคเพื่อไทยพยายามเดินหน้ารวบรวบรายชื่อประชาชน 2 หมื่นคนยื่นถอดถอน 9 องค์คณะผู้พิพษากษาคดียึดทรัพย์ ว่า นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และคนอื่น รวมทั้งสายอื่น ๆ ก็รับคำสั่งมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าเขาจะต่อสู้ทุกรูปแบบ

เพราะฉะนั้นพวกนี้ก็พยายามต่อไป แต่สิ่งที่เขาพยายามจะทำมันก็สวนกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ เพราะในวันที่ 26 ก.พ.ที่ศาลพิพากษาตลอดเวลา 7 ช.ม.กว่าที่ศาลได้บรรยายายความละเอียดชัดเจนมีเหตุมีผลทุกอย่างทุกประการ ได้แสดงให้เห็นชัดว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศก็ได้เปิดโอกาสให้พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อสู้คดีแล้ว

 “เมื่อเหตุผลพยานหลักฐานทั้งหลายมันชี้ชัด ศาลก็พิพากษาไปตามพยานหลักฐานเหล่านั้น ประชาชนก็ได้ฟังอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเขามาประกาศไม่รับอำนาจศาล พยายามหาทางถอดถอนศาลอะไรต่างๆ ก็ว่าไป ถ้ากฎหมายเปิดช่องก็ทำไป ถ้ากฎหมายไม่เปิดช่องก็ทำไม่ได้ มีข้อกฎหมายอยู่ พี่น้องประชาชนไม่ต้องไปหวั่นไหว ไม่ต้องตกใจ มันไม่มีทางจะสำเร็จไปได้หรอก ว่า ถ้าศาลพิพากษาไม่ถูกใจเรา ๆก็จะต้องปลดผู้พิพากษามันเป็นไปไม่ได้อย่างนั้น”นายสุเทพ กล่าว

 เมื่อถามว่า เชื่อในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดหรือไม่ว่าตัวเขาเป็นเพียงสัญลักษณ์หนึ่งในกระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย หรือยังมองว่าการเคลื่อนไหวจะจบหรือไม่อยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งกดปุ่ม นายสุเทพ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วในกลุ่มทื่ทำง่านกันอยู่ อาจมีภาพที่ซ้อนกันอยู่ ในส่วนของพ.ต.ท.ทักษิณชัดเจนว่าเขาต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของเขา แต่ว่ามีกลุ่มคนอืกกลุ่มหนึ่งที่แอบอิงอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ มานานแล้ว ก็มีเป้าหมายในการต่อสู่อีกแบบหนึ่ง คนสองกลุ่มนี้พึ่งพาอาศัยกันมาระยะหนึ่งแล้ว นั้นเป็นไปได้ว่าการต่อสู้ในลักษณะที่มีเป้าหมายต่างกัน แต่พึ่งพาอาศัยกัน

 เมื่อถามว่า ถ้าเป็นอย่างนี้การควบคุมรองรับสถานการณ์ก็ไม่จบ นายสุเทพ กล่าวว่า บังเอิญเป็นโชคไม่ดีของบ้านเมืองที่เราเจอคนทั้งสองกลุ่ม แต่เรามีหน้าที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหา โดยคนส่วนใหญ่ในประเทศที่จะเป็นพลังในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องยังคงมาตรการรักษาความปลอดภัยองค์คณะผู้พิพากษาคีดยึดทรัพย์อย่างเข้มงวดไปอีกหรือไม่อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า จะพิจารณาดูตามความเหมาะสม เป็นหน้าที่เราที่ต้องดูแลคนที่ทำงานให้บ้านเมืองได้รับความปลอดภัย

ไพศาลเตือนผู้เข้าชื่ออาจรับผิดถึงขั้นติดคุก

 นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  กล่าวผ่านเว็บไซต์ http://www.paisalvision.com ถึงการเข้าชื่อประชาชนถอดถอนผู้พิพากษาศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์พ.ต.ทักษิณว่า ขณะนี้กำลังมีการรณรงค์กันให้ลงชื่อถอดถอนผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งเป็นองค์คณะในคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ต้องระวังเพราะมีความรับผิดชอบถึงขั้นติดคุกอยู่ด้วย

 นายไพศาล กล่าวว่า การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาลเป็นเอกสิทธิ์โดยเฉพาะตามรัฐธรรมนูญ ผู้ใดจะฟ้องร้องหรือกล่าวหาในทางใด ๆ ไม่ได้ เว้นแต่จะปรากฏว่าผู้พิพากษากินสินบน ดังนั้นการจะเข้าชื่อกันถอดถอนผู้พิพากษาเพราะอ้างว่าตัดสินคดีผิด หรือใช้กฎหมายผิด หรือถูกบงการเบื้องหลังจึงเสี่ยงต่อความรับผิดชอบทางอาญาที่มีโทษจำคุกด้วย ดังนั้นใครจะลงชื่อจึงควรดูเรื่องราวให้ดีก่อน เพราะจะไปอ้างตอนหลังว่าลงชื่อไปโดยไม่รู้เรื่องอาจฟังไม่ขึ้น