
สุเทพรับสั่งประกบแกนนำเสื้อแดงเตือนครม.ระวัง
สุเทพเตือนภัย ครม.ให้ระมัดระวังตัว ยอมรับส่งคนประกบแกนนำเสื้อแดง อ้างเพื่อปกป้องบ้านเมือง เย้ยม็อบ 14 มี.ค.ไม่ถึงล้าน ยันไม่ใช้กม.มั่นคงฯคุม
เมื่อเวลา 08.30น.วันที่ 3 มี.ค.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ตนรายงานสถานการณ์ให้ครม.ได้ทราบ ซึ่งตนได้รายงานในทุกแง่มุมเพื่อให้ครม.ได้ทราบข้อเท็จจริง
โดยตนได้รายงานไปว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่เราไม่ได้คาดเอาไว้ก่อน แต่เป็นเรื่องที่เราคาดการณ์เอาไว้แล้ว และได้สั่งการให้ระมัดระวังอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าพื้นที่นั้นกว้างและผู้ก่อเหตุสามารถหาช่องโหว่เพื่อไปก่อเหตุในสาขาธนาคารที่อยู่นอกกทม. เช่น ที่จ.สมุทรปราการ 2 แห่ง ส่วนในกทม.ก็เป็นสาขาเล็ก ๆ ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้กระจายกำลังไปดูแลอย่างเพียงพอ แต่หลังจากเกิดเหตุก็ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ขึ้นมาอีกและเพิ่มมาตรการในการล่าตระเวนในการตั้งด่านตรวจ
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้เรียนว่าพยายามจะทำงานในเชิงรุก โดยเปิดหมายเลขโทรศัพท์พิเศษที่ศูนย์อำนวยความปลอดภัยกรุงเทพให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นหู เป็นตา ในการแจ้งเหตุ หรือ กรณีที่ทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาลไปประชุมเชิญชวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่อยู่ในตรอกซอยต่างๆ ให้เข้ามาช่วยเป็นหู เป็นตาให้
นอกจากนั้นยังมีโครงการที่จะต้องดำเนินการต่อไปในลักษณะเช่นนี้อีก เพื่อที่จะให้ประชาชนทั้งหลายลุกขึ้นมาทำหน้าที่รักษาบ้านเมือง ขณะเดียวกันได้ดูว่าใครบ้างที่อยู่ในข่าย ที่อาจจะมีศักยภาพพอที่จะก่อเหตุในลักษณะแบบนี้ โดยให้มีการติดตาม ส่วนที่มีข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามบุคคลตามบัญชีดำตามที่โฆษกพรรคเพื่อไทย หรือนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้พูดนั้น ตนได้แจ้งต่อที่ประชุมครม.ว่าไม่เป็นความจริง เพราะความจริงคือ มีบุคคลที่เราเคยไปตรวจค้นเจออาวุธ และอาจเป็นกลุ่มคนที่อาจมาทำลายบ้านเมืองได้ หากเป็นเช่นนี้เราต้องติดตามคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมเอาไว้ ทั้งนี้เพื่อปกป้องบ้านเมืองเท่านั้นเอง
นายสุเทพ กล่าวว่า นอกจากนี้ตนได้แจ้งกับที่ประชุมครม.ว่า เราไม่ประมาทในทุกข่าว ที่ได้รับฟังมา ถ้านำมากรองแล้วเห็นว่า อาจเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ก็ต้องระมัดระวังทุกอย่าง ดังนั้นก็ขอให้รัฐมนตรีแต่ละคนระมัดระวังด้วย ในสถานที่ทำงานของแต่ละหน่วย กระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายต้องเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลตัวเองให้มากขึ้น จะได้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกทางหนึ่ง ครอบครัวลูกเมียไปไหนมาไหนให้ระวังตัว และถ้ารู้สึกว่าจะไม่ปลอดภัยขอให้บอกมาจะดูแลให้เป็นพิเศษ ซึ่งก็มีเพียงแค่นี้ที่ตนได้รายงานให้ครม.รับทราบ ไม่ใช่เรื่องที่จะไปตื่นตระหนกอะไรมากมาย
เมื่อถามว่า กรณีความไม่ปลอดภัยของครอบครัว คือลูกเมีย เป็นการข่าวรายงานเข้ามาว่าจะไปทำกับครอบครัว หรือเป็นเพียงการวิเคราะห์ นายสุเทพ กล่าวว่า มีกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวที่ไปพูดจาปลุกระดมประชาชนในที่ต่าง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวได้บันทึกเทปมาดูพบว่าได้มีการพูดจาว่าจะมีการจับลูกเมียของครม.หรือผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นตัวประกัน ซึ่งคนมีพฤติกรรมอยู่เพราะฉะนั้นตนจึงต้องเตือนให้ระมัดระวังตัวเอง แต่ไม่ใช่จะต้องเป็นเหตุตามที่พูดทุกอย่าง เอาเป็นว่าเราทำทุกอย่างเพื่อความไม่ประมาท
แต่กรณีที่นายณัฐวุฒิ ออกมาบอกว่า ตนไปติดตามและไปละเมิดสิทธิของเขา และเขาจะติดตามตนบ้างนั้น ตนต้องขอบอกว่าที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ติดตามดูแลพฤติกรรมของคนบางคน เป้าหมายของตนเพื่อป้องกันบ้านเมือง ป้องกันเหตุร้ายไม่ให้ภัยมาถึงตัวพี่น้องประชาชน เป็นการทำหน้าที่โดยสุจริตและคนที่ต้องการติดตามเพราะเป็นคนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยอยู่ในข่ายที่อาจจะทำร้ายประเทศชาติ บ้านเมือง ประชาชนได้ ไม่ใช่ติดตามสุจริตชน ส่วนที่เขาจะติดตามตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เป็นเรื่องของนายณัฐวุฒิ จตุพร เพียงแต่บอกให้ทราบว่า คนเหล่านั้นกับตนมีวัตถุประสงค์ต่างกัน ตนมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนเพื่อรักษาบ้านเมือง ส่วนกลุ่มของเขามีวัตถุประสงค์เพื่อป่วนบ้าน ป่วนเมืองก็ว่ากันไป แต่ถ้าผิดกฎหมายเมื่อไหร่ตนจะต้องดำเนินการและจะมาโกรธกันไม่ได้
ต่อข้อถามว่า ในการชุมนุมวันที่ 12-14 มี.ค.แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบอกว่าอาจจะมีคนมาร่วมชุมนุมเป็นล้าน ทางรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คาดอยู่แล้ว เขาพูดมานานแล้ว และสื่อมวลชนก็พูดมานานแล้วว่าเขาจะต้องมาเป็นล้านคน ทำทีเดียวม้วนเดียวจบ เอารถกระบะปิดอัพเป็นแสน ๆ คัน ปิดล้อมกรุงเทพให้เป็นอัมพาต ซึ่งก็พูดมาเยอะแล้ว ตนอยากจะเรียนว่า โดยความเชื่อของตนเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศไม่ประสงค์ให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายใด ๆ ขึ้น ส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ ตนไม่เชื่อว่าจะมาเป็นล้านคน และจะได้เห็นกันในเวลาไม่ช้าว่าสิ่งที่ตนเชื่อเป็นจริง เพราะตนเชื่อในหัวใจคนไทย แต่อาจจะมาหลายหมื่นคนเป็นไปได้ เพราะมีข่าวว่ามีคนไปจ้างไปวาน ไปชักชวน แต่ตนเชื่อว่าประชาชนที่มาตระหนักดีว่าถึงจำมาก็ไม่ใช่ตั้งใจก่อเหตุร้าย เชื่อว่าพี่น้องมาอยู่ในกรอบของกฎหมายไม่ไปหลงเชื่อใครไปชักชวนให้ไปปั่นป่วนในบ้านเมือง เพราะฉะนั้นค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ แก้ไขกันไป
“ผมเรียนว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่ศัตรูของประชาชน เพียงแต่ทำหน้าที่ดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยเท่านั้น วันนี้มีกลุ่มคนที่ไม่หวังต่อประเทศชาติ ต่อประชาชนจริง เราต้องยอมรับ และในกลุ่มคนเหล่านี้มีวิธีการปฏิบัติหลายอย่าง บางส่วนมีความรุนแรงปนอยู่ด้วย และผมเชื่อว่าทั้งหมดมีการสั่งการมาจากคน ๆ เดียวกัน แต่แยกกันทำหลายสาย หลายฝ่าย ก็ให้พี่น้องประชาชนจับตาดู เห็นอะไรที่แนะนำช่วยแนะนำจะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทัน แม้ว่าบ้านเมืองวันนี้จะเผชิญสิ่งที่ดูจะเป็นความวุ่นวาย เป็นเรื่องร้าย แต่เป็นหน้าที่พวกเราคนไทยที่จะต้องร่วมจิตร่วมใจลุกขึ้นมาเผชิญหน้าด้วยกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ปกป้องบ้านเมืองด้วยกัน”นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า มีการประเมินไว้เท่าไหร่ นายสุเทพ กล่าวว่า คงมีจำนวนไม่มากอย่างที่เขาประกาศ ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ากระบวนการที่พรรคเพื่อไทยประกาศให้ประชาชนนำรถกระบะมาไม่สำเร็จใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า สมาชิกสภาผู้แทนหลายคนก็เป็นนักการเมืองอาชีพ รู้ดีว่าบางเรื่องไม่อยากทำ บางคนก็ม่เล่าให้ตนฟัง ต่อข้อถามว่า จะมีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษหรื่อไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ใช้ เพราะยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ถ้าจำเป็นจะบอกให้ทราบและประชาชนจะเข้าใจว่ามีความจำเป็นต้องใช้อย่างไร
ต่อข้อถามว่า จะให้ความมั่นใจแก่ประชาชนได้อย่างไร เพราะตอนนี้หลายคนเริ่มกังวลว่าในวันที่ 14มี.คงเหมือนเป็นวันฝีแตกจะรุนแรงเหมือนเหตุการณ์เดือนเม.ย. 52 ที่มีการเผาบ้านเผาเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกคนก็ต้องช่วยกัน แต่อย่าไปตื่นตระหนกตกใจจนเกินเหตุ แต่ตนก็จำเป็นต้องรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบ เพื่อที่จะให้ได้รับรู้รับทราบไปพร้อม ๆ กัน แต่ตนมั่นใจว่าด้วยพลังของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ เราจะสามารถรักษาบ้านเมืองเอาไว้ได้ นี่เป็นเพียงพายุเป็นมรสุมวันสองวันไม่กี่วันก็พัดผ่านไป เราก็ยังจะอยู่กันได้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนตามโพลต่างๆ ก็ยังมีข้อเท็จจริงว่าประชาชนไม่น้อยที่ไม่พอใจรัฐบาลว่าไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้จริงอย่างที่พูด นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย มีมุมมองที่แตกต่างกันอยุ่บ้างที่เราต้องยอมรับ แต่ตนคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่คงได้เห็นและเข้าใจว่ตลอดเวลาปีเศษ ๆ รัฐบาลได้พาประเทศฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายมาได้ดีพอสมควร และมีแนวโน้มว่าจะดียิ่งขึ้นไปรเอย ๆ ถ้าเราดูแลบ้านเมืองให้สงบลงได้ เราก็จะเดินหน้าไปสู่ความสงบเรียบร้อยเป็นความสุขของประชาชนด้วยกันได้ และวีการที่จะแก้ไขหากไม่ชอบรัฐบาลนี้เลือกตั้งใหม่เขาก็ลงคะแนนเสียงเลือกใหม่ก็ไม่เป็นไร ถ้าชอบรัฐบาลนี้ก็เลือกรัฐบาลนี้มาต่อ
มันมีวีธีการอยู่
ต่อข้อถามว่า มีความเป็นห่วงงว่าแทนที่ศาลจะตัดสินคดียึดทพรัย์พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วเหตุการณ์น่าจะดีขึ้นแต่กลับทรุดหนักลงไปอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าทรุดหนักลง ถามใจพี่น้องประชานคนไทยเมื่อได้ฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26ก.พ. ก็เข้าใจอะไรชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้น ไม่เคลือบคลุมอีกต่อไป คนที่คิดจะก่อเหตุเขาก็เดินหน้าก่อเหตุแต่ว่ามวลประชาชนส่วนใหญ่ก็ตั้งหลักได้ ตนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีใครที่จะเป็นศัตรูกับคนทั้งแผ่นดินได้



