ข่าว

นครบาลถกเตรียมรับมือม็อบเสื้อแดงสิบโมงครึ่ง

นครบาลถกเตรียมรับมือม็อบเสื้อแดงสิบโมงครึ่ง

03 มี.ค. 2553

กระทรวงมหาดไทยรายงานรัฐบาล แกนนำ นปช.โหมระดมพลก่อนชุมนุมใหญ่ 14 มีนาคม กมธ.การเงินเตรียมเรียกอธิบดีกรมสรรพากรและปลัดคลัง ชี้แจงยึดเงินภาษีโอนหุ้น 12,000 ล้านบาท

( 3 มี.ค.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า วันนี้ ( 3 มี.ค.) เวลา 10.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 ดูแลด้านความมั่นคง เรียกประชุมนายตำรวจระดับผู้บัญชาการตำรวจ และรองผู้บัญชาการทุกหน่วยงาน ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ในวันที่ 12- 14 มี.ค.นี้ และร่วมกันประเมินสถานการณ์การชุมนุมในจังหวัดต่าง ๆ

ทั้งนี้ ตำรวจนครบาลและหน่วยงานด้านการข่าวของตำรวจสันติบาล ประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ส่วนการปฏิบัตินั้น พล.ต.อ.อดุลย์ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ ขั้นตอนการเตรียมการป้องกัน และคลี่คลายสถานการณ์เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน พร้อมกำชับตำรวจนครบาล ให้กำหนดตัวผู้รับผิดชอบ ผู้สั่งการในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดตัวผู้ปฏิบัติแต่ละหน้าที่ หัวใจคือ การใช้มาตรการคลี่คลายสถานการณ์ ต้องเป็นมาตรการที่สังคมและประชาชนรับได้ และให้ฝ่ายจราจร เป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหากรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปิดเส้นทางจราจร

มท.แจ้งแกนนำนปช.โหมระดมพลก่อนชุมนุมใหญ่14มีนาคม

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย สรุปรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาค ต่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า นายพายัพ ปั้นเกตุอดีต ส.ส.สิงห์บุรี น.ส.เพ็ญชิชา หงส์อุปถัมภ์ไชย พล.ต.ต. ประจวบ เปาอินทร์ อดีต ส.ส.อ่างทอง และนาย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำ นปช.ส่วนกลาง

ร่วมประชุมแกนนำ นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดงจากจังหวัดภาคกลาง ที่ร้านอาหารกำธร จ.อ่างทอง เพื่อหารือจัดเวทีปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดง 10 จังหวัดภาคกลางในวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 12.00 น.ที่บริเวณสนามฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีอ่างทองซึ่งจะมีแกนนำ นปช.ส่วนกลางเข้าร่วม อาทิ นายวีระ มุสิกพงษ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คาดว่า จะเป็นการปลุกระดมรวบรวมกลุ่มคนเสื้อแดง 10 จังหวัดภาคกลางเข้าร่วมประชุมใหญ่ที่ กทม.ในวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค.นี้

ส่วนที่จังหวัดลพบุรี แกนนำ นปช.จัดประชุมที่ร้านอาหารเทศครัว เพื่อหารือแนวทางการเคลื่อนไหวเข้าร่วมประชุมที่ กทม.ในวันที่ 14 มี.ค.เช่นกัน ซึ่งรายละเอียดการประชุมทั้งหมดจะส่งให้แกนนำ นปช.ส่วนกลาง ที่ห้างอิมพีเรียลเวิร์ด ลาดพร้าว ได้รับทราบเพื่อรอฟังคำสั่งจากแกนนำ นปช.ส่วนกลาง

กมธ.การเงินเถกยึดเงินภาษีโอนหุ้น12,000 ล้านบาท

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการในวันพุธที่ 10 มี.ค.จะนำกรณีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ มาพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกรมสรรพากร ที่เรียกเก็บภาษีการซื้อและโอนหุ้นจำนวน 12,000 ล้านบาทมาพิจารณา

โดยจะเชิญอธิบดีกรมสรรพากรและปลัดกระทรวงการคลัง มาสอบถามในกรณีที่กรมสรรพากร ไปอายัดบัญชีทรัพย์สินของลูกชายและลูกสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เงินฝากจำนวน 12,000 ล้านบาทดังกล่าวว่าใช้ข้อกฎหมายใด เพราะเมื่อคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ชี้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง จึงน่าจะเป็นโมฆะ ลูกชายและลูกสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณอาจไม่ต้องเสียภาษี

ซึ่งการมาชี้แจงของอธิบดีกรมสรรพากร และปลัดกระทรวงการคลัง จะบันทึกไว้อย่างละอียดเพราะถือว่าเป็นข้อกฎหมาย และห้ามหลบเลี่ยงการมาชี้แจงเป็นอันขาด เนื่องจากคณะกรรมาธิการการเงิน ฯ จะพิจารณาในประเด็นที่ข้าราชการอาจเข้าข่ายมาตรา 157 ที่ว่าด้วยเรื่องการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบของข้าราชการ 

ปปช.ขอคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์เร่งสรุป4เรื่อง 

 ศ.ดร.ภักดี  โพธิศิริ  กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ประสานเพื่อขอคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาสอบสวนของอนุกรรมการปชช.ในสี่เรื่องที่ปปช.กำลังสอบสวนอยู่คือการเชื่อมต่อเครือข่าย  การแก้สัญญาบัตรเติมเงิน  การอนุมัติดาวเทียมไอพีสตาร์ และการแสดงบัญชีทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  ซึ่งคณะอนุกรรมการได้ดำเนินการมาเป็นเวลาพอสมควร ให้ได้ข้อสรุปผลการสอบสวนและดูว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหากับใครได้บ้างเพราะมีตัวละครหลายตัว เกี่ยวข้องกับหลายคน เพื่อให้เขาได้แก้ข้อกล่าวหาซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ คงไม่นานและใกล้สรุปสำนวนแล้ว

 "เมื่อได้ข้อมูลจากคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์คงจะสรุปได้เร็วขึ้นในเวลาไล่เรี่ยกันทั้งสี่เรื่องเพราะส่วนใหญ่ข้อมูลอยู่ที่อนุกรรมการทุกเรื่องอยู่แล้ว  ทั้งนี้ปปช.ไม่หนักใจอะไรในการทำงาน เพราะเรายึดแนวทางการปฏิบัติตามปกติ เช่นเดียวกับกรณีอื่น ๆ