
2553อันธพาล(จะ)ครองเมือง?
อย่างที่ผมบอก สัญญาณของระเบิดจะดังขึ้น และไม่ต้องห่วงนะครับ ไม่ต้องถามเลยว่าใครทำ เพราะ..ไม่มีสิทธิจะรู้เลยว่าใครทำ เอาเป็นว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้ (27 กุมภาพันธ์) เป็นต้นไป เราจะได้ยินเสียงระเบิดดังถึงประตูบ้านท่าน ดังเข้ามาในหน้าต่างบ้านท่าน"
"ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วประกาศสงครามกลางเมืองนับตั้งแต่พรุ่งนี้ สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นแล้ว ใครที่เล่นหุ้น ใครที่ถือหุ้น ขอให้ระวังไว้ ขอให้ระวังไว้ ระเบิดจะดังขึ้นทุกฝั่ง..."
"...เอาไม่อยู่หรอก ไม่ว่า...จะเอาทหารออกมากี่พัน กี่ร้อยกองพัน ...เอาไม่อยู่หรอก สัญลักษณ์อำมาตย์จะถูกทำลายนับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป และไม่มีสิทธิป้องกันด้วย”
นี่คือคำพูดในทำนองข่มขู่คุกคามและทำนายว่าจะเกิดเหตุระเบิดในบ้านเมือง ของ นายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ "เคทอง" ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ หลังคำตัดสินยึดทรัพย์หมาดๆ และก่อนเหตุปาระเบิดแบงก์กรุงเทพถึง 4 จุด ไม่กี่ชั่วโมง!!
ซ้ำร้าย จุดที่ลงมือ คือ แบงก์กรุงเทพ ดันเป็นจุดที่คนเสื้อแดงชี้เป้าว่า เป็นผู้สนับสนุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือ "อำมาตย์" ของคนเสื้อแดงอีกต่างหาก
เมื่อคำทำนายเผอิญแม่นราวกับตาเห็น ประกอบกับความสัมพันธ์ของ "เคทอง" ที่เป็นคนใกล้ชิด เสธ.แดง ซ้ำยังเคยร่วมคณะไปกับ เสธ.แดง เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบเมื่อปลายปี 2552 มาแล้ว
ต่อจิ๊กซอว์เข้าด้วยกันครบทุกชิ้นจึงยากที่นาย-บ่าวคู่นี้จะรอดพ้นจากการตกเป็น "ผู้ที่น่าสงสัยอันดับ 1" ไปได้ !!
ทว่า ยุทธการใต้ดินที่ออกมาข่มขวัญรัฐบาลและจับเอาความสงบสุขของประชาชนเป็นตัวประกันดังกล่าวไม่ได้เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของฝ่ายรัฐบาล และกองทัพแต่อย่างใด เพราะก่อนหน้านี้ก็ประเมินเป็นระยะๆ ว่า จะมีเหตุการณ์ทำนองนี้หลังคดียึดทรัพย์
สำหรับจุดเสี่ยงที่หน่วยงานความมั่นคงแจ้งเตือนก่อนหน้านี้มี 8 จุด ได้แก่ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา สำนักงาน ป.ป.ช. ศาลฎีกา บ้านสี่เสาเทเวศร์ ท้องสนามหลวง กองบัญชาการกองทัพบก และพระราชวังดุสิต
จากนั้นจึงแปรเป็นแผนป้องกันด้วยการตั้งจุดตรวจร่วมทหาร-ตำรวจมากกว่า 200 จุดทั่ว กทม. รวมทั้งเขตรอยต่อรอบปริมณฑล
แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายได้ ซึ่งแม้ 3 ใน 4 จุดจะอยู่ในเขตชานเมือง และปริมณฑล ที่อาจวางกำลังไม่รัดกุม
ทว่า 1 จุดสำคัญ คือ แบงก์กรุงเทพ สาขาสีลม ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองแท้ๆ ทั้งยังมีตำรวจทหารตั้งด่านยุ่บยั่บไปหมด แต่กลับถูกลูบคมได้ง่ายๆ
จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทำให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ต้องหารือลับกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อกระชับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้นขึ้น
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชั้นใน พล.อ.อนุพงษ์ ได้กำชับให้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบดูแลร่วมกับตำรวจ
กระนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กลับมีความกังวลพื้นที่รอบนอก โดยเฉพาะเขตชานเมือง และปริมณฑลมากกว่า เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งคงไม่สามารถวางกำลังได้ครอบคลุมทั้งหมด
เพื่อปิด "ช่องโหว่" จุดนี้ พล.อ.อนุพงษ์ จึงมีแนวคิดที่จะดึง "ตำรวจภูธร" แต่ละจังหวัดเข้ามาดูแลพื้นที่ร่วมด้วย
ขณะที่การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ กทม. ตำรวจจะใช้แผน “กรกฎ 52” โดยจะใช้กำลังตำรวจนครบาล 1-9 หน่วยปฏิบัติการพิเศษ 191 และตำรวจตระเวนชายแดน โดยจะประสานงานกับแม่ทัพภาคที่ 1 ที่รับผิดชอบกำลังทั้ง 3 เหล่าทัพ
ฝ่ายทหารจะสนธิกำลังกับตำรวจโดยใช้กำลัง 54 กองร้อยแบบเต็มอัตราศึก โดยใช้กำลังทั้งหมด 29 กองร้อย ทหารบก 25 กองร้อย กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กองทัพละ 2 กองร้อย
ส่วนอีกจุดที่เป็นกังวล คือ การสร้างสถานการณ์รุนแรงระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง เช่น การลอบเอาระเบิดไปวางไว้ในที่ชุมนุม หรือขว้างระเบิดเข้าไป ซึ่งเสี่ยงต่อความสูญเสีย และเร้าอารมณ์ของผู้ชุมนุมถึงขีดสุด
ถ้าเกิดสถานการณ์ร้ายแรงถึงขั้นนั้นโดยที่เจ้าหน้าที่ป้องกันไม่ได้...ทหารตำรวจก็จะตกเป็น "จำเลย"เสียเอง และเสี่ยง"จลาจล" อย่างที่สุด!!!
ดังนั้น พล.อ.อนุพงษ์จึงวิงวอนขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสเหตุการณ์ผิดปกติ หรือกลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหวอย่างผิดปกติเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายในบ้านเมือง
นั่นคือการคาดการณ์ของ ผบ.ทบ. ซึ่งคงไม่ต่างจากเรา-ท่านมากนัก เพราะจากอาการเกรี้ยวกราดของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งการประกาศก่อนหน้านี้ว่า ถ้ามีคำตัดสินยึดทรัพย์ ปี 53 เละตุ้มเป๊ะแน่ คงทำให้เราค่อนข้างเชื่อว่า อดีตนายกฯ จะทำให้เละได้อย่างไร
แต่นั่นก็อาจจะเกิด หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ หากรัฐบาล และทหารตำรวจ "ทำงานเชิงรุก" อย่างเพียงพอ
คำถามก็คือ ทุกฝ่ายที่จะรับมือทัพแดงได้ทำงานเพียงพอแล้วหรือ ตำรวจได้ตั้งข้อหากับคนที่ข่มขู่คุกคามประชาชนผู้บริสุทธิ์หรือยัง หรือทหารได้ทำอะไรกับคนของตนที่นอกจากจะทำตัวเสื่อมเกียรติกองทัพแล้ว ยังมีพฤติกรรมยุยงส่งเสริมให้เกิดกบฏลุกฮือในบ้านเมืองอีก
หรือจะปล่อยให้บ้านเมืองตกเป็นเขตอิทธิพลเถื่อนของ "กองกำลังใต้ดิน" หรือพวก "อันธพาล" ที่จะใช้อิทธิพลเถื่อนข่มขู่คุกคามชาวบ้านอย่างไรก็ได้ !?
ทีมข่าวความมั่นคง



