ข่าว

พาณิชย์พบต้นตอป่วนตลาดน้ำตาลควานหาไอ้โม่งใช้ชื่อคนอื่นแอบอ้างซื้อกว่า 40 ล้าน

พาณิชย์พบต้นตอป่วนตลาดน้ำตาลควานหาไอ้โม่งใช้ชื่อคนอื่นแอบอ้างซื้อกว่า 40 ล้าน

02 มี.ค. 2553

อธิบดีกรมการค้าภายในควงผู้เสียหายถูกอ้างชื่อซื้อน้ำตาลทรายแจ้งความ พบผิดปกติในระบบซื้อขาย มองเป็นสาเหตุให้น้ำตาลทรายในประเทศตึงตัว และราคาแพง ชง "พรทิวา" ออกประกาศควบคุมการขนย้ายน้ำตาลทราย ด้านปลัดพาณิชย์ชี้ระบบกระจายน้ำตาลทรายมีปัญหา

 น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ได้นำน.ส.วัลย์สิกา สุทธิประเสริฐ หนึ่งใน 10 ผู้เสียหายจากการถูกแอบอ้างนำชื่อไปซื้อน้ำตาลทรายจากโรงงานน้ำตาลในจ.ราชบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2553 จำนวนกว่า 2 พันตัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท โดยเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการสอบสวนกลาง เพื่อตรวจสอบต้นตอผู้สั่งซื้อตัวจริง และข้อเท็จจริงของการแอบอ้างชื่อ

 โดยการกระทำดังกล่าวทำให้พบถึงความไม่ชอบมาพากลในระบบการซื้อขายน้ำตาลทรายในประเทศ จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำตาลทรายตึงตัว และมีราคาแพง เบื้องต้นมีการตั้งข้อสงสัยใน 2 ประเด็น คือ การซื้อเพื่อลักลอบส่งออก หรือการซื้อเพื่อกักตุน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งหาหลักฐานและสวบสวนในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยเตรียมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทันที ซึ่งจังหวัดที่พบการแอบอ้างซื้อส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และราชบุรี

 อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้เสนอนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. เรื่องการควบคุมการขนย้าย การครอบครอง รวมถึงสต็อกน้ำตาลทราย ซึ่งผู้ครอบครองและขนย้ายตั้งแต่ 10 ตันขึ้น ไป จะต้องแจ้งกรมการค้าภายใน

 พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดทีมพนักงานสอบสวนเรื่องความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และจะให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่างและก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

 ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีน้ำตาลทรายในประเทศตึงตัวและมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำตาลทรายสีคล้ำในต่างจังหวัดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 27-28 บาทนั้น ขณะนี้กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างการเข้าไปตรวจสอบในเชิงลึก ถึงการกักตุนซึ่งอาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทางคือ โรงงานผลิตน้ำตาลทราย ไปจนถึงยี่ปั๊วและซาปั๊ว โดยเฉพาะยี่ปั๊วตอนนี้พบว่ามี 2 กลุ่มคือยี่ปั๊วตัวจริงและยี่ปั๊วที่เป็นนอมินี ที่ทำให้สามารถควบคุมปริมาณในตลาด

 โดยขณะนี้มีรายงานเข้ามาแล้วบางส่วน และพบว่าระบบการกระจายน้ำตาลทรายมีปัญหา ซึ่งเมื่อราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้นก็ทำให้มีการอาศัยช่องโหว่ในจุดนี้ จึงมองว่าน่าจะเป็นโอกาสที่จะเข้าไปอุดรูรั่วดังกล่าวนี้ด้วย