
ชาวนากดดันรัฐจี้แก้ข้าวราคาตกยื่นเลิกประกันรายได้
ชาวนากดดันรัฐไม่เลิก ไม่พอใจราคาข้าวตกต่ำ แกนนำภาคกลางบุกทำเนียบจี้เลิกประกันรายได้ใช้รับจำนำแทน ด้านกำแพงเพชร-นครสวรรค์รวมตัวล้อมศาลากลาง ด้านพาณิชย์เตรียมนำข้าวสารในสต็อกรัฐระบายผ่านตลาดเอเฟท 3 แสนตัว ทยอยขายเดือนละตัน เชื่อไม่กระทบราคาตลาด
เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา แกนนำชาวนาภาคกลางประมาณ 10 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยมีนายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะทำงานได้เข้ามาเจรจาและพูดคุยกับตัวแทน สำหรับข้อเรียกร้องและแนวทางที่ชาวนาต้องการให้รัฐช่วยแก้ปัญหาคือ การปรับราคาข้าวในความชื้น 15% เป็น 12,000 บาทต่อเกวียน เปลี่ยนจากการประกันราคาเป็นการรับจำนำ เพิ่มปริมาณการประกันราคาจาก 25 เกวียนเป็น 40 เกวียน รวมทั้งช่วยเหลือชาวนาที่ขายข้าวในราคาต่ำกว่า 9,000 บาทต่อเกวียน
ขณะที่ใน จ.นครสวรรค์ และกำแพงเพชร ได้ออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเช่นกัน โดยที่ จ.นครสวรรค์มีการนำรถอีแต๋น รถบรรทุกกว่า 100 คันมารวมตัวที่โรงสีร้าง ก่อนที่จะเคลื่อนมาปิดล้อมหน้าศาลากลางจังหวัดเพื่อเจรจาต่อรองให้รัฐบาลยกเลิกโครงการประกันรายได้มาใช้การรับจำนำแทน ส่วนที่กำแพงเพชร ได้เรียกร้องให้รัฐเพิ่มราคาประกันเป็น 12,000 บาทต่อเกวียน และนัดมาชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 10 มีนาคมนี้ หากรัฐไม่ช่วยแก้ปัญหา
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้จะเรียกประชุมคณะกรรมการตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟต) เพื่อพิจารณานำข้าวสารในสต็อกรัฐบาลคือ ข้าวเจ้า 5% ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว จำนวนรวม 3 แสนตัน ออกประมูลขายผ่านตลาดเอเฟต เพื่อผ่อนคลายความตึงตัวของราคาในตลาด โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายในสัปดาห์หน้า
“เบื้องต้นจะประมูลขายผ่านเอเฟตไปก่อน เพราะเป็นวิธีที่จะไม่ถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องของความโปร่งใส และยังมีข้อดี เพราะการขายผ่านเอเฟต จะเป็นการทยอยส่งมอบข้าว ไม่ได้เทขายครั้งเดียว หากขาย 3 แสนตัน คาดว่าจะทยอยส่งมอบ 3 เดือน เฉลี่ยเดือนละ 1 แสนตัน ทำให้ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดครั้งละไม่มาก ไม่ส่งผลทำให้ราคาตลาดตกลงมากนัก และจะไม่กระทบกับผลผลิตข้าวฤดูใหม่ที่จะทยอยออกในช่วงปลายเดือนมีนาคม และเมษายนอีกด้วย” นายยรรยงกล่าว
นายยรรยงกล่าวถึงการความคืบหน้าในการสอบหาต้นตอปล่อยข่าวทุบราคาข้าวว่า นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์สอบหาข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ตนได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด โดยมีตนเป็นประธาน เบื้องต้นเตรียมจะประชุมคณะทำงานเพื่อวางแนวทางการสอบข้อเท็จจริง เช่น การเร่งรวบรวมการนำเสนอข่าวดังกล่าวว่ามีการนำเสนอผ่านทางช่องทางไหนบ้าง เมื่อใด รวมทั้งพิจารณาว่าผลจากการปล่อยข่าวจะมีกลุ่มใดได้ผลประโยชน์บ้าง ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอผลการสอบให้นายกฯ พิจารณาได้ภายใน 2-3 สัปดาห์



