
เงินเฟ้อเดือนกุมภาขยับ3.7%ธปท.โล่งลดแรงกดดันดอกเบี้ย
พาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ขยับ 3.7% สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เหตุราคาสินค้าหมวดอาหาร-น้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้น ธปท. โล่งคลายแรงกดดันนโยบายดอกเบี้ย
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนกุมภาพันธ์ 2553 เท่ากับ 106.88 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน คิดเป็นสูงขึ้น 3.7% และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 เป็นผลมาจากราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น โดยดัชนีในหมวดดังกล่าวสูงขึ้น 5.1% สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น เช่น ข้าวสาร เนื้อสุกร ผักกะหล่ำ แตงกวา ผักกาดขาว คะน้า และไข่ไก่ ซึ่งราคาสินค้าในหมวดอาหารที่สูงขึ้นนี้จะเป็นผลดีต่อเกษตรกรให้มีรายได้สูงขึ้น แต่ก็ทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระมากขึ้น
ส่วนหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น โดยพบว่าราคาน้ำมันดีเซลเดือนกุมภาพันธ์ 2552 อยู่ที่ลิตรละ 15.59 บาท แต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ราคาเฉลี่ยที่ 27-28 บาท ขณะที่ราคาในกลุ่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ปรับสูงขึ้นเนื่องจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต
"จากตัวเลขดังล่าวทำให้ยังคาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังอยู่ตามเป้าหมายคือ 3-3.5% โดยไตรมาสแรกของปี เงินเฟ้อเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3.6-3.7% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 31-33 บาทต่อดอลลาร์ และรัฐบาลยังคงใช้มาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงต่อเงินเฟ้อก็คือความผันผวนของราคาน้ำมัน" นายยรรยงกล่าว
ด้านนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ที่ออกมาล่าสุด ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และไม่มีแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามดูกันแบบเดือนต่อเดือนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป



