
ค้าขาย ไม่มีผู้ร้ายและพระเอก
ในแวดวงยานยนต์รู้กันดีว่า "อีซูซุ" เป็นเจ้าตลาดรถกระบะในเมืองไทยมานานนับยี่สิบปี จนกระทั่งโตโยต้าเริ่มปรับตัวแต่งหน้าทาปากใหม่ เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์แบบไดเรกอินเจกชั่นเช่นเดียวกับอีซูซุบ้าง แต่เป็นไดเรกอินเจกชั่นสายพันธุ์คอมมอนเรลที่ก้าวหน้า ทำให้ยอดขายข
คนทั่วทั้งวงการต่างพากันจับตามองว่า โตโยต้าจะไล่แซงอีซูซุได้หรือไม่ หรืออีซูซุจะหนีห่างโตโยต้าไปได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามกันทุกวันว่าตัวเลขการขายเป็นอย่างไร ปีนี้ใครจะได้เป็นแชมป์ยอดขายรถกระบะ ผู้ค้ารถยนต์ปิกอัพยี่ห้ออื่นๆ ก็อยากรู้ว่าใครจะชนะใครจะแพ้ บ้างก็อยากเห็นโตโยต้าแย่งแชมป์มาได้เสียที บ้างก็ว่าอีซูซุมีแต่รถปิกอัพอย่างเดียวให้เขาเป็นแชมป์ไปเถอะ โตโยต้าก็เป็นแชมป์รถเก๋งไปแล้วนี่จะมาเอาอะไรกันอีก โดยลืมไปว่าตัวเองก็มีหน้าที่ต้องขายรถปิกอัพแข่งกับทั้งโตโยต้าและอีซูซุด้วย ไม่เว้นแต่ผู้ใช้รถที่ทำตัวเป็นสาวกคอยตามเชียร์ยี่ห้อนั้นด่ายี่ห้อนี้
พอถึงวันที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ปิกอัพของโตโยต้ามากกว่าอีซูซุ คนบางคนก็ดีอกดีใจแทนโตโยต้ากันยกใหญ่ว่าชนะอีซูซุได้ ในขณะที่ผมบอกตลอดเวลาว่าการค้าไม่ใช่ต่อยมวยที่จะต้องมีแพ้มีชนะ อีซูซุไม่ได้แพ้ใครที่ไหนเลย เพราะยอดจำหน่ายของอีซูซุก็ยังเติบโต แถมยังมากกว่าอัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์รวมทุกปี และผู้จำหน่ายอีซูซุก็ยังมีกำไรเบิกบานกันทุกแห่ง ถึงขนาดแย่งกันเปิดโชว์รูมไม่เว้นวัน คนที่มองโลกในแง่ร้ายก็บอกว่าเป็นเพราะ พัฒนเดช เป็นทาสรับใช้อีซูซุ เห็นกับตาว่ายอดจำหน่ายของอีซูซุน้อยกว่าโตโยต้า ยังมีหน้ามาบอกว่าอีซูซุไม่แพ้
ก็ยอดจำหน่ายที่โตโยต้าได้มานั้นมาจากลูกค้าของยี่ห้ออื่นๆ และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เข้ามาเป็นผู้บริโภครถปิกอัพในรูปแบบต่างๆ ยอดจำหน่ายของ ฟอร์ด, มิตซูบิชิ และนิสสัน ต่างหดหายไปเรื่อยๆ ในขณะที่อีซูซุยังเติบโต คนขายอีซูซุยังมีกำไรปีละนับสิบนับร้อยล้านบาทต่อสาขา แล้วจะให้ผมไปพูดเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร ธุรกิจไม่มีพระเอกไม่มีผู้ร้ายไม่มีแพ้ไม่มีชนะมีแต่กำไรหรือขาดทุน
คนค้าขายไม่ว่าจะขายรถยนต์ยี่ห้ออะไร คงไม่สนใจหรอกว่าผู้ที่เดินเข้ามาซื้อรถยนต์ของตนเองมาจากไหน ฝ่ายโตโยต้าคงไม่ได้หวังว่าจะได้คนที่เคยซื้ออีซูซุมาเป็นลูกค้าของตนเองทั้งหมด แต่เป็นใครก็ได้ที่มีเงินควักออกมาจากกระเป๋าซื้อรถโตโยต้าไปหนึ่งคัน เท่านั้นคือสิ่งที่พึงพอใจแล้ว ฝ่ายอีซูซุก็คงเช่นกันที่ไม่ได้หวังว่า จะต้องเอาคนที่กำลังอยู่ระหว่างการลังเลที่จะซื้อโตโยต้าให้หันมาซื้อรถของตนเอง เพราะเงินจากใครก็ทำกำไรให้เท่ากันทั้งนั้น
ท้ายที่สุดกลายเป็นว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ปิกอัพของอีซูซุและโตโยต้า รวมกันแล้วมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 80 ของตลาดรถยนต์ปิกอัพในเมืองไทย คนที่แพ้จึงน่าจะเป็นผู้จำหน่ายรถปิกอัพยี่ห้ออื่นๆ ที่ไม่สามารถรักษาสัดส่วนของตนเองเอาไว้ได้ และผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ว่าใครจะขายได้ดีกว่าใคร ก็เท่ากับได้เงินในกระเป๋าของคนไทยไปทั้งนั้น
ผู้ชนะที่แท้จริงคือทั้งอีซูซุและโตโยต้า ที่ยังคว้ายอดจำหน่ายเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะเขาทำธุรกิจค้าขายไม่ได้มาเล่นลิเกที่จะต้องมีพระเอกมีผู้ร้าย ด้วยว่าในทางธุรกิจค้าขายแล้วพระเอกคือคนที่ขายได้และมีกำไร ผู้ร้ายคือคนที่ขายไม่ได้และขาดทุน
บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการจะติดตามเชียร์กีฬาใดๆ ก็ดี พึงขีดเส้นตนเองเอาไว้แค่ความเป็นกองเชียร์เท่านั้น ขืนกระโดดลงไปในสนามด้วยตนเองเมื่อใด เมื่อนั้นก็เท่ากับว่ากำลังทำหน้าที่เกินกว่าที่กองเชียร์ที่ดีควรจะเป็น แล้วความเสียหายก็จะเกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะโดนลูกหลงจากนักกีฬาเข้าไปเต็มตีนครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



