
สันติบาลเผย"เคทอง"เผ่นหนีผบช.น.ชี้อยู่อีสาน
ผบช.ส.บอกจับตาเสื้อแดงปลุกระดมมวลชนมาชุมนุม ปฎิเสธข่าวขึ้นแบล็คลิสต์คนเสื้อแดง เชื่อคนวางระเบิด 4 จุดเป็นคนที่เสียประโยชน์จากผลตัดสินคดียึดทรัพย์ ระบุ"เค ทอง"เผ่นแล้ว เล็งดูข้อกฎหมายเอาผิด บิ๊กตร.นัดประชุม3.มี.ค.ประเมินม็อบ "นครบาล" สร้างความมั่นใจ "พี่น้
ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) วันที่ 2 มี.ค.พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการสันติบาล(ผบช.ส). กล่าวถึงสถานการณ์ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ว่า ตอนนี้กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ทำงานร่วมกัน โดยการทำสำนวนคดีจะเป็นหน้าที่ของ บช.น.และ บช.ก. เป็นหลัก ส่วนบช.ส. จะเป็นส่วนเสริมด้านข้อมูลให้กับ บช.ทั้งสอง ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับตากลุ่มเสื้อแดงอยู่ โดยพบว่าแกนนำอยู่ระหว่างการปลุกระดมให้เข้ามาชุมนุม
เมื่อถามว่ากรณีที่นายกรัฐมนตรีให้จับตากลุ่มเสื้อแดงบางคนเป็นพิเศษนั้น ทางพล.ต.ท.ตรีทศ กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องการทำงาน คงไม่สามารถบอกได้ แต่ยืนยันว่าทางกองบัญชาการสันติบาลไม่มีการขึ้นแบล็คลิสต์คนเสื้อแดงไว้ อาจเป็นการเต้าข่าวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
เมื่อถามว่า เหตุระเบิดทั้ง 4 จุดในพื้นที่กทม.และ สมุทรปราการเป็นฝีมือของกลุ่มใด พล.ต.ท.ตรีทศ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน แต่เราสามารถบอกได้ว่า เป็นกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์จากผลคำพิพากษายึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อนมีเหตุระเบิดทางสันติบาลได้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายเค ทองคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เผยแพร่คลิปภาพและเสียงของนายเคทองในลักษณะจะมีการการก่อวินาศกรรมผ่านทางยูทูปจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.ตรีทศ กล่าวว่า ถ้าเราพบพยานหลักฐานชัดเจนจะดำเนินคดีหมด โดยจะดูทางข้อกฎหมายว่าจะเข้าข้อกฎหมายใด ส่วนจะเรียกมาสอบสวนหรือไม่นั้น ตอนนี้คงไม่สามารถทำได้เพราะทราบว่านายเคทองหนีไปแล้ว อย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้ไปหาเรื่องเขานะ แต่เราจะดูองค์ประกอบว่า การที่ออกมาพูดลักษณะนี้ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายจะเข้าในกรอบกฎหมายไหนที่จะดำเนินคดีได้
เมื่อถามว่า ทางบช.ส. มีข้อมูลมาก่อนหรือไม่ว่า นายเคทองเป็นกลุ่มใด หรือต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.ท.ตรีทศ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการทำงานไม่สามารถบอกได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน
บิ๊กตร.นัดประชุม3.มี.ค.ประเมินม็อบ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงประกาศรวมพลเคลื่อนไหววันที่ 12- 14 มี.ค.ว่า พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 ดูแลด้านความมั่นคงเรียกประชุมนายตำรวจระดับผู้บัญชาการตำรวจและรองผู้บัญชาการทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติกรณีที่ผู้ชุมนุมทำการปิดถนนว่า เจ้าหน้าที่ควรจะทำอย่างไร ในเวลา 10.30 น.วันที่ 3 มี.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมร่วมกันประเมินสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆทั่วศมีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ โดยในข่วงเช้าจะประชุมระบบคอนเฟอร์เร้นซ์ร่วมประเมินสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กทม.ร่วมกับ ผบช.น.และรอง ผบช.น. ผบก.ที่รับผิดชอบพื้นที่สำคัญๆต่างๆ และแนวทางการปฏิบัติกรณีผู้ชุมนุมปิดถนน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตำรวจนครบาลและหน่วยงานด้านการข่าวของตำรวจสันติบาลประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาแบบวันต่อวัน ส่วนการปฏิบัตินั้น ทาง พล.ต.อ.อดุลย์ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ ขั้นตอนการเตรียมการป้องกัน และคลี่คลายสถานการณ์เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน พร้อมกำชับตำรวจนครบาลให้กำหนดตัวผู้รับผิดชอบ ผู้สั่งการในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดตัวผู้ปฏิบัติแต่ละหน้าที่ หัวใจคือ การใช้มาตรการคลี่คลายสถานการณ์ต้องเป็นมาตรการที่สังคมและประชาชนรับได้ และให้ฝ่ายจราจร เป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหากรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปิดเส้นทางจราจร
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุระเบิด พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เรียกประชุมแก้ไขคลี่คลายสถานการณ์ เน้นงานสายตรวจ และงานป้องกันและปราบปราม โดยกำชับ ผกก.และรองผกก.ป.ให้สำรวจพื้นที่และกำหนดมาตรการปฏิบัติ ฝ่ายจราจรให้ช่วยเหลือการปฏิบัติ รวมทั้งเรียกฝ่ายสืบสวนติดตามเร่งรัดคดีจับกุมคนร้าย ผู้สี่อข่าวถามว่า มีประชาชนแจ้งเบาะแสจากภาพสเก็ตส์หรือไม่ มีแจ้งเข้ามาบ้างยังตรวจสอบอยู่ยังไม่ได้ข้อมูลละเอียดเท่าที่ควร ขณะนี้มีการแกะรายละเอียดของภาพ รวมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดจุดอื่นเส้นทางใกล้เคียงเข้ามาประกอบกัน เพื่อให้ภาพคนร้ายชัดเจนยิ่งขึ้น และหาพยานแวดล้อมเพิ่มเติม โดยให้กก.สส.บก.น.1 -9 และบก.สส. ติดตามคดี ขณะนี้ไม่ทราบว่า เป็นคนร้ายกลุ่มใด แต่ทั้ง 4 จุด น่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน เพราะแผนประทุษกรรมเหมือนกัน เป้าหมายตำรวจต้องจับตัวคนร้ายให้ได้ การออกหมายจับคนร้ายอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน
ต่อข้อถามว่า สถานการณ์ภายหลังธนาคารกรุงเทพฯ เปิดทำการวันนี้เป็นอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เป็นไปด้วยดียังไม่พบการแจ้งเหตุรุนแรงใดๆ ส่วนเหตุกระจกแตกที่ช่อง 3 นั้นตรวจสอบแล้วยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับเหตุปาระเบิด ตอนนี้ ตำรวจดูแลธนาคารและสถานที่ราชการสำคัญทุกแห่งทุกแห่งในพื้นที่ กทม. และใกล้เคียงอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่รัฐดูแลเราต้องให้ความมั่นใจประชาชดูแลความปลอดภัย แต่ต้องไม่ใช่ตำรวจเท่านั้น รปภ. และผู้บริหารของหน่วยงานต้องร่วมมือกัน เช่น ศูนย์การค้า หรือธนาคารต่างๆ ควรตรวจตราข้างนอกถนน เพิ่มกำลังเหมือนตำรวจ น่าจะเกิดประโยชน์ดีกว่าปล่อยเป็นภาระของตำรวจฝ่ายเดียว ทางเจ้าหน้าทีตำรวจมีการประสานกับฝ่ายบริหารกับธนาคารกรุงเทพทุกสาขา ประสานกับผกก.สน. กำหนดตัวบุคคล ในการติดต่อสื่อสาร ตรวจกล้องวงจรปิด และการแจ้งเหตุต่อตำรวจ
ผบช.น.ชี้"เคทอง"เผ่นไปภาคอีสาน
เมื่อเวลา 20.30 น.พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช.น. ฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1- 9 เพื่อประชุมความคืบหน้าคดีในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุปาระเบิดหน้าธนาคารกรุงเทพทั้ง 4 แห่ง โดยใช้เวลาประชุม 1 ชั่วโมง โดยภายหลังการประชุม พล.ต.ท.สัณฐาณ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมวันนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมถึงลักษณะของคนร้าย การแต่งกาย รวมถึงรถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตามได้ประสานขอภาพวงจรปิดจาก 1 ใน 4 ของเส้นทางทั้งหมดมาตรวจสอบ และจะมีการประสานขอภาพวงจรปิดในเส้นทางอื่นๆทั้งหมด
ผบช.น.กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของบุคคลที่ใช้ชื่อว่า เคทอง หรือ นายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ แกนนำนักรบพระเจ้าตาก คนสนิทของเสธ.แดงที่มีการนำคลิปวีดีโอเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์แห่งหนึ่งพูดถึงเรื่องเหตุระเบิด จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดทั้ง 4 จุด แต่จากคำพูดในคลิปดังกล่าวนั้นได้พูดถึงเรื่องระเบิด ก่อนที่จะมีการระเบิดเกิดขึ้น 1-2 วัน ซึ่งตนได้รับรายงานว่าขณะนี้ เคทองยังหลบหนีอยู่ทางภาคอีสาน ยังไม่พบว่ามีการอออกนอกประเทศ และเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการออกหมายจับคนร้ายรายอื่นเพิ่มเติม ในส่วนการแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมของคนร้ายนั้นในขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อมูลเพิ่ม ซึ่งตนได้สั่งการให้ตำรวจเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขา โดยจัดกำลังให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลตลอด 24 ชม. ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจได้เร่งทำงานอย่างเต็มที่ที่จะนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดี



