ข่าว

เย้ยทักษิณสติแตกใช้ปชช.บังหน้าป้องประโยชน์ตัว

เย้ยทักษิณสติแตกใช้ปชช.บังหน้าป้องประโยชน์ตัว

02 มี.ค. 2553

“เทพไท”เย้ย“แม้ว”สติแตก ใช้ปชช.บังหน้าเพื่อป้องประโยชน์ตัวเอง ท้าเผยชื่อ คนแก่ อให้ชัดเจน เตือนอย่าดิ้นอุทธรณ์ตามคำหลอกของ “ทีมทนายไม่ได้ความ” เพราะศาลปิดจุดอ่อนทุกประเด็น ยันรัฐปิดประตูจับตีนแมว ขโมยเงินแผ่นดิน “เทพไท”ชี้ลิ่วล้อควรยึดโพลสำรวจให้ทักษิณยอ

(2มี.ค.)  นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จัดรายการทอล์คอลาวด์เดอะเวิลดิ์ ที่พยายามปลุกระดมคนเสื้อแดง และการแสดงออกของพ.ต.ท.ทักษิณ  ซึ่งตนคิดว่าเหมือนคนสติแตก คลุ้มคลั่งหลังจากที่เสียเงินจำนวนมาก และในเนื้อหาการจัดรายการจะเห็นได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณพยายามที่จะเอาประชาชนเป็นเกราะป้องกันตัวเอง และพยายามพูดออดอ้อนว่ามีแต่ประชาชนเท่านั้นที่จะช่วยได้ และเป็นการแสดงให้เห็นว่ากำลังเอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือ และการพูดถึงเรื่องประชาธิปไตยและความยุติธรรม ตนคิดว่าเป็นเพียงมายากลใช้บังหน้าต่อการเคลื่อนไหว ซึ่งแท้ที่จริงในการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่า

 นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนรายระเอียดในรายการดังกล่าวที่ได้พูดถึง 2 - 3 ประเด็น น่าสนใจคือ ในเรื่องคำตัดสิน ที่บอกว่าคนที่ทุจริตแปลว่าเอาเงินจากภาษีประชาชน หรือเอาของรัฐมาใส่กระเป๋าตัวเอง และที่บอกว่าเป็นของตัวเองมาจากการขายหุ้น ตนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่เข้าใจคำพิพากษาศาล ที่ได้เขียนค่อนข้างละเอียดมาก โดยชี้ให้เห็นว่าการทุจริตไม่ได้หมายความว่าเอาเงินจากรัฐมาใส่กระเป๋า แต่การทุจริตของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นในเรื่องของเชิงนโยบาย เป็นการทุจริจในเชิงผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณต้องกลับไปอ่านคำพิพากษาให้ดี และตนคิดว่าไม่ช้าเกินไปที่จะให้ลิ่วล้อของตัวเอง ส่งคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์ไปให้อ่าน

 ส่วนการที่ถามว่าทำไมบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป ทำไมไปยุคนแก่ คนแก่มากๆก็เหมือนเด็ก มีอาการอยากได้โน่นได้นี่ แต่ก็คำถามจากสังคมเหมือนกันว่า ความหมายของคนแก่ที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอ้างนั้นคือใคร เพราะเชื่อว่าคนแก่อย่างน้อย 2 ท่าน เป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพนับถือ และตนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณต้องพูดเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ไม่ควรพูดในลักษณะคลุมเคลือ ที่จะทำให้สังคมเข้าใจผิดได้ และการที่พูดถึงกระบวนการยุติธรรมและรัฐบาลทำเหมือนปิดประตูตีแมว ซึ่งตนอยากเรียนว่ารัฐบาลหรือสังคมไทยไม่ได้คิดถึงเรื่องดังกล่าว แต่วันนี้กำลังปิดประตูเพื่อจับตีนแมว เพราะคนกลุ่มคนหนึ่งกำลังทำตัวเป็นขโมย ที่กำลังมาขโมยเงินของประเทศชาติ จึงจำเป็นต้องปิดประตูเข้าไปจับเพื่อตีแมวเหล่านี้

 ส่วนการที่พ.ต.ท.ทักษิณและฝ่ายกฎหมาย ที่จะพยายามหาช่องทางอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ซึ่งมีนักกฎหมายหลายท่านที่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า ไม่สามารถที่จะกระทำได้ เพราะในข้อเท็จจริงในระบบไต่ส่วนได้ปิดช่องทางที่เป็นจุดอ่อน เพราะในการเอาข้อเท็จจริงมายื่นอุทธรณ์ ตนคิดว่ายาก และการที่ทีมกฎหมายพยายามอ้างเอาเรื่องข้อกฎหมายมาเป็นประเด็นในการอุทธรณ์ ซึ่งตนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณกำลังเชื่อทีมกฎหมายของตัวเอง และกำลังถูกทีมกฎหมายของตัวเองหลอก ให้เข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง

 “ ผมอยากเตือนพ.ต.ท.ทักษิณว่า ต้องดูผลงานของทีมกฎหมายตัวเองว่ามีฝีมือและประสบผลสำเร็จบ้างหรือไม่ เพราะทีมกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณส่วนใหญ่เป็นทีมทนายไม่ได้ความ เพราะคนเหล่านี้มีหน้าที่วิ่งความไม่ได้ว่าความ คอยติดสินบนศาล คดีใดติดสินบนศาลไม่ได้ก็แพ้ อย่าว่าแต่ลูกความ ตัวทนายก็เคยติดคุกมาแล้ว ดังนั้น อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณไตร่ตรองให้ดีว่า จะถูกทนายความตัวเองหลอกอีกหรือไม่”นายเทพไท กล่าว

ชี้ลิ่วล้อควรยึดโพลสำรวจให้ทักษิณยอมรับคำตัดสินศาล

 นายเทพไท  กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ขู่ล่าชื่อคนเสื้อแดงเพื่อยื่นถอดถอน 9 ตุลาการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงควรเอาความรู้สึกของคนทั้งประเทศที่แสดงความรู้สึกผ่านผลการสำรวจต่างๆ ว่า อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม ตนไม่อยากให้มีการล่าชื่อจากประชาชนคนธรรมดา และทางที่ดีส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคนควรร่วมลงชื่อถอดถอนตุลาการ จะได้พิสูจน์ว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ถ้าเป็นการละเมิดก็จะได้เห็นส.ส.หลายคนต้องติดคุกหมดสมาชิกภาพไป

 นายเทพไท กล่าวปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ได้จัดทำแบล็คลิสต์รายชื่อบุคคลใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ 212 คน โดยเอกสารที่กลุ่มคนเสื้อแงนำมาเผยแพร่ไม่ใช่เอกสารทางราชการ เพราะมีการพิมพ์รายชื่อผิด บางคนไม่มีนามสกุล และมีการพิมพ์ตำแหน่งผิด เรื่องนี้อาจเป็นเพราะบรรดาหัวโจกเป็นผู้จัดทำขึ้นมาหลอก เมื่อเผยแพร่ไปแล้ววนกลับมาถึงตัวเอง ก็เลยกลัวเอง อย่างนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าทหารมาถ่ายรูปตอนตี 3 ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าการถ่ายรูปตอนกลางคืนจะเห็นแสงแฟลชได้ง่าย และการที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย บอกว่าถูกคนติดตามไปที่ร้านตัดผม คงไม่ใช่เรื่องจริง เพราะสงสัยว่านายสุรพงษ์จะมีผมให้ตัดหรือไม่