
พลังเงียบขอนแก่นปลุกปชช.ลุกขึ้นยุติรุนแรง
กลุ่มพลังเงียบขอนแก่น ออกประกาศแถลงการณ์หน้า ธ.กรุงเทพฯ ปลุกประชาชนลุกขึ้นสู้ยุติความรุนแรง ร่วมกันต่อต้าน ควบคุม สกัดกั้นบุคคลที่ก่อการเสี้ยมเสริมให้เกิดเหตุรุนแรง ระบุ ช่วยเป็นหูเป็นตาให้บ้านเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์นองเลือด ปณิธานชี้บึ้มแบงก์บัวหล
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 2 มี.ค.53 นายบำรุง บุญปัญญา ประธานสหภาพนักกิจกรรมสร้างสังคมใหม่ หรือในนามกลุ่มพลังเงียบขอนแก่น พร้อมประชาชนกลุ่มพลังเงียบ จ.ขอนแก่น จำนวนหนึ่ง ได้ารวมตัวกันที่หน้าธนาคารกรุงเทพฯสาขาถนนศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมกับอ่านประกาศแถลงการณ์ของกลุ่มฯ เพื่อลุกขึ้นสู้ยุติความรุนแรง
นายบำรุง กล่าวว่า จากประกายไฟแห่งความรุนแรงยกใหม่ได้ถูกจุดชนวนขึ้นโดยมือระเบิดต่อเป้าหมาย ธ.กรุงเทพฯ อันถูกอ้างให้เป็นสัญลักษณ์เชิงผลประโยชน์ของระบอบอำมาตยาธิปไตย ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษายาวเหยียดและมีมติเป็นเสียงข้างมากให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท
และยิ่งไปกว่านั้น ปปช.และองค์กรที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่างก็เตรียมเงื้อดาบอาญาสิทธิ์ ซึ่งเป็นดาบที่สองเอาไว้เพื่อฟาดฟันทิ่มแทงอีกหลายแผล ไม่ว่าจะเป็นคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สิน คดีดาวเทียมไอพีสตาร์ คดีเอ็กซิมแบงค์ และอื่นๆอีกจำนวนมาก ซึ่งอันมีความหมายแทงทะลุในบั้นปลาย ว่าจะต้องตามยึดจนหมดเกลี้ยงในที่สุด
ดังนั้นสถานการณ์ต่อจากนี้ไปจึงเป็นที่แน่ชัดว่า ส่งคมไทยมิอาจหลีกเลี่ยงพ้น กับความรุนแรงแบบหลั่งเลือดได้ เพราะความสูญเสียนับตั้งแต่วันที่ศาลได้อ่านประกาศคำพิพากษายึดทรัพย์นั้น ถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณฯ ที่มิอาจจะยอมรับและล่าถอยสู่ที่ตั้งได้
นายบำรุง กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงทำให้เหตุการณ์ความรุนแรง ความขัดแย้งในหมู่ชนชั้นนำจักดำเนินต่อไป และนำไปสู่ประวัติศาสตร์การนองเลือดขึ้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งในกรณีเช่นนี้หากประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นพลังเงียบ ที่ไม่ออกมาแสดงตนโดยเปิดเผย และไม่ลุกขึ้นสู้เพื่อยุติความรุนแรงโดยทันที จะทำให้ประวัติศาสตร์ความหายนะของประเทศเกิดขึ้นอีกครั้ง
อีกทั้งขอให้ประชาชนที่เป็นพลังเงียบนั้นได้ปกป้องประเทศชาติเพื่อให้ได้มาแห่งความสงบสุข ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะต้องร่วมมือกัน ควบคุม สกัดกั้นบุคคลและคณะบุคคลทั้งหลายที่ก่อการเสี้ยมเสริมให้เกิดเหตุสถานการณ์ความรุนแรงดังกล่าวที่จะเกิดขึ้น ซึ่งประชาชนสามารถทำได้คือ การไม่ทำตามคำชี้นำของผู้บงการหรือกลุ่มอิทธิพลใดๆ ที่เรียกกันว่ามือที่สาม แล้วหันมาเป็นหูเป็นตาให้บ้านเมือง โดยการเปิดโปง ขุดคุ้ย ต้นตอเบื้องหน้าเบื้องหลังของกลุ่มอิทธิพลที่ชั่วร้ายเหล่านี้ออกมาให้ได้
"เพื่อไม่ให้พวกมือที่สามที่ชั่วร้ายเหล่านี้ ฉวยโอกาสลงมือก่อสถานการณ์เติมเชื้อไฟให้เกิดการเข่นฆ่าทำลายล้างผู้บริสุทธิ์ ที่เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตยตามสิทธิความชอบธรรมที่พวกเขาสามารถแสดงออกได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งรัฐ “นายบำรุง กล่าว
ขณะที่ นายสุทธี ปุราทะกา ศิลปินนักร้องเมืองขอนแก่น หนึ่งในกลุ่มพลังเงียบขอนแก่น กล่าวถึงการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังเงียบในครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ประชาชนพลังเงียบได้ออกมาเคลื่อนไหวกัน เพื่อปลุกระดมให้ประชาชนพลังเงียบออกมาแสดงความคิดเห็นว่ามีท่าทีอย่างไรกับสถานการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากขณะนี้เรายังไม่ทราบว่าการนองเลือดและความรุนแรงนั้นเป็นการก่อขึ้นจากฝ่ายไหน เป็นฝ่ายรัฐบาลหรือว่ากลุ่มเสื้อแดง หรือกลุ่มอื่นๆ
"ดังนั้น เมื่อความอึมครึมที่ไม่รู้ว่าใครจะฉวยโอกาสทำให้สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ดีเกิดขึ้น จึงอยากให้ประชาชนทุกคนหรือกลุ่มพลังเงียบออกมาเคลื่อนไหว เพื่อต่อต้านเหตุการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นต่อคนบริสุทธิ์และประชาชนที่แสดงออกตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จะไม่ต้องนองเลือด โดยกลุ่มพลังเงียบขอนแก่น จะประสานไปยังเครือข่ายและประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานและทั่วประเทศ ให้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น"นายสุทธี กล่าว
ปณิธานชี้บึ้มแบงก์บัวหลวงเป้าหมายกดดันรัฐให้หมดสภาพ
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประเมินความรุนแรงในช่วงนี้ ว่า หลังจากนี้จะยังคงมีการก่อกวนเพื่อสร้างสถานการณ์โดยคนบางกลุ่ม แม้ว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ แต่ก็มีสิทธิจะเกิดช่องว่างให้เกิดเหตุรุนแรงได้ คนกลุ่มนี้ต้องแบ่งเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายวางแผนและฝ่ายปฎิบัติการ ฝ่ายที่วางแผนนั้นไม่ใช่มือสมัครเล่น แต่ถือว่าเป็นมืออาชีพเพราะได้ออกแบบให้มีการระเบิดเชื่อมโยงกัน 4 - 5 จุดในเวลาใกล้เคียงกัน
“ คดีนี้ตำรวจพบหลักฐานมากมาย ผมคิดว่าผู้ปฎิบัตินั้นก็ต้องถูกฝึกฝนในการใช้อาวุธมาพอสมควร แต่อาจจะไม่ชำนาญมาก เพราะคนที่สั่งการเขาจะใช้คนที่ไม่เก่งมาก เพื่อไม่ต้องการให้รู้เรื่องมากเวลาถูกจับก็สามารถตัดตอนได้ทันที มีลักษณะเป็นแค่นกต่อ จึงเห็นว่าระเบิดบางจุดถึงไม่ทำงาน ขณะที่ลูกระเบิดก็ไม่ธรรมดาเพราะประกอบจากชิ้นส่วนหลายประเทศ ลูกระเบิดก็ประเทศหนึ่ง สลักก็ประเทศหนึ่ง กระเดื่องก็อีกประเทศหนึ่ง และผู้ที่ใช้ยังไม่มีความชำนาญมากพอทำให้ไปพันเทปกาวพันเอาไว้ทำให้ระเบิดไม่ทำงาน”นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวว่า การปาระเบิดไปตามจุดต่างๆเป็นพฤติกรรมที่ไม่ต่างกับกลุ่มก่อการร้าย เพราะเป็นการคุกคามวิถีชีวิตปกติของประชาชน แม้จะไม่รุนแรงเหมือนในต่างประเทศ แต่ก็คล้ายคลึงกัน หลังจากนี้คนไทยจะไว้ใจอะไรไม่ได้ง่ายๆแล้ว จะต้องสังเกตุกระเป๋าที่ไม่มีเจ้าของ หรือรถที่ไม่มีคนขับ เมื่อเห็นแล้วต้องรีบแจ้งสายด่วน 1555 โดยกลุ่มที่ทำนั้นเพื่อมุ่งหวังสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลไม่สามารถรักษาความสงบได้ต้องแสดงความรับผิดชอบในที่สุด”นายปณิธาน กล่าว และว่า ขณะนี้มีข่าวปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องว่ากองทัพเป็นฝ่ายวางระเบิด ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีเงื่อนไขที่จะต้องขัดแย้งกับกองทัพ แม้แต่เรื่องจีที 200 นายกฯก็พูดคุยกับผู้นำเหล่าทัพอยู่ตลอดแต่ประชาชนไม่รู้
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะมีการติดตั้งวงจรปิดในกทม.เพิ่มเติม ขณะเดียวกันจะปรับปรุงระบบของกล้องวงจรทุกตัวในกทม.ให้เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ทำให้สามารถจับภาพความเคลื่อนไหวได้ทั่วกรุงเทพ โดยต้องขอความร่วมมือจากกทม. ภาคเอกชน ตำรวจจราจร ให้ช่วยกันด้วย
ส่วนการชุมนุมของนปช.ในวันที่ 14 มี.ค.นั้น นายปณิธาน กล่าวว่า เชื่อว่าในวันนั้นจะมีมวลชนหลั่งไหลเข้ามาจากทุกทาง ขณะที่รัฐบาลจะเตรียมจัดระบบการบริหารจราจรโดยเฉพาะในจุดที่สำคัญเช่นวงเวียนใหญ่ หัวลำโพง สนามหลวง อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนวงแหวน ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม รวมทั้งศาลากลางจังหวัดต่างๆ ซึ่งหากเป็นการชุมนุมโดยสงบรัฐบาลก็จะดูแลทั้งห้องน้ำ และเต๊นท์ในการชุมนุมให้



