
อัยการเดินหน้าเอาผิดทักษิณต่อเนื่องคดียึดทรัพย์
อัยการตั้งท่ารอคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ "ทักษิณ" ลั่นงานนี้ไม่กดดัน ชี้เป็นหน้าที่ปกติที่ต้องดำเนินการ แจงนโยบาย 5 มาตราทักษิณออกเอื้อประโยชน์ ฟ้องศาลแล้ว 2 เรื่อง 3 เรื่องแก้ไขสัญญามือถือ - ดาวเทียม ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบ
(2มี.ค.) ที่ห้องประชุมสำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 14.00 น. นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และสำนวนคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เชิญนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการคดีพิเศษ , นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร นายนัทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พร้อมคณะทำงานคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมหารือการวิเคราะห์ประเด็นคำพิพากษา เพื่อพิจารณาดำเนินคดีอื่นที่เกี่ยวข้องอีก ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางหารเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้ยึดทรัพย์จำนวน 46,373 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน อดีตภริยา นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ผู้คัดค้านที่ 1 - 5 ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
ภายหลังใช้เวลาการประชุมหารือนาน 30 นาที จึงเสร็จสิ้น นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ในฐานะรองประธานคณะทำงาน เปิดเผยว่า หลังจากศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาให้ทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นของแผ่นดิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประสานขอให้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด พิจารณาสำนวนในคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายให้ นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด เรียกประชุมคณะทำงาน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาฉบับเต็มคดียึดทรัพย์แต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาฯ รับว่าจะรีบส่งสำเนาคำพิพากษาให้ทันทีที่จบกระบวนการทางธุรการในชั้นศาลแล้ว
นายธนพิชญ์ กล่าวอีกว่า ในการหารือ ได้พิจารณา เรื่องการออกนโยบาย 5 มาตรา ซึ่งพบว่ามีการยื่นฟ้องคดีไปแล้ว 2 สำนวน เรื่องการอนุมัติปล่อยสินเชื่อของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (เอ็กซิมแบงค์) ให้แก่ทางการพม่าจำนวน 4,000 ล้านบาท และคดีตรากฎหมายแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพาสามิต ซึ่งทั้งสองคดีศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากยังไม่ได้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี ส่วนอีก 3 เรื่องที่ยังไม่ได้ยื่นฟ้อง ในส่วนการแก้สัญญาเครือข่ายโรมมิ่ง , แก้ไขลดส่วนแบ่งระบบบัตรโทรศัพท์เติมเงินล่วงหน้า หรือพรีเพดการ์ด และส่งดาวเทียมไอพี สตาร์ อยู่ในชั้นพิจารณาไต่สวนของ ป.ป.ช.
นายธนพิชญ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าหน่วยงานรัฐ หน่วยงานใดได้รับความเสียหายบ้าง เพื่อมอบหมายให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อไป
เมื่อถึงการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมารับโทษในคดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก ที่ถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี และเพื่อจะได้ส่งฟ้องในคดีอื่นนั้น นายธนพิชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อัยการสำนักงานต่างประเทศ พยายามดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องแล้ว แต่เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งที่แน่นอน จึงคงต้องใช้เวลาในการติดตามตัว ส่วนจะมีการดำเนินคดีอาญาบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องนอกเหนือ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐาน และคำกล่าวหาสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งมาให้อัยการเป็นผู้พิจารณา
เมื่อถามว่า รู้สึกหนักใจหรือกดดันหรือไม่ ที่จะต้องดำเนินคดีพ.ต.ท.ทักษิณ อีก โฆษกสำนักงานอัยการสูงสูด กล่าวสั้น ๆ ว่า ปกติอัยการก็ปฏิบัติหน้าที่ ไปตามปกติอยู่แล้ว ไม่รู้สึกหนักใจอะไร



