
เชียงใหม่ตื่นปัญหาหมอกควัน ภาคท่องเที่ยวหวั่งผลกระทบ จี้รัฐเข้มมาตรการ
เชียงใหม่-ภาคท่องเที่ยว หวั่งสถานการณ์หมอกควันเชียงใหม่กระทบท่องเที่ยว จี้ภาครัฐออกมาตรการจริงจังหวั่นซ้ำรอยปี 50
นายสมฤทธิ์ ไหคำ นายกสมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาหมอกควันเป็นเรื่องที่ภาคการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่มีความกังวลสูงสุดในช่วงฤดูแล้ง เพราะปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปีแต่ที่รุนแรงมากที่สุดคือปี 2550 โดยธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างยกเลิกห้องพัก แพ็กเกจทัวร์ ที่จะเดินทางมา เพราะไม่มั่นใจเรื่องมลพิษที่เกิดขึ้น
"ปีนี้หลายฝ่ายก็คาดการณ์กันว่าสภาพอากาศจะแห้งแล้งกว่าปีที่ผ่านมา จะพบว่าสภาพอากาศเริ่มถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันแล้ว แต่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กยังไม่เกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากมีการบันทึกไว้ในปฏิทินว่าช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน จ.เชียงใหม่ มักเกิดปัญหาหมอกควัน หากเกิดปัญหาขึ้นก็จะหลีกเลี่ยงที่จะนำนักท่องเที่ยวเดินทางมา เพราะต้องรับผิดชอบหลายปัจจัย ทั้งค่าประกัน การเดินทาง และความปลอดภัย"
นายสมฤทธิ์ กล่าวว่า ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนต่างๆ เริ่มมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในปีนี้ไม่น่าจะเลวร้ายและรุนแรงเหมือนปี 2550 ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะมีจิตสำนึกและร่วมกันลดการเผาด้วย
ด้านนายกนก สุวรรณสูตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) กล่าวว่า สถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่เป็นอันตราย แต่เชื่อว่าช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ปัญหาหมอกควันถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างมากของการท่องเที่ยว ตอนนี้เห็นภาครัฐดำเนินการรณรงค์ป้องกันปัญหาหมอกควันอยู่ แต่ยังเป็นช่วงต้นฤดูการเผาจึงยังไม่สามารถระบุอย่างแน่ชัดได้ว่าจะรุนแรงหรือไม่ แต่จากผลการดำเนินงานในปี 2551-2552 เห็นได้มีการออกมาตรการที่จริงจังไม่ให้เผาป่า มีการตรวจจับที่เข้มข้น ก็ทำให้ปัญหามลภาวะปีที่ผ่านๆ มาลดลงไปมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากข้อมูลเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษรายงานข้อมูลสารมลพิษค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง คำนวณเมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ บริเวณสถานีตรวจวัดโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย พบว่าค่าฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM 10) ที่ระดับ 57.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศที่ระดับ 65.6 ขณะที่บริเวณสถานีตรวจวัดพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ค่า PM 10 ที่ระดับ 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศที่ระดับ 46 โดยค่าทั้งสองยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่ค่า PM 10 ค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศไม่ควรเกิน 100



