
เกษตรนนทบุรีจับมือ อบจ. ทำ "หนึ่งบ้านหนึ่งต้นทุเรียน"
นนทบุรี-เกษตรจับมือ อบจ. จัดโครงการหนึ่งบ้านหนึ่งต้นทุเรียน เพื่อฟื้นฟูทุเรียนอันโด่งดังของเมืองนนท์
นายวิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ได้ร่วมกับ อบจ.นนทบุรี จัดโครงการ "หนึ่งบ้านหนึ่งต้นทุเรียน" เพื่อฟื้นฟูทุเรียนนนท์ เนื่องจากพบว่าการขยายตัวของความเจริญของที่อยู่อาศัย ทำให้มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ทำให้พื้นที่ จ.นนทบุรี ที่เคยปลูกทุเรียนขึ้นชื่อ กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก ขณะเดียวกันมีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ จ.นนทบุรีน จำนวนมาก ทำให้ราคาที่ดินมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวสวนและการปลูกทุเรียนนนท์ลดจำนวนลง
"ประกอบกับปัญหาผลผลิตทุเรียนลดลงทุกปี ทั้งจากปัญหาสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์และปัญหาธรรมชาติ ทั้งแมลงที่ทำลายผลผลิตของชาวสวนทุเรียน รวมถึงฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงเป็นเหตุให้ผลผลิตลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ชาวสวนทุเรียนสวนใหญ่จึงเลือกที่จะหันไปเพาะปลูกผลผลิตอื่นแทน หรือไม่ก็ขายสวนทุเรียนให้แก่โครงการจัดสรรหมู่บ้านต่างๆ ที่ให้ราคาค่อนข้างสูง"
นายวิจิตรกล่าวอีกว่า เกษตรจังหวัด และอบจ.นนทบุรี ได้สำรวจการทำสวนทุเรียนในพื้นที่พบว่ามีจำนวนลดลงเหลือ 1,000 กว่าไร่เท่านั้น หรือคิดเป็นประมาณ 10% เป็นปัญหาที่เกษตรจังหวัดนนทบุรี ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ส่งเสริมและอนุรักษ์ปลูกฝังไม่ให้ชาวสวนทุเรียนนนท์ละทิ้งการทำสวนทุเรียนไป ไม่เช่นนั้นคงไม่เหลือคำขวัญที่ว่า "พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา วัดเก่านามระบือ เลื่องลือทุเรียนนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ" จึงเร่งประชาสัมพันธ์แนะนำให้คำปรึกษาแก่ชาวบ้านและหน่วยราชการอื่นๆ ให้ช่วยกันปลูกทุเรียนบ้านละหนึ่งต้น เหมือนไม้ดอกไม้ประดับทั่วไป ที่นิยมเพาะปลูกกันตามบ้านเรือน เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนของชาวนนทบุรีไม่ให้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วหรือสูญพันธุ์ไป



