ข่าว

รวบแล้ว "เท้าแชร์" แม่ค้าข้าวแกง จอมแสบ เชิดเงินเหยื่อ 1.6 ล้าน หลบหนี

รวบแล้ว "เท้าแชร์" แม่ค้าข้าวแกง จอมแสบ เชิดเงินเหยื่อ 1.6 ล้าน หลบหนี

09 ก.พ. 2565

ตำรวจกองปราบ บุกรวบคาบ้าน "เท้าแชร์" แม่ค้าขายข้ามแกง จอมแสบ ออกอุบายยุบวงแชร์ ก่อนเชิดเงินกว่า 1.6 ล้านบาท หลบหนี

พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ , พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. , พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ, พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว, พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ , พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี , พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.1 บก.ป. และ​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา สว.กก.1 บก.ป. , ร.ต.อ.สุรพล ชูใจ รอง สว.กก.1 บก.ป พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม "เท้าแชร์"  

 

รวบแล้ว "เท้าแชร์" แม่ค้าข้าวแกง จอมแสบ เชิดเงินเหยื่อ 1.6 ล้าน หลบหนี

 

​ร่วมกันจับกุม นางมุกดา (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “จัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนแชร์รวมกันมากกว่าสามวง, มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน, มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทำวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง” ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 305/62 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2562 โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก ในตำบลโคกช้าง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
 

 

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2558 นางมุกดาฯ อายุ 60 ปี ประกอบอาชีพขายข้าวแกงรถเข็น ที่บริเวณวัดขวัญเมือง จังหวัดนนทบุรี ต่อมาเห็นโอกาสว่า ตนเองเป็นที่รู้จัก และเป็นที่ไว้วางวางใจของลูกค้า ในชุมชนวัดขวัญเมือง จึงผันตัวเป็นเท้าแชร์

 

โดยทำการชักชวนผู้เสียหายที่เป็นลูกค้า หรือบุคคลรู้จักให้ร่วมลงทุนเล่นวงแชร์ เริ่มต้นจากการเป็นท้าวเล่นแชร์แบบรายเดือน จนกระทั่งไม่สามารถหาเงินมาหมุนได้ทัน จึงใช้วิธีแบ่งการเล่นแชร์ออกเป็นวงแชร์แบบรายสัปดาห์ ,  รายเดือน จำนวนหลายทุน/มือ/วง พร้อมกัน โดยผู้ต้องหาจะเป็นคนทำหน้าที่ จัดการและรวมเงินวงแชร์ หรือ "เท้าแชร์" โดยเปิดรวมกันถึง 12 วงแชร์

 

จากการสืบสวน ทราบว่า มีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก กว่า 40 คน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเป็นเงินต้นที่จ่ายค่าแชร์กว่า 1,600,000 บาท (หนึ่งล้านหกแสนบาท) นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายที่ยังไม่แจ้งความดำเนินคดีอีกเป็นจำนวนมาก ผู้เสียหายที่มาร่วมเล่นแชร์กับผู้ต้องหานั้น ก็มักจะเป็นคนรู้จักกันมานาน และไว้ใจกัน จึงได้หลงเชื่อร่วมเล่นวงแชร์กับผู้ต้องหา ต่อมาจึงทราบว่า การเปิดแชร์ของผู้ต้องหา มีการนำชื่อแฝงบุคคลอื่น เข้ามาร่วมเล่นวงแชร์ที่ผู้เสียหายเล่น 
 

 

และเมื่อถึงเวลาเปียแชร์ ผู้ต้องหา จะอ้างชื่อที่นำมาแอบแฝงในวงแชร์นั้น สามารถเปียแชร์ได้ และให้ดอกในราคาที่สูง เมื่อใช้ชื่อที่แอบแฝงไปจนหมดแล้ว ก็จะพยายามล้ม หรือยกเลิกวงแชร์นั้น เมื่อผู้เสียหายทวงถามถึงเงินในวงแชร์ ผู้ต้องหาก็จะบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่า ไม่สามารถเก็บเงินตามรายชื่อที่เปียแชร์ไปได้ และหลบหนีหายไป ผู้เสียหายจึงได้รวมตัวไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับ สภ.บางศรีเมือง พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับนางมุกดาฯ จากศาลจังหวัดนนทบุรี


​ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ต.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปพักอาศัยอยู่บ้านพักย่านจังหวัดอยุธยาและปทุมธานี จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสืบสวน ติดตามตัว จนกระทั่งเช้าของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขออนุมัติหมายค้นในการตรวจสอบบ้านพักหลังดังกล่าว พบว่า ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงเข้าทำการจับกุม และนำตัวส่ง สภ.บางศรีเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​

 

​สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดีแต่อย่างใด โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การยอมรับตลอดข้อกล่าวหา 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอเตือนภัย พี่น้องประชาชน สำหรับการลงทุนแชร์หรือร่วมทำธุรกิจใดๆ ขอให้ท่านตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ที่มาชักชวนให้ท่านร่วมลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ "เท้าแชร์"