ข่าว

ไทย-ลาวจับมือแก้ปัญหาหมอกควันแม่ฮ่องสอนอ่วม

ไทย-ลาวจับมือแก้ปัญหาหมอกควันแม่ฮ่องสอนอ่วม

02 มี.ค. 2553

ไทย-ลาว จับมือหาทางแก้ปัญหาหมอกควัน สำไฟป่าโหมหนักส่งผลให้หมอกควันไฟปกคลุมในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้คุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มีนาคม 2553 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าทุกภาคส่วน ได้ร่วมประชุมกับนายคำหมั้น สูนวิเลิด เจ้าแขวงบ่อแก้ว และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนของแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตรประชาชน (ส.ป.ป.ลาว) ในการหาวิธีทางการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ที่หนาปกคลุมอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศไทยและส.ป.ป.ลาว

 นายสุเมธ กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันในอากาศในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบปัญหาสุขภาพของประชาชนในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอแม่สาย ที่มีชายแดนติดกับประเทศพม่า จึงได้ทำการประสานขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการหยุดเผาสร้างหมอกควันในอากาศ ซึ่งพบว่าทางส.ป.ป.ลาว ได้ให้ความสำคัญ ได้เข้าร่วมให้คำปรึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

 เบื้องต้นทางฝั่งไทยก็ได้มีการตั้งศูนย์ในการป้องกันปัญหาหมอกควันมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา โดยจะได้มีการออกทำการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้หยุดทำการเผาวัชพืชต่างๆ พร้อมกันนี้การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก็จะได้ให้หน่วยงานท้องถิ่นได้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและจะได้มีการนำรถน้ำฉีดละอองน้ำในอากาศ ในช่วงเช้าและตอนเย็นของทุกวันเพื่อเป็นการลดปริมาณหมอกควัน พร้อมทั้งจะได้นำกฏหมายเข้ามาบังคับใช้หากสามารถที่จะจับคนที่เผาได้ก็จะมีการดำเนินคดีทันที ซึ่งหากว่าปัญหาหมอกขวัญยังทวีความรุนแรงอยู่ก็จะได้มีขอพระราชทานการจัดทำฝนหลวงต่อไป

 ด้านนายคำหมั้น สูนวิเลิด เจ้าแขวงบ่อแก้ว กล่าวว่า ประชาชนในฝั่ง ส.ป.ป.ลาวในขณะนี้ก็ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพจากปัญหาหมอกควันกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการประชุมปรึกษากับทางประเทศไทยในครั้งนี้ ส.ป.ป.ลาว ก็จะได้มีการจัดตั้งศูนย์ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันโดยจะได้มีการระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมถึงผู้นำหมู่บ้านในการประชาสัมพันธ์ในการลดหมอกควันอย่างจริงจัง โดยจะได้ให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในทุกภาคส่วน รวมถึงหาแนวทางร่วมในการแก้ไขปัญหา พร้อมกับจะได้มีการเจ้าหน้าที่ตรวจไฟป่าตามแนวชายแดนประเทศไทย-ส.ป.ป.ลาว ทุกเส้นทางและจะได้นำรถน้ำทำการฉีดน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในขณะในจังหวัดเชียงราย พบว่าที่อำเภอแม่สาย ติดกับประเทศพม่า ได้มีปริมาณค่าฝุ่นละอองสูงสุด ในจังหวัดเชียงราย ขณะนี้อยู่ที่ 157.4 ไมโครกรัมต่อ 1 ลูกบาศน์เมตร ซึ่งทางอำเภอเชียงของ ที่ติดกับส.ป.ป.ลาว ก็มีค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานอยู่ ซึ่.นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผวจ.เชียงราย ได้มีการทำหนังสือขอความร่วมมือในการหยุดเผา ผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจทหารม้า (ฉก.ม.) 2 ในการประชุมทีบีซี ทีผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ประเทศพม่า ก็ได้มีการรับปากว่าจะช่วยกันรณรงค์ลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่

ไฟป่าโหมหมอกควันปกคลุมแม่ฮ่องสอน

 นายประมินทร์ วัฒนวารี หัวหน้ากลุ่มงานสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศโดยทั่วไปในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีควันไฟป่าปกคลุมหลายพื้นที่ ในวันที่ 1 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา คุณภาพอากาศวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( PM10 )วัดได้ 109.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) วัดได้ 101

 ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 ค่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก อยู่ที่ระดับ 126 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ วัดได้ 103 และวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2553 ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก วัดได้ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ วัดได้ 101 โดยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กและค่าดัชนีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานเป็นตัวบ่งบอกคุณภาพอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย

 อย่างไรก็ตาม จากภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่เกิดไฟป่า (Hotspots) เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บริเวณบ้านสบป่อง ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 4 จุด ในพื้นที่บ้านหมอกจำแป่ ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จำนวน 1 จุด และที่บริเวณบ้านแม่คง ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จำนวน 1 จุด และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บ้านห้วยปูลิง ต.ห้วยปูลิง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จำนวน 2 จุด ส่วนในพื้นที่ทางการเกษตรไม่ปรากฏไฟป่าแต่อย่างใด

 ด้านนายพีรัตน์ เรืองสุกใส หัวหน้าสถานีอุตินิยมวิทยาจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากสภาพอากาศบริเวณสนามบินแม่ฮ่องสอนมีควันไฟปกคลุมทำให้ทัศนวิสัยที่มองเห็นประมาณ 2,500-3,000 เมตร ทำให้เครื่องบินสายบินนกแอร์ ที่บินระหว่างเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ต้องเลื่อนเวลาทำการบินออกไป ซึ่งในช่วงบ่ายอากาศเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ