ข่าว

สทท.รับปาบึ้มแบงก์กระทบเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

สทท.รับปาบึ้มแบงก์กระทบเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

02 มี.ค. 2553

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เชื่อชุมนุมเสื้อแดงไม่น่าเกิดเหตุรุนแรง ระบุทุกฝ่ายยังเคารพกติกาประเทศ ส่วนเหตุการณ์ปาระเบิดแบงก์กรุงเทพรายวัน ยอมรับมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศ วอนทุกฝ่ายหย่าศึกหลังทิศทางการท่องเที

นายกงกฤช หิรัญญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า หลังคำตัดสินคดียึดทรัพย์บางส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์การปาระเบิดธนาคารพาณิชย์บางแห่งในกรุงเทพฯ แต่ยังถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ถึงขั้นต้องเสียเลือดเสียเนื้อ และส่วนตัวยังคงเชื่อว่าสถานการณ์ต่อจากนี้จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น  

 อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีหลายประเทศจับตามองในช่วงวิกฤติการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 26 ก.พ.อย่างใกล้ชิด โดยในช่วงดังกล่าวตนเองได้มีโอกาสเดินทางไปที่ประเทศออสเตรเลียและสิงคโปร์ ซึ่งทั้ง 2 ประเทศก็ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับแนวโน้มสถานการณ์ในวันดังกล่าว โดยตนเองได้บอกไปว่าไม่น่าจะมีการเกิดเหตุการณ์รุนแรงใดๆ ขึ้นในวันนั้น เพราะประชาชนคนไทยในขณะนี้น้อมรับคำตัดสินของศาล และเมื่อหลังคำตัดสินคนไทยก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ายังเคารพคำสั่งศาลและหนทางของกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นคาดหวังว่าเหตุการณ์หลังจากนี้จะทุเลาเบาบางลง

 ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศเองในช่วงนี้ก็ดีขึ้นนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.52 เป็นต้นมา โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวเมื่อเดือน ม.ค.53 ที่ผ่านมาพบว่ามียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 25% จากเดือนก่อน ซึ่งว่าสูงมากเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นหวังว่าในไตรมาตรแรกของปีนี้ อัตรานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเดือนต่อเดือนจะเพิ่มขึ้นในตัวเลข 2 หลักหากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย และส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าแนวโน้มสถานการณ์ทางการเมืองต่อจากนี้ไปจะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากว่าไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นอีก

 ส่วนของการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วม นปช.ในระหว่างวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ นายกงกฤช กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกคนได้ยินและได้เห็นถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ ดังนั้นเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศยังมีความเข้าใจในเหตุและผลของการเคลื่อนไหวรวมถึงทุกๆ เรื่องเป็นอย่างดีมากขึ้น เห็นได้จากการทำโพลล์สำรวจของสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งก็พบว่าประชาชนคนไทยเกินกว่าครึ่ง มีความเข้าใจเหตุผลในคำตัดสินคดียึดทรัพย์

 ส่วนเรื่องการชุมนุมนั้นในส่วนของสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ หากว่าการชุมนุมนั้นเป็นการชุมนุมโดยสงบภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงใดๆ ขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในหลายๆ ครั้งที่มีการชุมนุมก็เป็นการชุมนุมโดยสงบมาโดยตลอด แม้อาจจะเป็นการชุมนุมในสถานที่ที่ค่อนข้างล่อแหลม เช่น ทำเนียบรัฐบาล แต่ก็เห็นว่าทุกครั้งที่ผ่านมายังเป็นการชุมนุมโดยสงบภายใต้กรอบของกฎหมายอยู่ และไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงเหมือนในอดีตเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในส่วนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยคาดหวังว่า แม้จะมีการชุมนุมก็จะยังคงเป็นเพียงการชุมนุมเพื่อแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้ความสงบ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็จะยังคงเดินหน้าต่อไปได้

 แต่หากว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้นเหมือนครั้งเดือน เม.ย.52 ที่ผ่านมา ก็ถือว่าเป็นอุบัติภัยที่ยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวที่ยาวนานกว่าเดิมหลายเท่า เพราะสถานการณ์ความเชื่อมั่นของต่างประเทศจะหมดลง หากว่าเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีก เพราะฉะนั้นการฟื้นตัวด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเป็นไปได้ยาก 

 "ที่ผ่านมาเท่าที่ได้สำรวจตรวจสอบการรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ในต่างประเทศ ยังมีการนำเอาเหตุการณ์ช่วงที่เกิดการจลาจลไปเผยแพร่ให้ชาวโลกได้เห็นอยู่ในช่วงที่มีการตัดสินคดียึดทรัพย์ ซึ่งตรงนี้แสดงให้เห็นว่าบางครั้งสื่อมวลชนเองเป็นผู้สร้างความสับสน โดยเฉพาะสื่อมวลชนของต่างประเทศ ทำให้ประชาชนมองดูประเทศไทยว่ายังคงมีความวุ่นวายและจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องนี้ทางสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มีการนำเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อให้เร่งทำการประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์ข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ในขณะนี้ไปให้ทั่วโลกได้เห็นว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในประเทศอย่างถูกต้อง

 ดังนั้นในช่วงที่จะมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในเดือน มี.ค.นี้ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีกจะกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ทั้งที่ผ่านมาอัตราความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประเทศได้ฟื้นตัวกลับมาแล้วในสายตาของนักท่องเที่ยวต่างประเทศทุกประเทศ จึงอยากฝากไปยังทุกฝ่ายในขณะนี้ว่า ในภาวะเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างมากในขณะนี้ ประกอบกับภาวะวิกฤติโลกที่ยังไม่พ้นขีดภาวะอันตราย ประเทศไทยก็ยังคงต้องแสวงหาถึงความร่วมมือกันของคนในชาติ เพื่อที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของด้านเศรษฐกิจกับประเทศอื่น ขณะนี้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ เพราะฉะนั้นตอนนี้ประเทศไทยไม่มีเวลาเหลือพอที่จะมานั่งทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติอีกต่อไป  ดังนั้นอยากขอร้องว่าให้ทุกคนกลับมาคำนึงถึงเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

  สำหรับเหตุการณ์ปาระเบิดและลอบวางระเบิดธนาคารกรุงเทพหลายจุดนั้น นายกงกฤช กล่าวว่า  ส่วนตัวแล้วเข้าใจว่าน่าเป็นเพียงการก่อกวนที่หวังผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในส่วนของรัฐบาล พูดได้ว่าเป็นการก่อกวนรัฐบาล มากกว่าการก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหรือกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตมคงหลีกเลี่ยงไม่ได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของต่างประเทศในบางส่วน  ซึ่งเหตุการณ์นี้แม้จะไม่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่ชุมนุมของนักท่องเที่ยวต่างประเทศโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้