ข่าว

"เรียนออนไซต์" รูปแบบไหนทำไมนักเรียนอยู่กับ โอไมครอน ได้

"เรียนออนไซต์" รูปแบบไหนทำไมนักเรียนอยู่กับ โอไมครอน ได้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อยู่ในกลุ่มสถานศึกษาส่วนน้อยของประเทศ ที่เปิด "เรียนออนไซต์" ได้ 100% ทำไมเด็กนักเรียนอยู่ร่วมกับ โอไมครอน ได้ พบกับเคล็ดไม่ลับของ "รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์" แชร์ประสพการณ์ เพื่อคืนความสุขให้เด็กๆ

กว่า 2 ปีที่นักเรียนค่อนประเทศวาดฝันอยากกลับมาเรียนที่โรงเรียนเหมือนเดิม จะได้พบเพื่อนๆ แต่สถานการณ์หลังปีใหม่ คลัสเตอร์โรงเรียน เกิดรายวัน เมื่อโอไมครอน กระจายปกคลุมทั่วประเทศ แต่ทำไมยังมีสถานศึกษาที่เปิด “เรียนออนไซต์” ต่อเนื่องเกิดขึ้นจริง เชิญคุณผู้อ่านไปเรียนรู้กับการเรียนการสอนที่ทำให้ฝันเล็กๆของเด็กเป็นจริง

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และหัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก (CSIP) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิชาการศึกษาด้านเด็กเล็ก เปิดเผยเคล็ดไม่ลับกับ “คมชัดลึก ออนไลน์” ว่าสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว รับผิดชอบจัดการศึกษาสำหรับ เด็กเล็ก หรือ เด็กอนุบาล มีนักเรียนจำนวน 200 คน

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านั้น มีการเตรียมความพร้อมทั้งครู พ่อ แม่ผู้ปกครองและนักเรียน ซักซ้อมทำความเข้าใจว่าจะรับมือหรือสู้โควิดกันอย่างไร เพื่อให้เด็กอนุบาลได้รับการเรียนรู้เต็มศักยภาพของเด็ก

 

มีการทดลองควบคู่ไปกับการศึกษาวิจัย และนำมาปรับใช้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เด็กอนุบาลได้มาเรียนที่โรงเรียนหรือเปิด "เรียนออนไซต์" เพราะเราพบว่าการเรียนออนไลน์ สำหรับเด็กเล็ก หรือนักเรียนอนุบาล ไม่เกิดผลดีกับเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครอง ทางออกที่ดีที่สุดเด็กต้องมาโรงเรียน

 

ทำไม เรียนออนไซต์อยู่กับโอไมครอนได้ เป็นคำถามที่ผู้บริหารสถานศึกษาที่มาตรวจเยี่ยมถามพวกเราเสมอ และคำตอบที่สรุปได้จากการประมวลผลจากการลงมือปฏิบัติจริงทั้งหมดที่เปิด "เรียนออนไซต์" ต่อเนื่อง 100 % ไม่เคยปิดสถานศึกษา ด้วย 6 กลยุทธ์

6 กลยุทธ์พิชิต "เรียนออนไซต์" สู้โควิด

 

1.จัดห้องเรียนออกเป็นกลุ่มๆละ 10 คน

2.เรียนกลางแจ้ง เช่น ใต้ต้นไม้ สนามหญ้า มีครูดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว

 

3.ความร่วมมือของพ่อแม่ผู้ปกครอง สื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ เปิดใจคุยกัน หากมีคนในครอบครัวติดเชื้อต้องรีบแจ้งไม่ปิดบัง เพื่อแยกเด็กเล็กออกมา และนำเด็กมาตรวจหาเชื้อ เมื่อมั่นใจปลอดภัย เด็กกลับมาเรียนออนไซต์ที่โรงเรียน

 

4.ครูเข้มแข็ง ครูของเราสู้ตายทุกคน มีหัวใจเสียสละทุ่มเทเพื่อเด็ก เมื่อพบเด็กเสี่ยงครูเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดจนเด็กรอดปลอดภัย ครูทุกคนเข้มมาตรการป้องกันตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด แต่ไม่ถึงขั้นใส่ชุดพีพีอี เนื่องจากเด็กจะกลัว เมื่อครูเข้าไปอุ้มเพื่อนำไปดูแลหากพบมาจากครอบครัวเสี่ยง

 

5.ATK เข้มข้น เด็กเล็กอายุขวบครึ่งถึง 6 ขวบได้รับการสอนให้ใช้ชุดตรวจATK กันทุกคน จนกลายเป้นเรื่องปกติว่าก่อนจะมาโรงเรียนวัน

จันทร์ ต้องส่งผลตรวจ ATKจากการตรวจน้ำลายทุกวันอาทิตย์ผ่านช่องทางไลน์ ต้องมีภาพมายืนยัน เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เด็กติดเชื้อ

 

"เด็กๆไม่กลัว และให้ความร่วมมือด้วยดีในการใช้ชุดตรวจ ATK ทุกวันอาทิตย์ และครูสุ่มตรวจ ATK สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เมื่อรู้ว่าเด็กคนไหนเสี่ยง หรือติดเชื้อก็รีบบล็อกทันที หยุดไปเลย 7 วัน และตรวจATK เข้มอีก 3 รอบก็กลับมาเรียนออนไซต์กับเพื่อนๆได้อีก

 

เพื่อไม่ให้เกิดคลัสเตอร์โรงเรียน ทำให้การเรียนออนไซต์ตลอดกว่า 2 ปีที่นี่ไม่มีคลัสเด็กอนุบาล ไม่เคยปิดโรงเรียน เพียงคุมเข้มการตรวจ ATK ตกเทอมละ 700 บาทต่อคน" รศ.นพ.อดิศักดิ์ระบุ

 

6.แนะรัฐ อุดหนุนชุดตรวจ ATK เด็กเล็ก ต่อคนต่อเทอม ราคาเพียง 700 บาทเท่านั้น  โดยเพฉาะกรุงเทพมหานคร มีศูนย์เด็กเล็กกว่า 200 ศูนย์ บางศูนย์เด็กเล็กของกทม. มีเด็กเพียง 40-100 คน หรือประมาณ 28,000 คน รัฐน่าจะออกงบในส่วนนี้เพื่อสนับสนุนการเรียนออนไซต์ เด็กๆ จะได้มาโรงเรียน มาพบเพื่อนๆ กิน เล่น เต้น วาด ตามประสาเด็กๆ มีความสุขดีต่อพัฒนาการของเด็กอีกด้วย

 

“ผมยินดีเป็นอย่างยิ่ง หลังแชร์ประสพการณ์  6 กลยุทธ์พิชิตเรียนออนไซต์สู้โควิด เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สถานศึกษาอื่นๆจะนำไปปรับใช้ เพื่อเปิดเรียนออนไซต์ให้ได้ 100% เพื่อคืนความสุข สนุกสนานให้กับเด็กๆ จะได้รับการพัฒนาอย่างสมวัย ”รศ.นพ.อดิศักดิ์ ฝากทิ้งท้าย

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด