
นครบาลจับมือสันติบาลถอดคำเคทองยุบึ้มเมือง
"นครบาลจับมือสันติบาล " ถอดคำพูด " เคทอง " ตรวจสอบวิเคาระห์ข้อกฎหมาย " โฆษก บช.น." ลั่นหากเข้าข่ายความผิด จ่อออกหมายเรียก " สอบปากคำ หากไม่มาพบ " ออกหมายจับ " ทันที ผบก.น.9 สั่งเฝ้าระวังจุดล่อแหลมตลอด24ชม.
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ ฉายาเคทอง ลูกน้องคนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล พูดผ่านวิดีโอคลิปเมื่วันที่ 26 ก.พ.และเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตว่า หลังจากวันที่ 26 ก.พ.จะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นใน กทม.จนกระทั่งมีเหตุระเบิดธนาคารกรุงเทพฯว่า ฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจสันติบาลกำลังสืบสวนและวิเคราะห์ทางกฎหมายว่า คำพูดดังกล่าวของนายพรวัฒน์มีเนื้อหาถ้อยคำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และกำลังสืบสวนที่มาที่ไปว่า พูดด้วยวัตถุประสงค์ใดมีเจตนาอย่างไรหรือเป็นการพูดระหว่างที่คล้ายกับการปราศรัยบนเวที จะเห็นว่าที่ผ่านมาคนที่ปราศรัยบนเวทีนั้นมักจะพูดไปเรื่อยเปื่อยพูดอะไรก็ได้พูดอย่างไรก็ได้ แต่เมื่อพูดแล้วมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงตามคำพูดนั้นก็ต้องสืบสวนสอบสวนกัน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า หากพบว่าคำพูดถ้อยคำของนายพรวัฒน์ เข้าข่ายผิดข้อกฎหมายก็ต้องมีการออกหมายเรียกตัวมาสอบสวนกัน หากไม่มีตามหมายเรียก 3 ครั้งก็ต้องออกหมายจับ ทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอนมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงทางสันติบาลกำลังดำเนินการอยู่มีการประสานจ้อมูลร่วมกับนครบาลตลอดเวลา
ผบก.น.9 สั่งเฝ้าระวังจุดล่อแหลมตลอด24ชม.
เมื่อเวลา 11.30 น.พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 กล่าวถึงกรณีคนร้ายปาระเบิดสังหารชนิด เอ็ม 67 ใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 กม.7 ถนนพระราม 2 ซอย 65 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.แต่ระเบิดไม่ทำงาน และเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า วันนี้เป็นวันที่ธนาคารทุกแห่งเปิดให้บริการเป็นวันแรกหลังจากที่ปิดทำการในช่วงวันหยุดยาวถึง 3 วัน อย่างไรก็ตาม ตนได้เตรียมมาตราการเฝ้าระวังเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเอาไว้แล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.9 ปฏิบัติตามแผน ว.4-ว.10 คือให้สลับสับเปลี่ยนกันคอยตรวจตราพื้นที่ล่อแหลม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านทอง ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครแจ้งข่าวอาชญากรรม ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนมาร่วมเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ด้วย โดยเฉพาะสายลับเสื้อส้ม หรือสายลับตาสับปะรด ที่ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ได้ปล่อยแถวออกตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่เมื่อวานนี้ ทำให้ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเวลานี้ยังไม่ได้รับแจ้งเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงในพื้นที่ บก.น.9 แต่อย่างใด
ด้าน พ.ต.อ.ยุคลเดช ตันสกุล ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนสามารถสอบปากคำพยานแวดล้อมไปได้เพียง 1 ปาก ส่วนกล้องวงจรปิดของธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 กม.7 นั้น ไม่สามารถจับภาพความเคลื่อนไหวใดๆ ไว้ได้เนื่องจากมุมกล้องหันในทิศทางที่แคบจนเกินไป แต่ได้ประสานให้ผู้บริหารปรับเปลี่ยนทิศทางออกมาทางถนนใหญ่ให้มากยิ่งขึ้นแล้ว สำหรับผลตรวจลายนิ้วมือแฝงบนลูกระเบิดของกลางที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั้นพบแค่เพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการจัดกำลังตำรวจไปเฝ้าสังเกตการณ์ตามแผนรักษาความปลอดภัยร่วมกับพนักงาน รปภ.ของธนาคารกรุงเทพ สาขาดังกล่าวแล้วตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้มีการปรับสภาพภูมิทัศน์ในพื้นที่เพื่อเป็นการลดโอกาสให้คนร้ายใช้ในการก่อเหตุด้วยคือ มีการประสานให้แขวงการทางเพิ่มไฟส่องสว่างตามท้องถนนให้มากขึ้นและประสานให้สำนักงานเขตบางขุนเทียน ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ให้ดูโล่งขึ้นอีกด้วย
ขณะที่ พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สส.บก.น.9 กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ธนาคารและห้างร้านต่างๆ เปิดทำการ ขณะนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.9 ออกไปทำการประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงกับคนร้ายที่ลอบปาระเบิดในคืนวันเดียวกันให้มากที่สุด ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 กม.7 นั้นไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุทิศทางของกล้องกลับหันไปจับภาพเฝ้าระวังเหตุบริเวณตู้เอทีเอ็ม และลานจอดรถด้านหน้าธนาคารมากกว่า โดยในขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มใด แต่เท่าที่ดูแล้วคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 ชุด ซึ่งในช่วงเวลา 20.00 น.วันนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.จะมีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้อีกครั้งที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสังเกตการณ์บริเวณด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 กม.7 ถนนพระราม 2 ซอย 65 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการปาระเบิดของคนร้ายเมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.อีกครั้ง พบว่าบรรยากาศยังคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่มาเข้าคิวต่อแถวรอทำธุรกรรมกับทางธนาคารตามปกติ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ จำนวน 2 นาย คอยรักษาความปลอดภัยด้านในร่วมกับเจ้าหน้าที่ รปภ.ของทางธนาคาร ส่วนบริเวณด้านนอกเป็นหน้าที่ของฝ่ายสืบสวนคอยซุ่มโป่งตรวจตราความเคลื่อนไหวและเฝ้าระวังเหตุ นอกจากนี้ยังมีรถกระบะตราโล่ ของ สน.ท่าข้าม จำนวน 2 คัน มาจอดไว้บริเวณด้านหน้าและด้านข้างธนาคารอีกด้วย
จากการสอบถาม นางวรรณดี มีมา อายุ 54 ปี อาชีพแม่บ้าน ซึ่งเดินทางมาทำธุรกรรมกับทางธนาคาร กล่าวว่า ตนเดินทางมาฝากเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ที่ธนาคารแห่งนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีคนร้ายนำระเบิดมาปาใส่ที่ธนาคารตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 27 ก.พ.แล้ว แต่ที่มาในวันนี้ไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด เพราะอุ่นใจที่เห็นตำรวจมาคอยดูแลและอยากให้ตำรวจจับคนร้ายได้เร็วๆ จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงกลุ่มคนร้ายด้วยว่า ทุกวันนี้รู้สึกว่าคนในชาติเราขาดความสามัคคี แต่ตนอยากให้คนร้ายกลับใจเป็นคนดี บ้านเมืองเราจะได้สงบสุขปลอดภัยกลับสู่สภาวะการณ์ปกติในเร็ววันเสียที



