
ป.ป.ช.ถกเอาผิดอาญา"แม้ว"หลังยึดทรัพย์
ป.ป.ช.ประชุมรับลูกเอาผิดอาญา"ทักษิณ" หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายึดทรัพย์ กว่า 4.6 หมื่นล้าน
(2มี.ค.) สำนักนักงาน ป.ป.ช. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น. มีประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ 9 คน เพื่อพิจารณาดำเนินการในคดีอาญา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์กว่า 4.6 หมื่นล้านบาท โดยก่อนเริ่มการประชุมนายเมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.วันนี้ (2 มี.ค.) แม้จะไม่มีระเบียบวาระเกี่ยวกับการพิจารณาเพื่อดำเนินการหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่คาดว่าจะมี กรรมการ ป.ป.ช.หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาหารือในที่ประชุม โดยเฉพาะนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้ติดตามเรื่องกรณีการแก้ไขส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงิน หรือพรีเพด และการแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียม IP STAR มาตลอด
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ที่วินิจฉัยออกมานั้นเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาดำเนินคดีทางอาญากับ พ.ต.ท.ทักษิณได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูในรายละเอียดก่อน โดยจะมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของสำนักงาน ป.ป.ช.ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่บุ่มบ่าม เพราะยอมรับว่าตนเองไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นผู้ใช้กฎหมาย แต่เท่าที่รับฟังการตัดสิน ก็เห็นว่าสิ่งที่ศาลฎีกาฯพิจารณา เป็นเพียงคำตัดสินที่มีต่อทรัพย์สิน ซึ่งไม่ได้พูดถึงประเด็นที่ถามไปในส่วนของการกระทำผิดทางอาญา เช่น การกระทำผิดที่เกิดขึ้นในขณะดำรงตำแหน่ง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องมีการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า จะดำเนินการอย่างไร
ด้านนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ วันนี้ จะมีการนำคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ที่วินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิดในการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ใน 5 มาตรการ ได้แก่ 1.การแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 2.การแก้ไขสัญญาอัตราจัดเก็บภาษีระบบเติมเงินให้เอไอเอส 3.การแก้ไขสัญญาเชื่อมต่อสัญญาณหรือโรมมิ่งแก่เอไอเอส 4.โครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ และ 5.การปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่า วงเงิน 4 พันล้านบาท มาขยายผลเพื่อตรวจสอบว่า มีรัฐมนตรีหรือเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องร่วมหรือได้ประโยชน์เช่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ รวมทั้งกรณีที่ศาลฎีกาฯชี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจงใจปกปิดการถือหุ้น โดยจะนำพยานหลักฐานที่เป็นข้อวินิจฉัยของศาลฎีกาฯทั้งหมด มาประกอบการพิจารณา
นายวิชัย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ฝ่ายกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมยื่นอุทธรณ์ โดยอ้างว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจรับคดีต่างๆ มาทำต่อจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.คงไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา เพราะหากฝ่ายกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยื่นอุทธรณ์ในประเด็นนี้ ก็เท่ากับไม่ยอมรับอำนาจของศาล ซึ่งคงจะลำบากหากจะให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาในประเด็นนี้



