ข่าว

“เรืองไกร”ยันไล่ตรวจสอบรมต.ซุกหุ้นเรียงตัว

“เรืองไกร”ยันไล่ตรวจสอบรมต.ซุกหุ้นเรียงตัว

02 มี.ค. 2553

“เรืองไกร” ลุยไล่สอบข้อมูลรมต.ซุกหุ้น ยันยังไม่กล่าวหาใคร แค่สงสัยข้อมูล ขุดข้อมูลบัญชีทรัพย์สินไล่สอบรมต.เรียงตัว

(2มี.ค.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา กล่าวถึงข้อสงสัยในการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่า จากข้อมูลคู่สมรสของคุณหญิงกัลยา มีเงินลงทุนมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท และเมื่อตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรี เงินลงทุนดังกล่าวลดลงไปเหลือประมาณ 300 ล้านบาท และปรากฏมีลูกหนี้เงินให้กู้ยืมซึ่งเป็นบุตรสาวทั้ง 3 คน ทั้งนี้ ในบัญชียังมีชื่อบุตรชายอีกหนึ่งคน รวมทั้งสิ้น 4 คน แต่เป็นลูกหนี้เพียงบุตรสาว 3 คน โดย 2 คนมีที่อยู่เดียวกันกับคุณหญิงกัลยา และจำนวนเงินที่เป็นหนี้ของทั้ง 3 คนเท่ากัน ประมาณ 95.8 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลในขณะที่เป็นส.ส. ไม่ปรากฏอยู่ในเว็บของป.ป.ช. แต่กลับปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของป.ป.ช.ขณะที่เป็นรัฐมนตรี

 จึงอยากให้ป.ป.ช.ไปดูว่าจะมีวิธีการนำข้อมูลในส่วนนี้มาแสดงได้หรือไม่ ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบใน 2 ลักษณะคือ 1.การโอนหุ้นดังกล่าวเข้าลักษณะตามแนวคำพิพากษาที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งจะไปเกี่ยวกับกรณีการถือครองหุ้นข้ามเส้น กรณีที่รัฐมนตรีหรือคู่สมรสถือครองหุ้นเกิน 5% อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 269 และ 2.เป็นการปกปิดบัญชี โดยเอาหุ้นในส่วนของคู่สมรสไปรวมไว้กับบุตรหรือไม่

 นายเรืองไกร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงตรงนี้จะเอาไปกล่าวหา หรือชี้ว่ามีความผิดยังไม่ได้ ต้องดูข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน แต่แนวโน้มที่มีการเปรียบเทียบบัญชีของท่าน ตนได้เก็บข้อมูลมาตลอด ซึ่งยังมีอีกหลายคนที่กำลังตรวจสอบอยู่ ประเด็นต่อมาคือได้ข้อมูลจากป.ป.ช. แล้วก็จะต้องเช็คไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าการแจ้งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน เมื่อถามว่ากรณีของคุณหญิงกัลยา ใกล้เคียงกับกรณีของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า ก็ดูจากข้อมูลที่ปรากฏ ซึ่งเมื่อเช้าทราบข่าวจากคุณหญิงกัลยา ว่ายังไม่ทราบประเด็น จริงๆแล้วข้อมูลนี้เป็นข้อมูลสาธารณะที่ป.ป.ช.แสดงไว้ ประชาชนสามารถเข้าดูได้ในเว็บไซต์ เพียงแต่พิจารณาแล้วมันใกล้เคียงกัน เราก็จะเข้าไปตรวจสอบ แต่สำหรับรัฐมนตรีคนอื่นก็จะกลับไปย้อนดูในทุกรัฐบาล ไม่ได้เลือกว่าจะตรวจใครคนใดคนหนึ่ง ตอนนี้ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เพราะเอกสารบางส่วนไม่อยู่ในเว็บไซต์ ป.ป.ช. ต้องไปนั่งคัดออกมา ไม่สามารถถ่ายสำเนาได้

 นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า อาจต้องนำข้อมูลการถือครองหุ้นสามัญของรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลนี้ ที่แม้ กกต.จะลงมติว่าไม่รับพิจารณาไปแล้ว กลับมาพิจารณาใหม่ หรือถ้าสามารถรวบรวมรายชื่อ ส.ว. ได้ครบ 15 คน ก็อาจจะยื่นตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยต่อไป เมื่อถามว่ายังมีรัฐมนตรีคนอื่นอีกหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า ต้องไปตรวจสอบอีกครั้ง โดยจะไล่ใหม่ทั้งหมด แต่กรณีนี้ต้องไล่เฉพาะรัฐมนตรี เพราะถ้าเป็นส.ส. ส.ว. ปกติ จะถือหุ้นไม่ได้ กรณีหุ้นสัมปทานหรือหุ้นสื่อเท่านั้น แต่ถือครองเกิน 5% ไม่เป็นไร แต่คนที่เป็นรัฐมนตรี ถ้าเกิน 5% ต้องเอาไปฝากไว้กับบายพาส ซึ่งกรณีของนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง นายชวรัตน์ ชาญวีระกูล รมว.มหาดไทย ได้มีการนำไปฝากไว้แล้ว ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ คาดว่าไม่น่าจะเกิน 1-2 สัปดาห์