
ชาวสวนผลไม้เฮคาดปีนี้ราคาสูงจีนต้องการมาก
ชาวสวนผลไม้ได้เฮ คาดปีนี้ราคาส่งออกสูงขึ้น เหตุภาวะอากาศทำให้ผลไม้คุณภาพดี มองตลาดหลักยังเป็นจีนที่มีความต้องการสูงต่อเนื่อง
นายไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ราคาผลไม้จากภาคตะวันออกและภาคเหนือมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จากการสำรวจจะพบว่าผลไม้จะออกสู่ตลาดมากกว่าปีก่อนเล็กน้อย แต่เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด ฝนตกทิ้งช่วง อาจจะทำให้ผลไม้ปีนี้มีคุณภาพดีกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถจำหน่ายในตลาดระดับบนได้มากขึ้น โดยตลาดหลักๆ ในการจำหน่ายยังเป็นประเทศจีน ที่ความต้องการผลไม้ไทยขยายตัวมากขึ้น และสามารถรองรับผลไม้จากไทยได้ถึง 60% ของผลผลิตทั้งประเทศ ทั้งตลาดล่างและตลาดบน
"ตลาดจีนต้องการผลไม้ไทยมากขึ้น เพราะ 2 ปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในไทยช่วงที่ผลไม้ออกสู่ตลาด ขณะที่ราคาผลไม้ถูก การเลือกซื้อและชิมจึงได้รสชาติ ที่สดกว่าจึงติดใจ จึงยอมซื้อผลไม้ไทยแม้ราคาแพงกว่า ขณะนี้เราสามารถขยายไปถึงมณฑลฮาบิน ถือเป็นแนวโน้มที่ดีในอนาคต" นายไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้สภาพอากาศหนาวมากในจีน ทำให้ความต้องการบริโภคลำไยมีมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาส และคาดว่าปีนี้ลำไยจะมีผลผลิตออกจำนวนมาก แม้เกษตรกรจะหันไปปลูกทะวายมากขึ้น ทำให้มีลำไยออกสู่ตลาดตลอดปี และขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 30-40 บาท ขณะที่มังคุดคุณภาพดี ตลาดจีนก็เป็นตลาดรับซื้อที่แพงที่สุด และรองรับได้มากถึง 60% ของผลผลิต
สำหรับสภาพเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ไม่ส่งผลกระทบต่อผลไม้ไทย เพราะส่วนใหญ่ขายตลาดบน ส่วนภาวะโลกร้อนก็เป็นผลดีที่ทำให้ผลไม้ไทยมีคุณภาพดีขึ้น ดังนั้นช่วงฤดูแล้งนี้เกษตรกรควรดูแลไม่ให้ขาดน้ำ ขณะที่คู่แข่งส่งออกผลไม้สำคัญคือ เวียดนามและอินโดนีเซีย แต่เทคโนโลยีการจัดการสวนผลไม้ยังตามหลังไทยอย่างน้อย 10 ปี ประกอบกับภูมิประเทศมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ผลไม้เน่าเสียได้ รวมทั้งผลผลิตไม่มีคุณภาพ ส่วนใหญ่ส่งออกไปขายในตลาดล่าง จึงคาดว่าการแข่งขันจะไม่รุนแรง



