
ห่วงสินค้าเกษตรพม่าทะลักตีตลาดระนอง
หอการค้าระนองห่วงสินค้าเกษตรพม่าทะลักเข้าไทย โดยเฉพาะน้ำยางข้นขนข้ามเรือมาขายให้โรงงานราคาถูกกว่าของไทย ร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข ชี้มีผลกระทบต่อชาวสวน แถมยังผิดกฎหมาย
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรในแนวชายแดนไทย-พม่า ได้รับผลกระทบจากการที่สินค้าเกษตรของพม่าเข้ามาตีตลาด โดยเฉพาะน้ำยางข้นถือเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของฝั่งไทยอย่างมาก เนื่องจากมีกลุ่มผู้ประกอบการจากประเทศมาเลเซียเข้ามาตั้งโรงงานที่ จ.ชุมพร ทำให้มีความต้องการวัตถุดิบไปป้อนโรงงานน้ำยางข้น เพื่อส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย จึงมีกลุ่มพ่อค้าคนไทยตั้งจุดรับซื้อน้ำยางข้นตามแนวพรมแดน เพื่อส่งต่อไปยังโรงงาน
"เมื่อเกษตรกรชาวสวนยางของพม่ากรีดยางได้ จะนิยมนำน้ำยางข้นบรรจุแกลลอนขนาด 20 ลิตร ล่องเรือข้ามฟากแม่น้ำกระบุรีมาขายให้พ่อค้าฝั่งไทย ในราคากิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายไทย เพราะไม่ผ่านการนำเข้าที่ถูกต้อง และส่งผลกระทบต่อชาวสวนยางไทยจากการที่มีสินค้าเข้ามาตีตลาด จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวเร่งด่วน" นายนิตย์ กล่าว
นายนิตย์ กล่าวต่อว่า สินค้าเกษตรจากพม่าที่ทะลักเข้ามาตีตลาดสินค้าเกษตรของไทย ที่ผ่านมาประกอบด้วย ข้าวเปลือก ใบจาก เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ข้าวโพด กาแฟ ปอ ล่าสุดเป็นสินค้ายางพาราซึ่งเป็นสินค้าเกษตรอีกตัวที่เริ่มมีเข้ามาจากพม่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้พม่าได้ส่งเสริมให้เกษตรกรของตนเองขยายพื้นที่ปลูกยางพารา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ
"สินค้าเกษตรที่น่าจับตาถึงการเติบโตคือข้าวเปลือก ที่ปัจจุบันมีความต้องการจากโรงสีใน จ.นครปฐมเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้าวเปลือกจากพม่ามีราคาต่ำ อีกทั้งขณะนี้พม่ามีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่เรียกว่าข้าวหอมมะลิพม่า ซึ่งสามารถนำมาเป็นส่วนผสมกับข้าวสารถุงของไทยได้เป็นอย่างดี" ประธานหอการค้าระนอง ระบุ
ร.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ กองร้อยที่ 2521 กองกำลังเทพสตรี ซึ่งดูแลแนวพื้นที่ชายแดนด้าน จ.ระนอง-ชุมพร กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าได้มีสินค้าเกษตรจากประเทศพม่าข้ามมายัง จ.ระนอง ซึ่งทหารเตรียมประสานยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยในอนาคต



