
งัดแผนสองแก้"น้ำตาลขาด"กน.เล็งจัดสรรเพิ่มโควตา ก.
จับตาประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย เล็งเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. แก้ปัญหาตลาดในประเทศตึงตัว สอน.ชี้ต้องพิจารณารอบคอบ ห่วงกระทบชาวไร่และโรงงาน มองหากตรวจสอบเส้นทางตั้งแต่โรงงานถึงผู้บริโภค พร้อมคุมเข้มลักลอบส่งออกแก้ปัญหาได้
นายพงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ในการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย (กน.) ที่มีนายวิจักร น้อยวิเศษ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธาน จะพิจารณาจัดสรรน้ำตาลฤดูผลิตปี 2552/2553 ครั้งที่ 2 และประเมินสถานการณ์น้ำตาลในประเทศที่มีปัญหาตึงตัว โดยอาจจะมีการพิจารณาเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. ที่ใช้สำหรับการบริโภคในประเทศ จากที่กำหนดไว้ที่ 2.1 ล้านตัน หากมาตรการแก้ปัญหาเบื้องต้น ซึ่งคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ออกมา 4 มาตรการไม่ได้ผล
"การปรับโควตาน้ำตาลเพิ่มเป็นเรื่องปกติที่ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยจะประเมินความต้องการใช้และปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ ซึ่งภาครัฐมีหน้าที่จัดหาน้ำตาลให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศก่อนจัดโควตา ค. เพื่อส่งออก ซึ่งบางปีโควตา ก. มีมากเกินไปก็จะปรับลด แต่ถ้าบางปี โควตา ก. ไม่พอต่อความต้องการก็จะเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยช่วงที่ราคาตลาดโลกสูง หากจัดสรรโควตา ก. ไว้มากจะทำให้รายได้เข้าระบบ 70 ต่อ 30 ลดลง ก็จะกระทบชาวไร่และโรงงานน้ำตาล ดังนั้นเบื้องต้นต้องจัดการให้กลไกดูแลน้ำตาลทุกส่วนและควบคุมตลาดให้ได้" นายพงษ์เทพ กล่าว
นายพงษ์เทพ กล่าวด้วยว่า สอน.เห็นว่าหากมีการตรวจสอบเส้นทางน้ำตาล ตั้งแต่โรงงานจนถึงผู้บริโภค และป้องกันการลักลอบส่งออกอย่างเข้มงวด เชื่อว่าน้ำตาลโควตา ก. ที่จัดสรรปีนี้จะเพียงพอและไม่จำเป็นต้องเพิ่มโควตา โดยปีนี้มีน้ำตาลบริโภคในประเทศรวม 2.2 ล้านตัน แบ่งเป็นโควตา ก. 2.1 ล้านตัน และน้ำตาลค้างกระดานจากปีก่อน 0.1 ล้านตัน จึงเชื่อว่าเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งรอบ 5 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคไทยไม่เคยบริโภคน้ำตาลเกิน 2.1 ล้านตัน แม้ปีที่เศรษฐกิจขยายตัวดีก็บริโภคเพียง 2.0 ล้านตัน
นอกจากนี้ ที่ประชุม กน.จะพิจารณาร่างประกาศเรื่องกำหนดมาตรการควบคุมการจำหน่ายน้ำตาลทรายให้แก่ผู้ประกอบการ โดยห้ามผู้ส่งออกอาหารขอลด ชะลอหรือยกเลิกใช้น้ำตาลโควตา ค. และห้ามขอใช้น้ำตาลต่ำกว่า 70% ของสิทธิที่ได้รับ รวมทั้งต้องใช้น้ำตาลมากกว่า 70% ช่วง 4 เดือนแรกของปีที่ได้รับสิทธิ และต้องขนย้ายน้ำตาลที่ได้รับแต่ละเดือน หากฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิใช้น้ำตาลโควตา ค. เป็นเวลา 5 ปี



