ข่าว

งัดแผนสองแก้"น้ำตาลขาด"กน.เล็งจัดสรรเพิ่มโควตา ก.

งัดแผนสองแก้"น้ำตาลขาด"กน.เล็งจัดสรรเพิ่มโควตา ก.

02 มี.ค. 2553

จับตาประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย เล็งเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. แก้ปัญหาตลาดในประเทศตึงตัว สอน.ชี้ต้องพิจารณารอบคอบ ห่วงกระทบชาวไร่และโรงงาน มองหากตรวจสอบเส้นทางตั้งแต่โรงงานถึงผู้บริโภค พร้อมคุมเข้มลักลอบส่งออกแก้ปัญหาได้

 นายพงษ์เทพ จารุอำพรพรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ในการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทราย (กน.) ที่มีนายวิจักร น้อยวิเศษ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธาน จะพิจารณาจัดสรรน้ำตาลฤดูผลิตปี 2552/2553 ครั้งที่ 2 และประเมินสถานการณ์น้ำตาลในประเทศที่มีปัญหาตึงตัว โดยอาจจะมีการพิจารณาเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. ที่ใช้สำหรับการบริโภคในประเทศ จากที่กำหนดไว้ที่ 2.1 ล้านตัน หากมาตรการแก้ปัญหาเบื้องต้น ซึ่งคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ออกมา 4 มาตรการไม่ได้ผล

 "การปรับโควตาน้ำตาลเพิ่มเป็นเรื่องปกติที่ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยจะประเมินความต้องการใช้และปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ ซึ่งภาครัฐมีหน้าที่จัดหาน้ำตาลให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศก่อนจัดโควตา ค. เพื่อส่งออก ซึ่งบางปีโควตา ก. มีมากเกินไปก็จะปรับลด แต่ถ้าบางปี โควตา ก. ไม่พอต่อความต้องการก็จะเพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มน้ำตาลโควตา ก. ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยช่วงที่ราคาตลาดโลกสูง หากจัดสรรโควตา ก. ไว้มากจะทำให้รายได้เข้าระบบ 70 ต่อ 30 ลดลง ก็จะกระทบชาวไร่และโรงงานน้ำตาล ดังนั้นเบื้องต้นต้องจัดการให้กลไกดูแลน้ำตาลทุกส่วนและควบคุมตลาดให้ได้" นายพงษ์เทพ กล่าว

  นายพงษ์เทพ กล่าวด้วยว่า สอน.เห็นว่าหากมีการตรวจสอบเส้นทางน้ำตาล ตั้งแต่โรงงานจนถึงผู้บริโภค และป้องกันการลักลอบส่งออกอย่างเข้มงวด เชื่อว่าน้ำตาลโควตา ก. ที่จัดสรรปีนี้จะเพียงพอและไม่จำเป็นต้องเพิ่มโควตา โดยปีนี้มีน้ำตาลบริโภคในประเทศรวม 2.2 ล้านตัน แบ่งเป็นโควตา ก. 2.1 ล้านตัน และน้ำตาลค้างกระดานจากปีก่อน 0.1 ล้านตัน จึงเชื่อว่าเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งรอบ 5 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคไทยไม่เคยบริโภคน้ำตาลเกิน 2.1 ล้านตัน แม้ปีที่เศรษฐกิจขยายตัวดีก็บริโภคเพียง 2.0 ล้านตัน

 นอกจากนี้ ที่ประชุม กน.จะพิจารณาร่างประกาศเรื่องกำหนดมาตรการควบคุมการจำหน่ายน้ำตาลทรายให้แก่ผู้ประกอบการ โดยห้ามผู้ส่งออกอาหารขอลด ชะลอหรือยกเลิกใช้น้ำตาลโควตา ค. และห้ามขอใช้น้ำตาลต่ำกว่า 70% ของสิทธิที่ได้รับ รวมทั้งต้องใช้น้ำตาลมากกว่า 70% ช่วง 4 เดือนแรกของปีที่ได้รับสิทธิ และต้องขนย้ายน้ำตาลที่ได้รับแต่ละเดือน หากฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิใช้น้ำตาลโควตา ค. เป็นเวลา 5 ปี