
บอลไทย จะไปยมโลก
ขอออกตัวก่อนว่า ที่เขียนเรื่องนี้เพราะเห็นว่า ปัจจุบันนี้สินค้ามากมายที่หันมาใช้วิธีการส่งเสริมการตลาดด้วยกิจกรรมกีฬา ที่เรียกกันทั่วไปว่า สปอร์ตมาเก็ตติ้ง นั่นเอง
และเหตุผลที่ยกเอากรณีนี้มาเป็นกรณีตัวอย่าง เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ มีโอกาสได้เห็นเหตุการณ์เกือบทุกขั้นตอน จึงอยากชี้ให้เห็นบางแง่มุมที่ไม่มีใครพูดถึง เผื่อจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อธุรกิจอื่นๆ จะได้เข้ามาจับจ่ายใช้เงิน ทำให้ฟุตบอลไทยพัฒนาได้มากขึ้น
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ก ครั้งล่าสุด ถือว่าเป็นนัดประวัติศาสตร์ เพราะเดิมทีถ้วยพระราชทาน ก เป็นรางวัลสำหรับการแข่งขันแบบฟุตบอลลีก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สมาคมฟุตบอลเปลี่ยนใหม่ ให้มาเป็นถ้วยรางวัลสำหรับการแข่งขันแบบที่ในอังกฤษเรียกกันว่า แชริตี้ชิลด์ (ที่เขาเรียกว่า ชิลด์ เข้าใจว่าเพราะรางวัลเป็นโล่) โดยนำเอาทีมชนะเลิศจากลีกสูงสุด (ในปัจจุบันคือพรีเมียร์ลีก อดีตคือแชมป์ดิวิชั่น 1) มาแข่งกับทีมชนะเลิศถ้วยรางวัล เอฟเอ คัพ ถือเป็นนัดเปิดฤดูกาลของการแข่งขันฟุตบอลในอังกฤษไปในตัว
เกมฟุตบอลในวันนั้น นักเตะทั้งสองฝ่ายตั้งใจเล่นกันมาก และเข้าบอลกันค่อนข้างหนัก จนน่าจะมีการตะลุมบอนระหว่างนักบอลด้วยกัน แต่กลับไม่มีเรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะนักบอลชาวไทยของทั้งสองทีมไม่มีทีท่าว่าจะมีเรื่อง มีก็แต่นักบอลต่างชาติของทั้งสองทีมที่ทำท่าต่อปากต่อคำกันตลอดเวลา
คนที่น่าโดนตำหนิมากที่สุดในเหตุการณ์วันนั้น คือ กรรมการผู้ตัดสิน ซึ่งทำหน้าที่ได้ไม่สมกับเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลนัดสำคัญ เพราะผิดพลาดบ่อยครั้ง จนมีเสียงโห่จากกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายตลอดเวลา นับตั้งแต่นาทีที่ 10 ในครึ่งแรกเป็นต้นมา
ประธานผู้ควบคุมการแข่งขันในวันนั้นคือผู้ที่สมควรได้รับคำตำหนิตามมา เพราะเป็น คุณภิรมย์ อั๋นประเสริฐ ผู้ตัดสินฟุตบอลของไทยที่ดีที่สุดคนหนึ่ง และเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ไปตัดสินในรายการฟุตบอลโลก วันนั้น คุณภิรมย์ เองน่าจะรู้แก่ใจว่า ผู้ตัดสินบกพร่องขนาดไหน เพียงใด เมื่อจบการแข่งขันครึ่งแรกน่าจะมีการพูดจาว่ากล่าวตักเตือนผู้ตัดสินบ้าง
ฝ่ายจัดการแข่งขันที่มีหน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัย เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำหน้าที่ได้ไม่เข้มแข็งอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทันทีที่จบการแข่งขันครึ่งแรก ควรเชิญผู้ใหญ่ของทั้งสองทีมขึ้นไประงับความร้อนในอารมณ์ของกองเชียร์แต่ละฝ่ายลง และต้องสั่งการเด็ดขาดเรื่องการจุดพลุ และการตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบ ประเภท I Here เป็นภาษาไทย เพราะเป็นการเชียร์ฟุตบอลต่อหน้าองคมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นผู้แทนพระองค์
กองเชียร์ฝ่ายท่าเรือที่ก่อเหตุควรได้รับคำติมากที่สุด เพราะเป็นการทำลายชื่อเสียงของทีมตนเองและวงการฟุตบอล อีกทั้งเป็นการแสดงกิริยาที่ไม่สมกับการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานต่อหน้าองคมนตรี โค้ชทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะโค้ชของทีมเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ก็สมควรต้องได้รับคำติติงด้วย เพราะแสดงกิริยามารยาทไม่ดีไปกว่าที่เห็น นายสะสม พบประเสริฐ แสดงออกทางโทรทัศน์
คนที่ดูในสนามวันนั้นจะรู้ดีว่า โค้ชฝรั่งคนนี้ มีเรื่องผลักอกกับเลขาธิการสมาคมฟุตบอลกลางสนามก่อนที่จะเกิดเรื่องแล้ว เพียงแต่ไม่ถูกนำภาพออกมาเสนอในข่าวจากสื่อใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง สะสม พบประเสริฐ กลายเป็นเหยื่อ เพราะเป็นคนไทยที่ตามตัวมาสัมภาษณ์ได้ง่ายกว่า และระงับอารมณ์ของตัวเองไม่ได้เท่านั้น
ปัญหาเรื่องกองเชียร์ไร้สปิริตอันธพาล เป็นปัญหาที่ต้องติดตามแก้ไขด้วยความร่วมมือของหลายฝ่าย แต่ปัญหาเรื่องการจัดการทั้งระบบ และปัญหาผู้ตัดสินไร้คุณภาพตัดสินค้านสายตาคนดู เป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ง่าย หากไม่ลงมือทำก็รับรองได้ว่า จะหาเจ้าของสินค้าก้าวเข้ามาควักกระเป๋ายากขึ้นทุกวัน บอลไทยที่ตั้งใจจะไปบอลโลกก็คงได้เปลี่ยนไปลงที่ป้ายยมโลกแทนเสียก็ไม่รู้ครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



