ข่าว

พท.ขนทัพปราศรัยใหญ่"เลือกตั้งซ่อม หลักสี่-จตุจักร"-สุรชาติ ลั่นมุ่งทำงาน

พท.ขนทัพปราศรัยใหญ่"เลือกตั้งซ่อม หลักสี่-จตุจักร"-สุรชาติ ลั่นมุ่งทำงาน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เพื่อไทย ขนทัพศึกปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย "เลือกตั้งซ่อม หลักสี่-จตุจักร" คึกคัก เปิดกลยุทธ์เลือกให้ชนะขาด เลือกสุรชาติเพื่อไทยเบอร์ 3  ชี้เพื่อไทยคือความหวังคนรุ่นใหม่

ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เพื่อไทยกล่าวว่า "การเลือกตั้งซ่อม"ส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่ จตุจักร ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 มกราคม 2565 พี่น้องประชาชนต้องเลือกนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย เบอร์ 3 ให้ชนะขาดเท่านั้น  ถือเป็นโอกาสที่จะแก้ตัว กู้ศักดิ์ศรี ที่หายไปจากการเลือกตั้งในปี 2562  เพื่อเลือกคนทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน

 

การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณบอกไปยังรัฐบาลว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง  ต้องการเปลี่ยนรัฐบาลและต้องการบอกรัฐบาลว่าพรรคที่ทำงานรับใช้ประชาชนได้ดีคือพรรคเพื่อไทยที่พร้อมมอบอนาคตที่ดีให้กับประชาชนทุกคน มีบุคลากรผู้มากความสามารถ มีมันสมองที่ดี  รวมเข้ากับความรู้ของคนรุ่นใหม่มาผสมผสาน  เพื่อสร้างนโยบายที่ดีที่คนทุกรุ่นจะต่อยอดไปได้  เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน 

 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดจากวิกฤตทางการเมืองที่มีผู้มีอำนาจ ยึดอำนาจไปจากประชาชน แม้แต่คุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ในปี 2562  ยังสามารถกลายเป็นผู้สมัคร ส.ส. จนเข้ามาเป็น ส.ส.ในสภาได้  ซ้ำยังไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ความไม่รับผิดชอบของรัฐบาล ประชาชนจึงไม่ควรให้โอกาสอีก ด้วยการเลือกนายสุรชาติ เบอร์ 3 เท่านั้น 

ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศเจอวิกฤตทั้งปากท้องของแพง ขณะที่นายสุรชาติ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย นำเสนอนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มีคนปรารถนาดีนำไปโฆษณาต่ออีก ก็ต้องขอขอบคุณเขา  เรื่องนี้ตอกย้ำว่าชาวหลักสี่ จตุจักร ต้องเลือกให้ขนะขาด เลือกสุรชาติเพื่อไทย เบอร์ 3 ให้ถล่มทลายเท่านั้น นายแพทย์ชลน่านกล่าว 

 

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 22 พฤษภาคม 2565 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีอายุครบ 8 ปีแล้ว  แต่ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนไม่ถูกแก้ไข หากมองกลับไปจะพบว่าในรอบ 20 ปี รัฐบาลจากพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ทำให้ประชาชนมีเงินเข้ากระเป๋ามากที่สุด  แต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำลงทุกด้าน และประเทศเป็นหนี้สูงที่สุด

 

สิ่งที่ได้เคยอภิปรายในสภาว่าพลเอกประยุทธ์เป็นนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ฉายานี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยเพราะยังเดินหน้ากู้  กู้มาแจกอย่างเดียว หาเงินเข้าประเทศไม่เป็น  เมื่อเกิดโรคระบาดอย่างโควิด-19  รัฐบาลพลเอกประยุทธ์สั่งปิดกิจการแบบไร้การวางแผน สร้างปัญหาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด  

จนทำให้ต้องกู้เงินเพิ่ม ด้วยการขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 60%  เป็น 70%  จึงขอมอบฉายาใหม่ เป็น นักกู้แห่งมหาเอเชียบูรพา  ให้กับพลเอกประยุทธ์อีกครั้ง เพราะนับตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีจากการรัฐประหารจนมาถึงปัจจุบัน  ประเทศไทยตกต่ำทุกด้าน ทั้งความเหลื่อมล้ำที่เป็นอันดับ 1 ของโลก แม้แต่ปัญหาพื้นฐานอย่างราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เกิน 80 บาทก้ไม่ถูกแก้ไข 

 

ข้าวกระเพราจากจานละ 25ปรับขึ้นเป็น 50 บาท  เกิดกรณีแจกกล้วย  ส.ส.  เกิดปัญหามากมาย  อยากให้พี่น้องประชาชนมองสภาพบ้านเรา หลักสี่ จตุจักร มีของดีเป็นนายสุรชาติ คนพื้นที่อยู่กับประชาชนตลอด ของดีไม่ต้องพูดเยอะ  ร้านค้าที่ชื่อพรรคเพื่อไทย มีทั้งผู้มากประสบการณ์และคนรุ่นใหม่มาทำงานหลากหลาย  ประชาชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแน่นอน นายจิรายุกล่าว 

 

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 2562  นายสุรชาติ  ได้คะแนนประมาณ 32,000 เทียบเท่ากับ ส.ส. 1 คน  ดังนั้นในวันที่ 30 มกราคม 2565  ขอให้พี่น้องชาวหลักสี่ จตุจักร เลือกนายสุรชาติให้มากขึ้น ให้ถล่มทลาย เพราะรัฐบาลนี้ยิ่งอยู่การคอร์รัปชั่นยิ่งสูงขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง  โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ  รายงานคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตปี 2564 ประเทศไทยได้ 35 คะแนน ลดลงจากปีก่อนหน้า  และอยู่ลำดับที่ 110 ของโลก จากผลสำรวจ 180 ประเทศ  นอกจากนี้พี่น้องประชาชนต้องไม่ลืมว่าอะไรเกิดขึ้นกับประชาชนในระหว่างที่รัฐบาลนี้บริหารประเทศ ทั้งการบริหารจัดการโรคระบาดที่ล้มเหลว  วัคซีนขาดแคลน ประชาชนเสียชีวิต พี่น้องครอบครัวต้องจากกัน เราต้องไม่ลืมความสูญเสียทั้งหมด 

 

 พวกเขามีอาวุธ มียุทโธปกรณ์ เราไม่กลัว เพราะเรามีปากกาในมือเป็นอาวุธ ที่จะแสดงถึงสิทธิเสียงและศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชน  30 ม.ค. 2565  เลือกสุรชาติ เทียนทอง เบอร์ 3 ให้ชนะถล่มทลาย  นางสาวธีรรัตน์กล่าว 


นายดนุพร ปุณณกันต์  ตัวแทนเพื่อไทยมหานคร กล่าวว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นนโยบายที่นำเสนอมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ราคา 15 บาท และสมัยพรรคเพื่อไทย ราคา 20 บาท และทุกครั้งที่เราทำนโยบายเพื่อประชาชนจะถูกปฏิวัติรัฐประหาร แต่เมื่อถูกปฏิวัติ เราไม่เคยล้มบนพื้นหญ้าพื้นปูน แต่ล้มลงบนบ่าบนไหล่ของประชาชนที่พร้อมโอบอุ้มเรากลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งเสมอ พรรคเพื่อไทยมีเจ้าของคือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ  

 

ทั้งนี้ นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง พรรคเพื่อไทยศึกษาค้นคว้า ความต้องการของประชาชนนำมาประมวลออกมาเป็นนโยบายให้พี่น้องประชาชน ย้ำว่านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทคือนโยบายดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนไปพร้อม ๆ กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงติดอันดับโลก คิดเป็น 5%-18% ของค่าแรงขั้นต่ำ ขณะที่เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน อยู่ที่ 2%-5% ของค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น

 

ซึ่งที่ผ่านมาคนทั่วไปไม่สามารถใช้บริการได้ และเอกชนต้องขาดทุนเพราะขาดผู้โดยสาร  พรรคเพื่อไทยนำเสนอวิธีการคือ การทำให้ค่าโดยสารถูกลงจนคนทั่วไปสามารถขึ้นได้  ลดค่าแรกเข้าเนื่องจากสัญญาสัมปทาน กำหนดเพดานราคาที่เหมาะสมกับรายได้ของประชาชน เมื่อมีคนใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ประชาชนสามารถย้ายไปอยู่นอกเมืองและเข้ามาทำงานในเมืองตอนเช้าได้รวดเร็ว ส่งผลให้เศรษฐกิจกระจายไปตามสถานีรถไฟฟ้าและพื้นที่ใกล้เคียง กระจายความเจริญและเกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจของกรุงเทพอย่างก้าวกระโดด ซึ่งพรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นและยืนยันได้ว่าทำได้

 

พรรคเพื่อไทยไม่เคยทำนโยบายหลอกประชาชน เพราะตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย นโยบายของเราทำได้และทำจริง ดังนั้น รถไฟฟ้า 20 บาททำได้จริงและไม่ยากเกินฝีมือพรรคเพื่อไทย คนที่ไปร้องเพื่อไทยเพราะกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งแน่นอน นายดนุพร กล่าว 

 

นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 30 มกราคม 2565 เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการอธิบายความหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยนับจากนี้ได้เป็นอย่างดี  เป็นจุดตัดการเมืองและเป็นโอกาสสั่งสอนเผด็จการ พิพากษาชีวิตทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์  ผลการเลือกตั้งจะส่งสัญญาณว่า ประเทศไทยจะตกต่ำ ล้าหลัง ย่ำอยู่กับที่ หรือ การเลือกตั้งครั้งนี้ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เป็นความหวังของประเทศในอนาคต

 

ตลอดระยะเวลากว่า 7 ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้การทำรัฐประหารเพื่อให้ตัวเองได้เข้าสู่อำนาจ และใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นสะพานสืบทอดอำนาจ ให้ตัวเองได้อยู่ในอำนาจต่อไป จึงปฏิเสธการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับตลอดมา ไม่สนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำลายความหวังของเยาวชนซึ่งเป็นพลังแห่งอนาคตและทรัพยากรสำคัญของประเทศ พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำลายอนาคต ทำลายความหวังอันงดงามของเยาวชนคนหนุ่มสาวอย่างแท้จริง  จึงขอให้พี่น้องประชาชน คนรุ่นใหม่ ใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นวันเริ่มต้น คือการสั่งสอนเผด็จการ พิพากษาชีวิตทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ 30 มกราคมนี้ เป็นจุดเริ่มต้นการส่งมอบอนาคตที่ดีให้กับลูกหลาน 

 

นางสาวจิราพร กล่าวว่า ตั้งแต่ทำการรัฐประหารเข้ามาเป็นผู้นำประเทศ พลเอกประยุทธ์  อ้างว่าเข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ ปราบการทุจริตคอรัปชั่น คืนความสุขให้กับคนไทย แต่ยิ่งปฏิรูปคนไทยยิ่งจน เกิดความเหลื่อมล้ำ เศรษฐกิจยิ่งพัง การศึกษาไทยยิ่งถอยหลัง การเมืองยิ่งแตกแยก

 

นอกจากการปฏิรูปแล้ว ยังมีการประกาศวาระแห่งชาติจำนวนมาก  แต่ทำไม่ได้และล้มเหลวทุกด้าน  รัฐบาลนี้คิดอย่างเดียวคือ กู้มาแจก กู้มากิน กู้มาใช้หนี้ เป็นรัฐบาลนักกู้เงินมือเติบ กู้มาแล้วใช้ไม่เป็นแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ไม่มีโครงการเป็นชิ้นเป็นอัน ภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีสวัสดิการถ้วนหน้า มีแต่หนี้ถ้วนหน้า เพราะได้ก่อหนี้สาธารณะทะลุ 16 ล้านล้านบาท หารเฉลี่ยต่อหัวประชากรมีหนี้คนละ 250,000 บาท  ตอนหาเสียงปี 2562  มีพรรคการเมืองหนึ่ง ประกาศว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล คนที่จบปริญญาตรี จะมีเงินเดือนขั้นต่ำ 20,000 บาท จบอาชีวะ จะมีเงินเดือน 18,000 บาท ค่าแรงวันละ  400-425 บาท  แต่เมื่อเป็นรัฐบาล ทำไม่ได้แม้แต่นโยบายเดียว นักเรียน นิสิต นักศึกษา เรียนจบออกมา ไม่มีงาน ไม่มีเงินเดือนขั้นต่ำ มีแต่หนี้ก้อนโตรออยู่  พรรคอื่นทำไม่ได้ จึงคิดว่าคนอื่นจะทำไม่เป็น กล่าวหาว่าโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่มีวันเป็นไปได้ เป็นการหาเสียงเกินจริง แต่นโยบายที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้ทำไม่ได้ ต้องให้ประชาชนต้องไปฟ้องร้องว่าหาเสียงไว้เกินจริงหรือไม่  

 

ที่ผ่านมา ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาเป็นพรรคเพื่อไทย หลายนโยบายถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นนโยบายเพ้อฝัน ไม่มีวันทำได้ แต่โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค OTOP กองทุนหมู่บ้าน ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เราทำมาแล้ว ทำได้จริง  พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมือง มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างมั่นคง เป็นพรรคการเมืองแนวหน้าที่ยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ  แม้ถูกยุบพรรค ถูกยึดทรัพย์ ถูกจับกุมคุมขัง บางคนต้องหลี้ภัยทางการเมือง  แต่ทั้งหมดคือสายธารการต่อสู้ ที่ไม่ยอมจำนนและก้มหัวให้เผด็จการ 

 

ใช้ปากกาในมือท่านช่วยกันร่างประวัติศาสตร์หน้าใหม่  พอแล้วกับรัฐบาลที่สิ้นสภาพทำงานไม่เป็น แม้ฝ่ามือในสภา ไม่อาจฝ่าศรัทธาประชาชน  30 มกรา กาเบอร์ 3 สุรชาติ เทียนทอง ร่วมกันปักธงประชาธิปไตยไว้ที่เขตหลักสี่-จตุจักร ให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นการเบ่งบานของประชาธิปไตยไปทั้งประเทศ เงินไม่สามารถซื้อศักดิ์ศรีพี่น้องประชาชนได้ บอกไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเราพอแล้วกับรัฐบาลที่สิ้นสภาพ  ช่วยกันเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเติมกำลังพรรคเพื่อไทย เสริมกำลังฝ่ายค้าน เสริมทัพฝ่ายประชาธิปไตยในการเข้าไปต่อสู้ ตรวจสอบ ส่งสัญญาณว่าประเทศเรากำลังจะส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร นางสาวจิราพร กล่าว 

 

นายสุทิน คลังแสง  ส.ส.มหาสารคาม  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า วันนี้จำเป็นต้องเลือก สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 หลักสี่ จตุจักร  เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทยเพื่อต่อลมหายใจประชาธิปไตยเอาพรรคเพื่อไทยมาต่อสู้กับเผด็จการ และเพื่อบอกว่าพรรคเพื่อไทยคือพรรคเดียวที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  

 

ทั้งนี้ทั่วโลกมีประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แม้ล้มลุกคลุกคลานแต่สุดท้ายประชาธิปไตยชนะทุกประเทศ ประเทศไทยวันนี้ประชาธิปไตยยังชนะไม่สมบูรณ์ การลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 30 ม.ค. 2565 เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  แม้ที่ผ่านมาพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนมาจนถึงพรรคเพื่อไทย โดนรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง ถูกยุบพรรคมาแล้ว 2  ครั้ง ชนะเลือกตั้งแล้วแต่ถูกหาว่าเป็นการเลือกตั้งโมฆะ 2 รอบ ผู้นำของพรรคถูกกลั่นแกล้ง แต่ไม่เคยยอมแพ้  สายเลือดของพรรคการเมืองนี้จึงยังยืนอยู่ที่นี่  รัฐบาลที่ยึดอำนาจมาได้พยายามจะฆ่าพรรคเพื่อไทยให้ตาย เพื่อให้ประชาธิปไตยอ่อนแรงและสูญพันธุ์ เผด็จการจะได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้ แต่พวกเราไม่หนีและยังสู้ทุกรูปแบบแล้ววันนี้จึงมาถึงจุดหนึ่งที่พวกเราต้องมาสู้ คือ การเลือกตั้งในวันที่ 30 มกราคม 

 

สุรชาติ ลั่นไม่ขอขัดแย้ง มุ่งทำงานรับใช้ประชาชน ย้ำ 30 มกรา ขอให้ ชัยชนะ เป็นของคน ‘หลักสี่-จตุจักร’ พร้อมอาสาทวงคืนศักดิ์ศรีพี่ป้าน้าอาพาเข้าสภา 

 

นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เบอร์ 3  "เขตเลือกตั้งที่ 9 หลักสี่-จตุจักร" พรรคเพื่อไทย ปราศรัยบริเวณสวนสาธารณะเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง โดยมีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยและให้กำลังใจจำนวนมาก โดยนายสุรชาติ ประกาศขอชนะไปพร้อมกับชัยชนะของชาวหลักสี่และจตุจักร พร้อมอาสาทวงคืนศักดิ์ศรีคนหลักสี่และคนจตุจักรเข้าสภาผู้แทนราษฎร  
 

 

นายสุรชาติ กล่าวว่า การเป็น ส.ส.เป็นความฝันเดียว ซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเคยช่วยกันทำให้ฝันนั้นเป็นจริงมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่วันนี้่มีฝันที่ยิ่งใหญ่กว่า คือ อยากเป็นผู้แทนราษฎร ที่จะทำงานรับใช้ประชาชน เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น แต่เรื่องนี้ไม่สามารถทำคนเดียวได้ พี่น้องประชาชนและพรรคเพื่อไทยหากร่วมมือกันจะทำได้ 
 

 

นายสุรชาติ กล่าวถึงการออกมาพูดในระหว่างการหาเสียงเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้นเพราะเมื่อครั้งเป็น ส.ส. ปี 2554 ในช่วง 2 ปีกว่า ๆ นั้นได้มีส่วนในการผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยมีโอกาสเข้าพบอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อขอให้พิจารณาอนุมัติสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ในยุคที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลให้ได้เพราะมีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ  3-4 เขตปกครอง รวมไปถึงพี่น้องในปริมณฑลก็จะได้ใช้ประโยชน์ และสุดท้ายรถไฟฟ้าสายสีแดง ก็ได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ 
 

 

วันนี้ที่ต้องพูดถึงราคาค่ารถไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าสายสีแดง พี่น้องประชาชนในพื้นที่หลักสี่ส่วนใหญ่แทบจะไม่ได้ใช้ เนื่องจากราคาค่าโดยสารยังคงสูงเกินไป เราสร้างรถไฟฟ้ามาเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ใช้ ไม่ได้สร้างเอาไว้เป็นอนุสาวรีย์หรือให้เฉพาะคนที่มีเงินได้ใช้  ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย กล่าวพร้อมย้ำว่า ใครก็ตามที่พยายามร้องเรียนเรื่องนี้หรือพยายามดึงให้ผมเข้าสู่ความขัดแย้งนั้นคงไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา 17 ปีพี่น้องประชาชน รับรู้ดีว่าการทำงานทั้งหมดเป็นการทำเพื่อประชาชนและการหาเสียงครั้งนี้เพื่อกลับเข้าสภาไปทำงานรับใช้ประชาชน
 

 

การเมืองของผมคือการให้เกียรติประชาชน นโยบายก็ต้องเป็นนโยบายที่ให้เกียรติประชาชน สำหรับผมนโยบายที่ให้เกียรติประชาชนเช่นนั้น คือ นโยบาย SML ที่ให้พี่น้องประชาชนได้มีอำนาจในการใช้งบประมาณและตัดสินใจแก้ปัญหาในชุมชนด้วยตัวเอง นี่คือจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยและการให้เกียรติประชาชน แล้วขณะนั้นผมได้ใช้ความเป็นผู้แทนราษฎรเข้าไปร่วมประสานงานโครงการนี้ ซึ่งเขตหลักสี่เป็นพื้นที่ที่ทำโครงการ SML ได้มากที่สุดในกรุงเทพฯ 
 

 

อีกเรื่องที่พูดเสมอคือการปฏิรูประบบราชการ ผมใช้เวลา 17 ปีเป็นผู้รับใช้ประชาชน ทุกครั้งที่ผมเห็นนักการเมืองหรือข้าราชการทำตัวเหนือประชาชน ผมจะเดินไปบอกเสมอว่าไม่มีใครอยู่เหนือประชาชนได้ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะไม่ใช่การทำลายล้าง แต่จะเปลี่ยนแปลงด้วยทัศนคติที่ดี ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยที่เคยปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่มาแล้วซึ่งไม่เพียงทำให้ประชาชนมีความสุขแต่พี่น้องข้าราชการก็มีความสุขมากขึ้นด้วยนั้นเราจะทำอีกครั้งหนึ่ง 
 

 

17 ปีที่ผ่านมาผมล้มลุกคลุกคลาน ผิดหวังมากกว่าสมหวัง เมื่อ 3 ปีที่แล้ววันที่ผมแพ้การเลือกตั้ง วันต่อมาผมขึ้นรถแห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของพี่ป้าน้าอาที่มอบให้ วันนั้นเป็นวันที่ผมต้องเสียน้ำตา เพราะไม่ว่าผมจะไปจุดไหน ก็จะมีพี่ป้าน้าอามาร้องไห้กับความพ่ายแพ้ของผม แต่นั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมมีกำลังใจในการออกไปหาพี่ป้าน้าอาทุกวัน และบอกตัวเองว่าวันนี้จะแพ้ไม่ได้อีกแล้ว 
 

 

ผมจะต้องชนะเพื่อทวงศักดิ์ศรีให้พี่ป้าน้าอาและพี่น้องคนหลักสี่ คนจตุจักรทุกคน วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม นี้เราจะชนะไปด้วยกัน แล้วผมจะแบกเอาศักดิ์ศรีคนหลักสี่และคนจตุจักรเข้าสภา” นายสุรชาติ กล่าว 
 

 

 

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด