ข่าว

“เรืองไกร”เล็งสอบหุ้น"รมต.ครม.อภิสิทธิ์"ใหม่

“เรืองไกร”เล็งสอบหุ้น"รมต.ครม.อภิสิทธิ์"ใหม่

01 มี.ค. 2553

“เรืองไกร”เล็งสอบหุ้น"รมต.รบ.อภิสิทธิ์" หลังศาลชี้ขาดยึดทรัพย์ทักษิณ ระบุ"กัลยา”เข้าข่ายใกล้เคียง“อดีตนายกฯ"โอนหุ้นให้ลูก

 (1มี.ค.)  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้มีพฤติกรรมเข้าข่ายซุกหุ้นเช่นเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกศาลตัดสินยึดทรัพย์ ว่า ได้เก็บข้อมูลการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ของนักการเมืองทุกคน เมื่อได้รับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาฯในกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว จึงนึกได้ว่าบัญชีทรัพย์สินของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เคยยื่นไว้ในสมัยเข้ารับตำแหน่งส.ส. กับตอนเข้ารับตำแหน่งรมว.วิทยาศาสตร์ฯ ยังมีข้อที่น่าสงสัย เนื่องจากข้อมูลในส่วนของคู่สมรสแจ้งไว้ตอนเป็นส.ส.ว่ามีหุ้นในส่วนของเงินลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท แต่พอตอนเป็นรัฐมนตรีมูลค่าลดลงเหลือ 300 ล้านบาท และมีลูกหนี้เป็นบุตรีทั้ง 3 คน เพิ่มขึ้นคนละ 95.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นกรณีที่ใกล้เคียงกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่โอนหุ้นให้กับลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้ว

 นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ตอนที่เก็บข้อมูลในตอนแรกตนนึกว่าไม่ผิด เพราะเป็นการโอนให้กับบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เมื่อคำพิพากษาของศาลออกมาเช่นนี้ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป โดยป.ป.ช.ต้องไล่สอบบัญชีทรัพย์ของรัฐมนตรี และส.ส.ทุกคนว่าเข้าข่ายในลักษณะเดียวกันหรือไม่ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางเดียวกันกับที่ศาลตัดสิน ซึ่งตนเชื่อว่าการโอนหุ้นในลักษณะแบบนี้มีมากพอสมควร ซึ่งกรณีของคุณหญิงกัลยาต้องตรวจสอบต่อไปว่าหุ้นที่ถืออยู่เป็นหุ้นสัมปทาน หรือเป็นหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัทเกินว่าร้อยละ 5 ซึ่งก็จะเป็นกรณีเดียวกับของนพ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ที่ป.ป.ช.ชี้มูลแล้วส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ดำเนินการอยู่ขณะนี้