ข่าว

3ซ : โครงการเด่นของตำรวจจันทบุรี (1)

3ซ : โครงการเด่นของตำรวจจันทบุรี (1)

03 มี.ค. 2553

“ตำรวจทะเลาะกับครู” ที่ จ.กาฬสินธุ์ ถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชน เป็นตัวอย่างหนึ่งของการกระทำรุนแรงที่แสดงออกผ่านการต่อต้านในรูปแบบของการประท้วง ขัดขืน ต่อรอง ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาสองสามปีที่ผ่านมา

 ดิฉัน มิได้ต้องการแสดงความเห็นในเชิงเลือกข้างว่า ใครถูกหรือใครผิด ในกรณีนี้กลุ่มคนที่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องคือนักเรียนนักศึกษาโดยมีประเด็นสำคัญของความขัดแย้งคือ การบังคับให้นักเรียนนักศึกษาปฏิบัติตามกฎหมายโดยการสวมหมวกกันน็อก

 ทำไมเจตจำนงของการช่วยเหลือเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตจากการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยการสวมหมวกกันน็อกจึงกลายเป็นเหตุที่มาของความเห็นที่ไม่ตรงกัน จนกระทั่งเกิดการโน้มน้าว ชักจูงให้เยาวชนใช้วิธีการรวมตัวกันต่อต้าน ขัดขืน แทนการหันหน้าเข้าหากันร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนหาวิถีทางที่เหมาะสมที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนและสังคมมากที่สุด

 ทำไมจึงเกิดการต่อต้านที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่มีเจตจำนงในการช่วยเหลือและป้องกันการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุของเยาวชน?

 ทำอย่างไรให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและไม่เสียมวลชน? คือโจทย์ที่ดิฉันถูกตั้งคำถามในการประชุมสัมมนาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดขึ้น

 ดิฉันเริ่มต้นตอบคำถามด้วยการนำเสนอผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาพลักษณ์เชิงลบของตำรวจไทยในสายตาประชาชนที่พบว่าการปฏิบัติงานของตำรวจจราจรเป็นส่วนสำคัญของที่มาของภาพลักษณ์เชิงลบ ภาพตำรวจจราจรเดินถือใบสั่งอยู่ตามถนน โดยยานพาหนะสำคัญที่ถูกตำรวจจับส่วนใหญ่คือ รถจักรยานยนต์ รถปิกอัพ (เก่าๆ) และรถบรรทุก เมื่อถูกนำมาเปรียบเทียบและตั้งคำถามจากประชาชนว่า ทำไมรถเก๋งโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเก๋งหรูๆ จึงไม่โดนตำรวจจับ เพิ่มการตอกย้ำการรับรู้และความเชื่อของประชาชนว่าตำรวจชอบรังแกประชาชนโดยเฉพาะประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ (ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นความเชื่อและการรับรู้ที่ผิดก็ตาม?)

 คงมีคนเพียงส่วนน้อยที่จะฉุกคิดว่า การเขียนใบสั่งของตำรวจจราจรนั้นเป็นไปด้วยความปรารถนาดีของตำรวจที่มีความมุ่งหวังให้ประชาชนมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัย จะมีใครสักกี่คนที่จะบอกว่า การเขียนใบสั่งของตำรวจจราจรเป็นการมอบสิ่งดีๆ เพื่อประชาชน??????

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าตำรวจผู้จับได้ส่วนแบ่งจากการจับด้วยยิ่งทำให้ภาพของความปรารถนาที่จะปกป้องชีวิตของประชาชนจากอุบัติเหตุยิ่งดูลางเลือนมากขึ้น

 ตำรวจควรจะต้องทำอย่างไร ภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาประชาชนจึงจะถูกรับรู้ในทางที่ดี รับรู้ในเจตจำนงของความปรารถนาดีในการปกป้องชีวิตของประชาชน

 ท้ายรถปิกอัพสีเลือดหมูของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของตำรวจภูธรจังหวัดหนึ่ง มีข้อความติดไว้ที่กระจก ความว่า “รักตำรวจหรือเกลียดตำรวจ อย่าลืมเรียกใช้ตำรวจ”

 ณ ศาลากลางจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีหยิบยกประเด็นปัญหาวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งยิงปืนในบริเวณใกล้เคียงจวนผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมาพูดคุยเพื่อหาทางป้องกันแก้ไขอย่างยั่งยืน “ทำอย่างไรให้วัยรุ่นลดการใช้ความรุนแรงลง” และกลายเป็นที่มาของโครงการดีๆ ของทีมตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีในชื่อว่า โครงการ 3ซ : จันทบุรี โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ป้องซิ่ง ปราบซ่า หยุดยา สกัดเซ็กส์ สิ่งที่น่าชื่นชมคือ เป็นโครงการที่บูรณาการเอาภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมโดยมีตำรวจเป็นแกนกลางทำหน้าที่คิดและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างภาคีเครือข่ายต่างๆ โดยให้ความสำคัญแก่กลุ่มเยาวชนและพ่อแม่ในการป้องกันและแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของลูกหลาน

 โครงการใหญ่แต่ทุกสาระสะท้อนให้เห็นการร่วมแรงร่วมใจที่ร้อยเรียงเจตนาดีที่มีต่อการพัฒนาเยาวชนผ่านห่วงโซ่ 3 ห่วงโซ่ที่จะขยับไปพร้อมๆ กัน

 โดยห่วงโซ่แรกคือ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ห่วงโซ่ที่สองคือ สังคมภายในครอบครัว และห่วงโซ่ที่สามคือ สังคมภายนอกครอบครัว ประกอบด้วย โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาชน ชุมชน และประชาชนทั่วไปที่เกี่ยวข้อง สัปดาห์หน้าดิฉันจะเล่าถึง วิธีคิดดีๆ ของตำรวจไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีเจตจำนงในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างมืออาชีพและเป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข