ข่าว

นักการเมืองไทยเมินเหล้าไทย

นักการเมืองไทยเมินเหล้าไทย

03 มี.ค. 2553

18 กุมภาพันธ์ 2553 มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่สำคัญแต่น่าสนใจนิดๆ ซึ่งควรจะบันทึกไว้ให้อนุชนได้รับรู้ด้วย กล่าวคือมีแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาลรวม 7 คนขับรถซดน้ำมันไปพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในบางกอกเพื่อสรวลเสกระทบแก้ว

กินอาหารโคตรแพงระดับที่ชนชั้นกรรมาชีพของไทยไม่มีวาสนาได้ดมกลิ่นชั่วชีวิตดับ คือหูฉลามจานละ 1,800 บาทและกับแกล้มอย่างอื่นอีกที่เราจำไม่ได้ รู้แต่ว่าเถ้าแก่เช็กบิลในราคามิตรภาพแล้วรวมยอดเงินนิดหน่อย 8 หมื่นบาทเอง เท่ากับเงินเดือน ส.ว. 1 เดือนหรือเงินเดือนพลทหารราวๆ 20 คน เราหมายถึงทหารกล้าผู้เสี่ยงชีวิตค้นหาระเบิดแสวงเครื่องที่ยะลา อย่างนี้พอจะเรียกว่าสวนกระแสหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและชี้ถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ไหม

 เรารู้สึกสลดใจที่นักการเมืองก๊กที่ว่านั้นไม่รู้ว่าฉลามเป็นปลาที่กำลังจะสูญพันธุ์ บรรดานักต่อสู้เพื่อธรรมชาติทั่วโลกกำลังรณรงค์ให้เลิกจับและ/หรือกินเพื่อให้มันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่คู่ทะเลต่อไป จึงใคร่ขอวิงวอนว่าให้ช่วยกันโน้มน้าวจิตใจคนไทยให้เลิกกินและแผ่เมตตาแก่ปลาที่น่าสงสารนี้ให้มีอายุมั่นขวัญยืน ผสมพันธุ์กันและแพร่พันธุ์ต่อไป

 อนึ่ง นักการเมืองบางคนที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวคือคนชื่อบรรหารเป็นผู้ที่ศาลพิพากษาให้เว้นวรรคในการแสดงบทบาททางการเมืองแต่ดันทุรังพลิกแพลงกฎหมายกระทำการอันมิบังควร เสียแรงที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีขวัญใจชาวบางปลาม้าแต่ทำเป็นตัวอย่างในทางลบแก่ลูกหลานของตัวเองและนักการเมืองรุ่นใหม่อีกต่างหากด้วย เราเชื่อเหลือเกินว่าถ้านักการเมืองผู้คร่ำหวอดมีวิสัยทัศน์อย่างนี้การเมืองไทยก็คงจะติดหล่มอยู่ในน้ำครำต่อไปจนถึงปี พ.ศ. 2665 หรืออีก 102 ปีข้างหน้าโน้น เมื่อถึงวันนั้นเด็กไทยที่วังขนายอาจถามว่าทำไมบรรพบุรุษการเมืองของเราไร้อุดมการณ์ ไม่พัฒนาครรลองประชาธิปไตย ทำไมเมื่อยอมเข้าเป็นพรรคร่วมต้องเรียกร้องเอาตำแหน่งรัฐมนตรี แทนที่จะปล่อยให้นายกรัฐมนตรีฟอร์ม ครม. อย่างเสรี ครม.ตามโควตาเป็นระบบล้าหลัง ด้อยพัฒนาทางสติปัญญา ควรจะแสดงสปิริตช่วยกันดึงให้การเมืองไทยให้หลุดพ้นจากวังวนบ่วงกรรมภายในสองทศวรรษนี้

 เหยี่ยวข่าวรายงานว่า ค่าอาหารแปดหมื่นบาทในวันนั้นถ้ารวมค่าเมรัยด้วยแล้วอาจเฉียดแสน แต่เหล้าหิ้วไปเอง เป็นคอนยัคและไวน์นำเข้าทั้งนั้น แสงโสมและ/หรือหงส์ทองไม่มีวาสนาได้ขึ้นโต๊ะเลย ก็ไหนแหกปากบอกชาวบ้านว่าเป็นคนไทย เขียนเลขไทย กินอาหารไทยไงล่ะ จีนเขารับแขกเมืองด้วยเหมาไถซึ่งเป็นเหล้าประจำชาติ ญี่ปุ่นเขาก็ใช้เหล้าสาเก อเมริการณรงค์ให้ชนอเมริกันดื่มเบอร์เบิ้ล อายเขาบ้างไหม รู้หรือเปล่าว่ากิมจิเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลี อัดใส่กระป๋องส่งออกไปทั่วโลก ยอมรับไหมว่าการที่ประเทศไทยไม่มีเหล้าประจำชาติ ไม่มีอาหารประจำชาติที่แน่นอนทำให้เราขาดเอกลักษณ์ที่สำคัญ น่าจะอาทรบ้าง เรียนสูงๆ และอายุมากๆ ทั้งนั้น อย่ามัวห่วงแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเพื่ออาตมภาพอยู่เลย
 “สะหล่าตั๋น”(แทน)