
ทหารผาเมืองเชียงใหม่ปะทะว้าแดงขนยาบ้า6แสนเม็ด
กองกำลังผาเมืองปะทะกองกำลังติดอาวุธ 10 นาที ว้าแดงดับ 1 ตรวจค้นเจอยาบ้า 6 แสนเม็ด ที่เหลือเผ่นหนีกลับเข้าฝั่งพม่า ด้านตำรวจพัทยาโชว์ผลงานจับเอเย่นต์ยาไอซ์รายใหญ่ พร้อมของกลาง 78.9 กรัม
เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารปะทะกับคาราวานยาบ้าเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 มีนาคม ที่ห้องประชุมกองกำลังผาเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดย พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พล.ต.ปราการ ชลยุทธิ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง ร่วมกันแถลงข่าวว่าทหารกองกำลังผาเมืองได้ยิงปะทะกับกองกำลังคุ้มกันยาเสพติด ที่บริเวณช่องทางซุ่ยถัง หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ และมีการตรึงกำลังกันไว้จนถึงเช้ามืดวันที่ 1 มีนาคม เบื้องต้นทหารเข้าเคลียร์พื้นที่พบฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ยึดอาวุธปืนอาก้าได้ 1 กระบอก และยาบ้า 6 แสนเม็ด
ทั้งนี้ พล.ต.ปราการ ชลยุทธิ์ ผบ.กองกำลังผาเมือง สั่งให้เฝ้าสกัดเส้นทางยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น และสืบทราบว่าจะมีขบวนการกลุ่มค้ายาเสพติดลำเลียงยาบ้าลอตใหญ่จากฝั่งตรงข้ามประเทศไทยเข้ามาที่ช่องทางกลางป่าลึก คือช่องทางซุ่ยถัง หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง และยังเป็นเขตติดต่อ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ จึงสั่งการให้จัดกำลังเข้าซุ่มตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มค้ายานรกจะใช้เป็นเส้นทางผ่าน
กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่พบกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง แต่งกายสวมชุดสีเขียวคาดว่าจะเป็นกลุ่มกองกำลังว้าแดงถืออาวุธปืน เดินลัดเลาะตามแนวเขา เจ้าหน้าที่กองกำลังผาเมืองจึงแจ้งให้ทั้งหมดวางอาวุธและนอนหมอบกับพื้น แต่กลุ่มชายดังกล่าวกลับยิงปืนใส่ จนเกิดการปะทะกันนานประมาณ 10 นาที จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวพากันล่าถอยกลับเข้าไปในเขตชายแดนฝั่งพม่า อย่างไรก็ตาม กองกำลังผาเมืองยังตรึงกำลังไว้ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ กระทั่งสว่างจึงเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบคนร้ายกองกำลังคุ้มกันยาเสพติดเสียชีวิต 1 คน ถูกกระสุนเข้าตามร่างกายหลายแห่ง และพบปืนอาก้าตกอยู่ข้างศพ 1 กระบอก กระเป๋าสะพาย และถุงปุ๋ย ภายในมียาบ้าอยู่ประมาณ 6 แสนเม็ด และยังเชื่อว่ากลุ่มขบวนการค้ายาขนหนีกลับไปได้จำนวนมากเช่นกัน
วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข ผบก. สส.ภาค 2 และ พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก.สภ.เมืองพัทยา แถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาค้ายาไอซ์รายใหญ่ในเมืองพัทยา ได้แก่ นายภาวัช หรือนายเมธี ดีหอมสิน หรือเจี๊ยบ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/56 หมู่ 6 ต.พนานิคม กิ่ง อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง อดีตเจ้าของกิจการเต็นท์รถมือสอง ย่านพัทยาเหนือ น.ส.นันทน์นิศมา คุนาสินศิริกุล หรืออัน อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 182/1 หมู่ 2 ต.พนานิคม กิ่ง อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ซึ่งเป็นสามีภรรยา พร้อมของกลางยาไอซ์ชนิดเกล็ด สีขาว น้ำหนักรวม 37.6 กรัม โดยจับกุมได้ที่อาคารศรีตระกูลเพลส เลขที่ 142/167 หมู่ 2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมรถยนต์โตโยต้า คัมรี สีดำ ทะเบียน ฌฐ 1183 กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ยังจับกุมนายนินนาท เปาทอง หรือพีช อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/60 หมู่ 5 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. น.ส.วจีพร สังขโชติ หรือเฟิร์น อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 70/228 ถ.พระยาสุเรนทร์ ต.บางชิน อ.คลองสามวา กทม. พร้อมของกลางยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว น้ำหนักรวม 41.3 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมบริเวณถนนสุขุมวิท พัทยาเหนือ พร้อมรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ศห 4397 กรุงเทพมหานคร โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ครองครอบเพื่อจำหน่าย
สืบเนื่องจากช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา รอง ผบช.ภ.2 ได้ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม และการป้องกันเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม โดยมีกำลังตำรวจภูธรภาค 2 ทั้งกำลังหลักและอาสาสมัครร่วม กันตั้งด่านตรวจ-จุดสกัดตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมาย เพื่อตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ ตรวจค้นหาสิ่งของผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดที่ตำรวจเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมมานานนับเดือน ก่อนล่อซื้อยาไอซ์จากผู้ต้องหาและจับกุมเอาไว้ได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนายภาวัช หรือเจี๊ยบ เอเย่นต์ค้ายาไอซ์ ยอมรับสารภาพว่า ยาไอซ์จำนวนดังกล่าวเป็นของตนจริง ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจเต็นท์รถมือสองแห่งหนึ่งย่านพัทยาเหนือ ต่อมาเศรษฐกิจไม่ดีรถขายไม่ออก ทำให้เป็นหนี้สินจำนวนมาก จึงปิดกิจการแล้วหันมาค้ายาไอซ์ โดยจะไปซื้อยามาจากเอเย่นต์รายใหญ่ใน จ.ชลบุรี และนำไปขายให้ลูกค้าซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวและกลุ่มวัยรุ่นในเมืองพัทยา และบางละมุง เพื่อนำเงินมาใช้หนี้
หลังสอบสวน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง พ.ต.ต.วินัย โห้เหรียญ พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง รับตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนจะสอบสวนขยายผลต่อไป



