
ออกหมายจับมือปาบึ้มแบงก์กรุงเทพแล้ว
ผกก.ยานนาวาเผยรู้ทะเบียนรถจยย.คนร้ายแล้ว ผบช.น.สั่งคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง-สถานที่ราชการ-บ้านพักบุคคลสำคัญทุกแห่ง " หลัง ประเมินสถานการณ์"บึ้มป่วนเมือง"มีแนวโน้มเพิ่มเริ่มรุนแรง "อดุลย์"เรียกบิ๊กตำรวจถกมาตรการรับม็อบเสื้อแดง เพื่อไทยระบุปชป.โยนบาปเหตุระเบิด
(1มี.ค.) พ.ต.ท.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผกก.สส.สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา เดินทางไปขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับคนร้ายก่อเหตุปาระเบิดหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ตามภาพสเก๊ตซ์ดังกล่าว
เป็นชายไทยไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 30 ปีสูง 170 เซ็นติเมตร ไว้ผมรองทรงสูง โหนกแก้มสูงจมูกโต ข้อหาร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หากประชาชนพบเห็นบุคคลดังกล่าวในภาพหรือรู้เบาะแสให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีทันที
ผกก.ยานนาวาเผยรู้ทะเบียนรถจยย.คนร้ายแล้ว
พ.ต.อ. เสถียร ตัณฑะกูล ผกก.สน.ยานนาวา กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ซึ่งถูกคนร้ายลอบวางระเบิดพบว่า รถจักรยานยนตร์ที่ก่อเหตุอาจไม่ใช่ยี่ฮ้อฮอนด้าคลิก ตามที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ แต่สามารถมองเห็นทะเบียนรถได้ แต่ไม่ค่อยชัดเจนนัก ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าเป็นการสวมทะเบียนปลอมหรือไม่ ส่วนภาพสเกตช์ของคนร้ายยังไม่มีการขอศาลอนุมัติหมายจับเพราะต้องรอหลักฐานประกอบบางอย่างก่อน
ส่วนจะเป็นฝีมือของกลุ่มไหนนั้น ผกก.สน.ยานนาวา กล่าวว่า คงจะเร็วเกินไปที่จะพูดว่าคนร้ายเป็นฝีมือของคนกลุ่มไหน แต่มั่นใจได้แน่นอนว่าตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอนในเร็ว ๆ นี้ เพราะมีข้อมูลบางอย่างที่ชี้ชัดไปถึงคนบางกลุ่มแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยเพราะเรื่องนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะเป็นผู้ชี้แจงเอง สำหรับวันนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
ผบช.น.สั่งคุมเข้มสถานที่สำคัญทั่วกรุง
พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.มีคำสั่งให้ตำรวจนครบาลทุกหน่วยคุมเข้มดูแลพื้นที่จุดเสี่ยงจุดอันตรายในพื้นที่รับผิดชอบเป็นพิเศษ โดยเน้นเข้มงวดสถานที่ราชการสำคัญอาทิ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ศาล กระทรวงต่าง ๆ และบ้านพักบุคคลสำคัญทุกแห่ง ธนาคารกรุงเทพทุกแห่ง เพื่อความปลอดภัยภายหลังเกิดเหตุระเบิดธนาคารกรุงเทพ 4 จุดที่ผ่านมา เพราะจากการประเมินสถานการณ์ของตำรวจนครบาลคาดว่า จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน และให้แต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมายัง บช.น. แบบวันต่อวันตลอดช่วงระยะนี้
นอกจากนี้ ผบช.น. ยังได้สั่งการตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ให้เร่งรัดติดตามสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคลี่คลายคดีระบิดแต่ละจุดให้ได้โดยเร็ว พร้อมตรวจสอบข้อมูลเหตุระเบิดในแต่ละพื้นที่ก่อนหน้านี้ว่าเกี่ยวโยงกันหรือไม่ และให้เร่งประสานขอภาพกล้องวงจรปิดจากภาคเอกชนและหน่วยงานอื่นที่มีมาตรวจสอบเพิ่มเติมทันทีในวันอังคารที่ 2 มี.ค.นี้ซึ่งเป็นเปิดทำการ พร้อมกำชับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจจุดสกัด การออกตรวจต้องทำแบบต่อเนื่องเข้มข้นในลักษณะใยแมงมุมทั่วพื้นที่ กทม.และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์อีก 2 ตัวป้องกันเหตุร้ายอีกด้วย
"อดุลย์"เรียกบิ๊กตำรวจถกมาตรการรับม็อบเสื้อแดง
เมื่อเวลา 12.00 น.พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 กำกับดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ กทม. ช่วงระยะเวลาจากนี้ไปตั้งแต่วันที่ 1 -14 มี.ค. ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดในหลายพื้นที่ที่ผ่านมาภายในศูนย์ปฏิบัติการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัย บช.น. ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ว่า เป็นการรายงานด้านการข่าวของตำรวจสันติบาลให้หน่วยต่าง ๆ ใน บช.น. รับทราบในส่วนของการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติ ขั้นตอนการเตรียมการป้องกัน และคลี่คลายสถานการณ์เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน โดยพล.ต.อ.อดุลย์กำชับในที่ประชุม ให้ทุกหน่วยสามารถแก้ไขสถานการณ์และป้องกันเหตุได้ทันท่วงที โดยให้มีการกำหนดผู้รับผิดชอบ ผู้สั่งการในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน รวมทั้งกำหนดตัวผู้ปฏิบัติแต่ละหน้าที่ หัวใจคือการใช้มาตรการคลี่คลายสถานการณ์ต้องเป็นมาตรการที่สังคมและประชาชนรับได้ และให้ฝ่ายจราจร เป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหากรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมีการปิดเส้นทางจราจร
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุระเบิด พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. เรียกประชุมแก้ไขคลี่คลายสถานการณ์ เน้นงานสายตรวจ และงานป้องกันและปราบปราม โดยกำชับ ผกก.และรองผกก.ป.ให้สำรวจพื้นที่และกำหนดมาตรการปฏิบัติ ฝ่ายจราจรให้ช่วยเหลือการปฏิบัติ รวมทั้งเรียกฝ่ายสืบสวนติดตามเร่งรัดคดีจับกุมคนร้าย
ผู้สี่อข่าวถามว่า มีประชาชนแจ้งเบาะแสจากภาพสเก็ตซ์หรือไม่ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวว่า มีแจ้งเข้ามาบ้างยังตรวจสอบอยู่ยังไม่ได้ข้อมูลละเอียดเท่าที่ควร ขณะนี้มีการแกะรายละเอียดของภาพ รวมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดจุดอื่นเส้นทางใกล้เคียงเข้ามาประกอบกัน เพื่อให้ภาพคนร้ายชัดเจนยิ่งขึ้น และหาพยานแวดล้อมเพิ่มเติม โดยให้กก.สส.บก.น.1 -9 และบก.สส. ติดตามคดี ขณะนี้ไม่ทราบว่า เป็นคนร้ายกลุ่มใด แต่ทั้ง 4 จุด น่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน เพราะแผนประทุษกรรมเหมือนกัน เป้าหมายตำรวจต้องจับตัวคนร้ายให้ได้ การออกหมายจับคนร้ายอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน
ต่อข้อถามว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมีการวนเวียนดูลาดเลาก่อนลงมือใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติมถึงจะสรุปได้ และยังไม่ทราบทะเบียนรถจยย.คนร้าย ที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมบ้างจากการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ภ. 2 เช่นลายนิ้วมือคนร้าย ชิ้นส่วนระเบิด หลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ และภาพกล้องวงจรปิดเป็นร้อยจุดอยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนภาพคนร้ายมีประวัติอาชญากรหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ ผู้สื่อข่าวถามว่า คืนที่ผ่านมาไม่มีเหตุคิดคนร้ายดูท่าที่จะก่อเหตุหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตำรวจมีการวางมาตรการเพิ่มขึ้น กดดันคนร้ายอาจส่งผล รวมทั้งการตั้งศูนย์แจ้งเหตุให้ประชาชนแจ้งเบาะแสสถานการณ์เมื่อคืนเรียบร้อยดี
ต่อข้อถามว่า ธนาคารกรุงเทพจะเปิดทำการในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะธนาคารกรุงเทพเท่านั้นที่ต้องดูแลแต่ตำรวจต้องดูแลทุกแห่งในพื้นที่ กทม. และใกล้เคียงอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่รัฐดูแลเราต้องให้ความมั่นใจประชาชดูแลความปลอดภัย แต่ต้องไม่ใช่ตำรวจเท่านั้น รปภ. และผู้บริหารของหน่วยงานต้องร่วมมือกัน เช่น ศูนย์การค้า หรือธนาคารต่างๆ ควรตรวจตราข้างนอกถนน เพิ่มกำลังเหมือนตำรวจ น่าจะเกิดประโยชน์ดีกว่าปล่อยเป็นภาระของตำรวจฝ่ายเดียว ทางเจ้าหน้าทีตำรวจมีการประสานกับฝ่ายบริหารกับธนาคารกรุงเทพทุกสาขา ประสานกับผกก.สน. กำหนดตัวบุคคล ในการติดต่อสื่อสาร ตรวจกล้องวงจรปิด และการแจ้งเหตุต่อตำรวจ
เพื่อไทยระบุปชป.โยนบาปเหตุระเบิดให้พท.-คนเสื้อแดง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการสร้างสถานการณ์ปาระเบิดธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 4 จุด ว่า ล่าสุดฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกพรรค ปชป.บางคน ออกมาโยนความผิดให้กับพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น เป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้าทางฝ่ายค้านแจ้งเตือนเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการป้องกันและจับกุมผู้กระทำความผิด
อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของฝ่ายไหน แต่เหตุใดคนของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ จึงออกมาสรุปโยนบาปให้ฝ่ายตรงข้ามเร็วเกินไป เหมือนกรณีปาถุงขี้ใส่บ้านนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เคยออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จ้างคนให้ปาขี้ 3 ล้านบาท สุดท้ายก็กลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ พูดใส่ร้ายป้ายสีให้ฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นสิ่งที่คนในรัฐบาลอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ถนัดในการโยนบาปให้คนอื่น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดให้ได้ จะได้รู้ว่าผู้กระทำความผิดเป็นฝ่ายใดกันแน่ แต่ก็เกรงว่าเมื่อรู้ว่าเป็นฝ่ายเดียวกับรัฐบาลกระทำแล้ว จะไม่กล้าดำเนินการแล้วปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเหมือนคดีวางระเบิดข้างศาลฎีกา และยิงเอ็ม 79 ข้างทำเนียบซึ่งตั้งรางวัลชี้เบาะแสถึง 2 ล้านบาท
“ เที่ยวนี้วางระเบิดหลายจุด รัฐบาลควรจะตั้งรางวัลสัก 10 ล้านบาท เพื่อเป็นการชี้เบาะแสในการนำจับ เพราะการกระทำของผู้ที่สร้างความป่วนเมืองได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน เป็นการทำลายบรรยากาศของการลงทุน และการท่องเที่ยวแต่ขออย่าให้รัฐบาลจับแพะก็แล้วกัน” นายพร้อมพงศ์ ระบุ
“โฆษกปชป.” เชื่อตำรวจจับมือปาระเบิดได้
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์อยากขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว จนได้รูปพรรณสัณฐานของผู้ดำเนินการ สามารถรักษาความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยได้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการไปสู่การจับกุมขยายผลได้ ถือเป็นการสะท้อนมาตรการในการเตรียมการล่วงหน้าของรัฐบาล ในด้านความมั่นคงที่ได้วางกลไลการเฝ้าระวัง การตั้งด่านตรวจทั้ง 200 แห่ง ตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า รัฐบาลจะได้ดำเนินการในมาตรการการป้องกันการก่อวินาศกรรมต่อเนื่องไป จนกว่าจะสามารถควบคุมคุมการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มน้อยที่ไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่ให้นำไปสู่ความตื่นตระหนกตกใจ และความหวาดกลัวของประชาชนและสังคม



