
อภิสิทธิ์แจงทักษิณมีข้อเท็จจริงใหม่จึงอุทธรณ์ได้
อภิสิทธิ์ กลับจากพักผ่อน เผยรออัยการกับหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือดำเนินคดีทางอาญาและแพ่งต่อ บอกถ้าทุกฝ่ายช่วยเผยแพร่คำวินิจฉัยและเหตุผลของศาลสังคมจะเข้าใจมากขึ้น ยัน รัฐบาลไม่ได้ทำแบล็กลิสต์ 212 คน วอนทุกฝ่ายเร่งหาความสงบให้บ้านเมืองร่วมกัน ขอเวลาให้ จนท.
ผู้สื่อข่าวรางานความเคลื่อนไหวของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ว่า หลังจากเดินทางไปพักผ่อนส่วนตัวกับครอบครัวที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงวันหยุด นายอภิสิทธิ์เดินทางกลับมาถึงบ้านพักเมื่อเวลา 11.15 น. และเก็บตัวอยู่ที่บ้านพักโดยไม่ได้เรียกบุคคลหรือหน่วยราชการมาพบแต่อย่างใด
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่หน้าบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 นายอภิสิทธิ์ ห้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังศาลได้พิพากษายึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 4.6 หมื่นล้านบาท ในการดำเนินคดีทางอาญาและแพ่ง ว่า ยังไม่ได้เปิดทำการ แต่เข้าใจว่าทางอัยการจะต้องเป็นผู้รับไปดำเนินการเพื่อตรวจสอบ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ
เมื่อถามว่ารัฐบาลเตรียมแผนไว้หรือยังว่า เงินที่ยึดมาได้นั้นจะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงแล้วทรัพย์สินที่ยึดมาก็ตกต้องเป็นของแผ่นดิน ก็ต้องเข้าไปเงินคงคลังก็จะไปเสริมความมั่นคงของฐานะการคลังของประเทศ
เมื่อถามว่าผลการพิพากษาคดีออกมาเช่นนี้คิดว่าจะทำให้การเมืองเบาลงหรือส่งผลกระทบที่จะก่อให้รุนแรงมากขึ้น นายอภิสิทิ์ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า คงต้องช่วยกันเผยแพร่ข้อเท็จจริงและตนคิดว่าถ้าสังคมส่วนใหญ่ได้ฟังเหตุผลต่างๆของศาลก็จะมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าทีมทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมที่จะนำกรณีศาลฎีกาวินิจฉัยคดียึดทรัพย์สมัยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)ว่าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.)ที่มี พล.อ.สิทธิ จิรโรจน์ เป็นประธานและมีอำนาจสอบสวนและสั่งอายัดทรัพย์นักการเมืองนั้นขัดต่อประเพณีการปกครองของไทยในระบอบประชาธิปไตย มาอ้างอิงเพื่อเป็นการต่อสู้ในคดี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าตามรัฐธรรมนูญการอุทธรณ์จะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงใหม่ที่จะปรากฎไม่ใช่ข้อกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะมีการนัดประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์การเมืองต่อจากนี้ไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีการประชุม ส.ส.ของพรรคตามปกติในวันอังคารทุกสัปดาห์อยู่แล้ว
ยันรัฐบาลไม่ได้ทำแบล็กลิสต์212คน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงล่าสุด ภายหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดธนาคารกรุงเทพ 4 จุดเมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ไม่ประมาท และพยายามดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย หากทุกฝ่ายร่วมมือกันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าในการเหตุการณ์ลอบวางระเบิดทั้ง 4 จุด แต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ตำรวจสามารถออกภาพสเก็ตคนร้ายได้แล้ว คาดว่าในวันนี้ (วันที่ 1 มีนาคม) จะมีการประชุมและติดตามเรื่องนี้ต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ คนทั่วไปไม่สามารถครอบครองได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ ก็ต้องไปตรวจสอบ เพราะทั้ง 4 จุดใช้แบบเดียวกันหมด และก็ไม่ใช่อาวุธที่คนอื่นจะได้รับอนุญาตได้ ”
เมื่อถามว่า หากตรวจสอบไม่ได้จะถือเป็นความล้มเหลวของใคร นายกฯ กล่าวว่า ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ติดตามว่าอาวุธประเภทนี้มีใช้ที่ไหนอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากนี้จะมีความร้อนแรงขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นอะไร เพราะในส่วนของการเมืองในสภา ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้อยู่แล้ว ส่วนการชุมนุมเคลื่อนไหวต่างๆ ก็จะช่วยกันดูแลให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
เมื่อถามว่า จากนี้จนถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนาคม ต้องเฝ้าระวังจุดไหนเป็นพิเศษ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ต้องการให้กลุ่มที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายฉกฉวยโอกาส ทั้งนี้ยอมรับว่าหน่วยงานด้านการข่าวได้แจ้งเบาะแสกลุ่มที่เคลื่อนไหวใต้ดินเข้ามาบ้าง แต่ต้องมีการตรวจสอบ
ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงในหลายจังหวัดเริ่มนัดระดมพลต่อต้านรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การชุมนุมสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นไปด้วยความสงบ หากอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลกับผู้ชุมนุมก็ไม่มีอะไรต้องขัดแย้งกัน
เมื่อถามว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่าอาจมีการปิดเส้นทางจราจรในขณะเคลื่อนพลเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ ในวันที่ 12-14 มีนาคม นายกฯ กล่าวว่า อันนั้นผิดกฎหมาย
เมื่อถามอีกว่า เท่าที่ประเมินสถานการณ์คิดว่าในวันที่ 12 มีนาคมจะถึงขั้นแตกหัก หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าความเคลื่อนไหวต้องอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะรักษาทุกอย่างให้เป็นไปตามระบบ และมีความสงบเรียบร้อย
เมื่อถามว่า ประเมินว่าเหตุการณ์จะรุนแรงกว่าเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็เฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ ตนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น รวมถึงคนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมด้วย ดังนั้น ก็ต้องช่วยกันเพราะมันมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย
เมื่อถามว่า มีปัจจัยอะไรที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องการให้ข่าวสาร ตนถึงย้ำว่าไม่อยากให้พูดจาในลักษณะให้เกิดความขัดแย้ง เช่น กรณีที่ฝ่ายค้านไปให้ข่าวในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น เช่น บอกว่ารัฐบาลขึ้นบัญชีดำบุคคล 212 คน ขอยืนยันว่าไม่มี เพราะไม่ใช่แนวทางของรัฐบาล ตนได้สอบถามหลายคนแล้ว ทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทั้งคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครบอกว่ามีการขึ้นบัญชีในลักษณะนี้ ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้มีจุดยืน ไม่ได้ทำงานในลักษณะนั้น



