
"วิมล"นักสู้เพื่อผู้ไร้ที่ดินทำกินสิ้นใจหลังประสบเหตุ
"วิมล เชิดชูชน" ชาว อ.พุนพิน จ.สุราษฏร์ธานี นักสู้เพื่อผู้ไร้ที่ดินทำกิน ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์หลังจากประชุมร่วมกับภาครัฐ เพื่อนำที่ดินมาจัดสรรให้ผู้ไม่มีที่ดินทำกินได้ข้อสรุป
และขับรถไปแจ้งข่าวดีกับชาวบ้านที่ อ.พุนพิน เกิดหลับในรถพลิกคว่ำบาดเจ็บสาหัสเข้ารับการรักษาตัว ที่โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานีกว่า 1 อาทิตย์ และได้สิ้นชีวิตเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้บล็อกเกอร์นายแมนจากโอเคเนชั่นดอดเน็ตได้รายงานว่า
ผมรู้จักกับเพื่อนรัก "วิมล เชิดชูชน" สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะนักกิจกรรม โดยผมเป็นนักกิจการค่ายอาสาพัฒนา แต่วิมล เป็นนักศึกษากิจกรรมที่เน้นการเมืองเป็นหลัก
ช่วงปลายๆของการทำกิจกรรมในฐานะนักศึกษา เราได้ร่งมกับเพื่อนๆอีกหลายคนก่อตั้งพรรคการเมืองของนักศึกษา ในนามพรรคสานแสงทอง" ที่รุ่นน้องที่สืบสานต่อเจตนาเพิ่งจะจัดงานครบ 24 ปีของพรรคสานแสงทองไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
"วิมล เชิดชูชน" เป็นคนหนึ่งที่เคยได้รับการเสนอชื่อจากสมัชชาพรรคให้ลงสมัครรับเลือกตั้งลงชิงเก้าอี้นายกองค์การนักศึกษามหวิทยาลัยรามคำแหง แต่ครั้งนั้น วิมล แพ้การเลือกตั้งครับ
ใครที่ได้สนทนากับวิมลจะรู้ว่าในจิตใจของวิมล เชิดชูชน มีแต่เรื่องของ "ชาติ-ประชาชน" และจิตใจที่เรียกร้องขอความเป็นธรรมกับปัญหาความยากจน ไม่เคยพูดถึงเรื่องของตัวเอง
เมื่อถึงกาลเวลาอันสมควร ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ตามสาขาที่ถนัดเพื่อเลี้ยงตัวเอง และครอบครับ "วิมล เชิดชูชน" เลือกกลับไปยังบ้านเกิดที่สุราษฏร์ธานี และจับงานด้านที่ดินทำกิน
วิมลรู้ว่า ในสังคมไทยยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง มีฐานะยากจน แต่กลับมีที่ดินจำนวนหลายหมื่นไร่ที่รัฐ โดยกรมธนารักษ์ นำไปให้นายทุนรายให่เช่าทำสวนปาล์ม สวนส้ม
วิมล ยังรู้ด้วยว่า มีที่ดินหลายหมื่นไร่ที่กรมธนารักษ์ให้นายทุนรายใหญ่เช่านั้น "หมดสัญญา" ลงแล้ว แต่นายทุนก็ยังไม่ออกจากพื้นที่ ซ้ำร้ายยังคงเก็บเกี่ยวผลผลิตจำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
"รัฐเสียประโยชน์" นั้นคือประโยคที่ผมได้ยินในการเจอกันครั้งล่าสุด เมื่อปีก่อนโน้น ฉนั้น เราต้องทวงที่ดินคืนมา และเป็นการทวงที่ดินของรัฐ ที่เอกชนยึดไปครอบครองโดยไม่ยอมคืน
วิมลเริ่มออกสร้างมวลชน ให้ชาวบ้านที่ไม่มีที่ดินทำกินมาลงทะเบียนแสดงความจำนงต้องการที่ดินทำกิน มีมวลชนนับพันคนอยู่ในมือของวิมล ที่พร้อมจะเดินไปพร้อมกันกับชายที่รูปร่างไม่สมบูรณ์นัก
วิมล ร่างกายไม่สมบูรณ์ ขาข้างหนึ่งลีบ เดินกระโพลกกระเพลก แต่ด้วยใจของนักสู้ จึงไม่ได้ทำให้ "ใจของวิมลลีบไปด้วย"
เมื่อหลายปีก่อน "วิมล" เคยนำมวลชนบุกเข้าไปในสวนปาล์มของเอกชนที่หมดสัญญาเช่าแล้ว เพื่อนำมาเป็นของรัฐและจัดสรรให้กับสมาชิกที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง
ครั้งนั้น พาดหัวข่าวระบุว่า "สลายม็อบสวนปาล์ม" ภาพยังจำติดตามเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือบุกเข้าไปสลายการชุมนุม และมีภาพเจ้าหน้าที่ถือปืนยืนเหยียบอกชาวบ้านด้วย
และเป็นภาพที่ทำให้ "จรูญ ทองนวล" ช่างภาพมืออาชีพในเครือเนชั่น ได้รับรางวัลภาพยอดเยี่ยมจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯไปครองด้วย
แต่การต่อสู้ของ "วิมล และผองเพื่อน" ทำให้เขาไล่เอกชนที่มาเช่าที่ของกรมธนารักษ์ และหมดสัญญาแล้ว แต่ไม่ยอมออกไปจากที่ดิน มาให้รัฐจัดสรรให้กับคนที่ไม่มีที่ดินทำกินแล้วหลายพันไร่ และจัดสรรให้ชาวบ้านเช่าคนละ 10 ไร่ ไร่ละ 100 บาท
"วิมล และผองเพื่อน" ยังเดินหน้าสู้ต่อไป เพิ่งจัดชุมนุมใหญ่ชาวบ้าน เพื่อยึดที่ดินสวนปาล์ม-สวนส้มอีกกว่า 4000 ไร่ และหมดสัญญามากว่า 5 ปีแล้ว จนผู้ว่าฯสุราษฏร์ธานี ยอมรับว่า เมื่อที่ดินหมดสัญญาแล้วก็ต้องเอาคืนมา ถ้าไม่ยอมออกก็ต้องฟ้องร้อง
"วิมล และผองเพื่อน" ไม่รอช้านำมวลชนบุกเข้าไปยึดสวนปาล์มแปลงล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนหนี้เอง พร้อมไล่คนงานของสวนปาล์ม และสวนส้มออกไป และเรียกร้องให้ผู้ว่าฯตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เข้ารัฐแทน
ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนการประชุมร่วมกับภาครัฐ เพื่อนำที่ดินมาจัดสรรให้ผู้ไม่มีที่ดินทำกินตามข้อตกลงเดิม จัดสรรให้คนละ 100 ไร่ ค่าเช่าไร่ละ 100 บาท และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีการประชุมต่อเนื่อง
หลังเสร็จกิจการประชุม "วิมล" หอบสังขารที่ขาลีบตีบ ขับรถเองไปแจ้งข่าวดีกับชาวบ้านที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฏร์ธานี การประชุมดำเนินไปจนดึก หลังเสร็จประชุมวิมลก็ขับรถกลับบ้านที่ อ.พุนพิน ทั้งๆที่ไม่เคยขับรถมานานแล้ว
อนิจจา....สวรรค์ไม่เป็นใจ...."วิมล เชิดชูชน" พลาดครับ หลับใน...รถพลิกคว่ำลงไปข้างทาง ร่างของวิมลกระเด็นออกจากรถได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกายติดเชื้อ หมอไม่สามารถผ่าตัดช่วยชีวิตได้ เนื่องจากวิมลอ่อนแอเกินไป
วิมล นอนอยู่ในโรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี 1 อาทิตย์ เช้าของวันมาฆะบูชา 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 08.06 นาที "วิมล "หมดลมหายใจจากเพื่อนพ้องน้องพี่ไปอย่างสงบ ทิ้งมวลชนอีกมหาศาลไว้เบื้องหลัง ที่ยังไม่รู้ว่าจะมีใครมารับบทแกนนำคนต่อไป
ด้วยความที่ "วิมล"มีศัตรูเยอะ และเยอะจนรวมไปถึง "สุเทพเทือกสุบรรณ" รองนายกฯอยู่ด้วย จึงเป็นที่สงสัยของผองเพื่อนว่า วิมลถูกฆาตกรรมหรือเปล่า แต่ช่วงที่ยังพอมีความรู้สึกอย่างบ้าง วิมล บอกกับภรรยาว่า "หลับใน" ไม่มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นครับ
เมื่อสองปีก่อนผมได้เจอกับวิมล ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฏร์ธานี ท่ามกลางมวลชนที่วิมลดูแลอยู่ แต่ครั้งนั้นวิมลนำมวลชนมาต่อสู้เพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ให้แก้เพื่อประชาชนคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพื่อนักการเมือง หรือเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
"แก้รัฐธรรมนูญ ต้องให้กินได้" นั้นคือประโยคที่วิมลพูดกับผมในวันนั้น หมายถึงแก้รัฐธรรมนูญต้องให้แก้ไขปัญหาความยากจนได้ด้วย
สิ่งที่วิมลต่อสู้ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน ความยากคน และความเป็นธรรมในสังคม แม้จะยังไม่สำเร็จในบางเรื่อง แต่ได้เห็นจิตใจที่แข็งแกร่ง พร้อมจะก้าวเดินไป เพื่อสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริง
วันนี้ไม่มีแล้ว "วิมล เชิดชูชน"
ไปดีนะเพื่อนรัก "วิมล เชิดชูชน" ภารกิจที่คั่งค้าง ยังมีคนพร้อมสืบทอดต่ออย่างไม่ขาดสายธารแน่นอนครับ....???
ข้อมูลจาก - http://www.oknation.net/blog/naiman/2010/03/01/entry-1



