ข่าว

ประมงพื้นบ้านเขื่อนลำปาวใกล้วิกฤติระดับน้ำลดฮวบ

ประมงพื้นบ้านเขื่อนลำปาวใกล้วิกฤติระดับน้ำลดฮวบ

01 มี.ค. 2553

ภัยแล้งคุกคามหนัก ประมงพื้นบ้านบริเวณเขื่อนลำปาวใกล้วิกฤติ หลังน้ำเขื่อนลดฮวบ ทำปลา-กุ้งแม่น้ำหาย ขณะที่ชาวบ้านเริ่มทิ้งอาชีพประมงเปลี่ยนวิถีกว่าร้อยละ 70 หมอกควันวิกฤตหนักปกคลุมทั่วเชียงราย

 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสภาพความแห้งแล้งที่ขณะนี้ได้คุกคามเขตพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านเริ่มได้รับผลกระทบและมีความเดือดร้อนกันมากขึ้น โดยเฉพาะอาชีพประมงที่บริเวณเขื่อนลำปาว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เริ่มประสบปัญหาหนักเมื่อหาปลาไม่ได้หลังน้ำเขื่อนลำปาวลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

 นายศิขรินทร์ ดลรัตน์ เจ้าของท่าปลาตาหนึ่ง บ้านดงน้อย ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในช่วงแห้งแล้งนี้อาชีพประมงของชาวบ้านในหมู่บ้านกำลังประสบปัญหา หลังหาปลาได้ลดลง จากเดิมที่มีปลามากกว่าวันละ 5-10 ตันต่อวัน ตอนนี้วันๆ หนึ่งหาปลาไม่ได้ถึง 10 กก.จนทำให้ชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงเริ่มทิ้งอาชีพไปหมดถึงร้อยละ 70 เพราะส่วนใหญ่เห็นว่าปลาหาไม่ได้ รายได้ก็หด จนกระทั่งต้องย้ายถิ่นฐานออกจากพื้นที่ไปทำมาหากินที่กรุงเทพฯ แทน โดยสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ถือว่าหนักและรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี 

 "ตอนนี้ปลาที่หาได้มีแต่ปลาแก้วปลาซิวปลาสร้อย ส่วนปลาใหญ่ที่เป็นที่นิยมของลูกค้าหายไปหมด อย่างปลาเนื้ออ่อนแต่เดิมที่เคยหาได้มากถึงวันละตัน ทุกวันนี้วันละ 1 กก.ยังหายาก รวมทั้งปลาบึก ปลาค้าวด้วย นอกจากนี้กุ้งแม่น้ำที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของเขื่อนลำปาวตอนนี้กำลังจะหมดเช่นกันทุกวันนี้ชาวบ้านเริ่มหากุ้งได้ยากขึ้น ตัวกุ้งก็เล็กลงจากเดิมตัวละ 1 กก. ตอนนี้ 3 ตัว/1 กก.แล้ว ส่วนตอนนี้ที่ต้องประคับประคองคือช่วยชาวบ้านไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนหนักกว่านี้ที่เป็นประมงอยู่ก็ดูแลรับซื้อ ช่วยค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และปลอบใจ ให้กำลังใจในการทำมาหากิน" 

 อย่างไรก็ตาม พันธุ์สัตว์น้ำที่ลดน้อยลงในปีนี้น่าจะมีจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งที่ปีนี้คาดว่าจะหนักกว่าทุกปี  เพราะน้ำเขื่อนลำปาวได้ลดลงอย่างรวดเร็ว หากเทียบกับปีที่ผ่านมาสถานการณ์น้ำในพื้นที่น่าห่วงมากที่สุด

หมอกควันวิกฤตหนักปกคลุมทั่วเชียงราย

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากสถานการณ์หมอกควันที่ทำแผ่ปกคลุมหนาแน่นเกินค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัม ต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย ในขณะนี้ ได้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพกันเป็นจำนวนมาก วิสัยทัศน์ในการขับขี่ยานพาหนะในบางจุดมองไม่ถึง 600-700 เมตร ประชาชนในพื้นที่ได้เริ่มหาซื้อน้ำยาล้างตา และผ้าปิดจมูกกันเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัญหาหมอกควันในขณะนี้ ได้ส่งผลต่อการหายใจและดวงตา กันเป็นจำนวนมากเจ้าหน้าที่เร่งทำการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนได้หยุดทำการเผาขยะหรือวัชพืช

 นายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากสถานการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในขณะได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ช่วยกันรณรงค์ในการลดปัญหาหมอกควันด้วยวิธีการต่างๆ เนื่องจากในขณะนี้ค่าหมอกควันในบริเวณตามแนวชายแดนด้านอำเภอสาย ได้เพิ่มขึ้นสูงถึง 183.5 ไมโครกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศ เข้าประจำการในเขตพื้นที่ อำเภอแม่สาย ตามแนวชายแดน เพิ่มขึ้นอีก 1 จุด เนื่องจากเป็นพื้นที่มีหมอกควันปกคลุมค่อนข้างหนาแน่นพร้อมกันนี้ได้มีการประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้านต่างๆ เพื่อขอให้ช่วยรณรงค์ในการควบคุมค่าหมอกควันที่เกิดขึ้นในขณะนี้

 อย่างไรก็ตามค่าหมอกควันในเขตพื้นที่ เขตเทศบาลนครเชียงราย ได้มีปริมาณเพิ่มขึ้นสูง ถึง 156.3 ไมโครกรัมต่อ 1 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำการประชาสัมพันธ์ในการลดค่าหมอกควัน พร้อมกับได้ทำการประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ ในการนำรถน้ำออกมาฉีดตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มความชื้นในอากาศ

ลำพูนตั้งศูนย์เฉพาะกิจแก้ปัญหาภัยแล้ง

 นายชุมพร อินตะเทพ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำพูน เปิดเผยว่า จ.ลำพูนได้ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2553  พร้อมแจ้งให้แต่ละอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งโดยใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ  โดยได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จำนวน 8 อำเภอได้แก่ อำเภอเมือง , ป่าซาง บ้านโฮ่ง  แม่ทา  บ้านธิ  ทุ่งหัวช้าง  ลี้ และ เวียงหนองล่อง  รวม 39 ตำบล 394 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 177,749 ครัวเรือน

 ส่วนพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย 64,519 ไร่ ล่าสุดได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งใน อ.แม่ทา ป่าซาง อ.เวียงหนองล่อง อ.บ้านโฮ่ง และอ.ลี้ ไปแล้วประมาณ 30 ล้านบาท  สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จ.ลำพูน  ในส่วนของอ่างเก็บน้ำแม่ธิ  มีปริมาณน้ำอยู่ 2.11 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47% ของความจุ 4.50  ล้าน.ลบ.ม. 

  นายชุมพร กล่าวว่า นอกจากหน่วยงานของ ปภ. ที่กำลังเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่หลายหน่วยงาน ก็ออกให้การช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน  โดยแขวงการทางลำพูน ได้จัดเตรียมรถบรรทุกน้ำไว้เพื่อให้บริการหากได้รับการร้องขอจากประชาชน