ข่าว

"ธนาธร" โผล่เวทีปราศรัยใหญ่ก้าวไกล ขอคะแนนเสียงปกป้องพรรคกล้าสู้เผด็จการ

"ธนาธร" โผล่เวทีปราศรัยใหญ่ก้าวไกล ขอคะแนนเสียงปกป้องพรรคกล้าสู้เผด็จการ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ประธานคณะก้าวหน้า"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" โผล่เวทีปราศรัยใหญ่พรรคก้าวไกล ขอคะแนนเสียงปกป้องพรรคที่กล้าสู้กับเผด็จการ ด้าน เพชร กรุณพล มั่นใจ ชนะเลือกตั้งซ่อม หลักสี่-จตุจักร เชื่อประชาชนไม่ต้องการการบริหารประเทศแบบไร้วิสัยทัศน์อีกแล้ว

"นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาร่วมฟังปราศรัยหาเสียงโค้งสุดท้าย นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร กรุณพล ผู้สมัคร ส.ส. เขตหลักสี่-จตุจักร พรรคก้าวไกล 


"นายธนาธร" กล่าวว่า  30 ม.ค.นี้ จะเป็นวันสำคัญอีกวัน 1 วัน ที่ประชาชนได้มีโอกาสตัดสินใจว่าอยากได้พรรคการเมืองแบบไหน มาทำงานในสภา  โดยตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ มาจนถึงพรรคก้าวไกล ก็พิสูจน์แล้วว่า เป็นพรรคที่กล้าชนกับความอยุติธรรม กล้าตรวจสอบความไม่ถูกต้องโดยยึดหลักผลประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบกองทัพ การตรวจสอบทุนผูกขาด ของพรรครัฐบาล และการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ประชาชนจะมีโอกาสเลือก ว่า พรรคการเมืองแบบนี้มีความจำเป็นในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ประชาชนเองจะเป็นผู้กำหนด

 

"นายธนาธร" ระบุอีกว่า ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่มาจนถึงพรรคก้าวไกล มักถูกดำเนินคดี ถูกกล่าวหาใส่ร้ายต่าง ๆ ที่ไม่เป็นธรรมเพราะเป็นพรรคการเมืองที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเผด็จการ อยากฝากประชาชน ว่าเราไม่มีอำนาจ เราไม่มีรถถัง เราไม่มีปืน มีอย่างเดียวที่จะปกป้องพวกเราได้คือเสียงของประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญมาก


ด้านนายกรุณพล กล่าวว่า มั่นใจ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะจากการที่ไปลงพื้นที่มา การปราศรัยใหญ่ของพรรคก้าวไกลในวันนี้ ประชาชนจะได้เห็นวิสัยทัศน์ของตนและวิสัยทัศน์ของพรรค ที่จะพาประเทศก้าวไปข้างหน้า จึงขอฝากว่าวันที่ 30 มกราคมนี้ ให้ออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง เพื่อส่งเสียงไปให้รัฐบาลได้รู้ว่าประชาชน ไม่ต้องการ การบริหารประเทศแบบไร้วิสัยทัศน์แบบนี้อีกแล้ว 


นายกรุณพล ย้ำว่า ตนอยู่ในพื้นที่นี้มามากกว่า 23 ปี จึงรับรู้ถึงปัญหาจากชาวบ้าน และในฐานะที่เป็นนักแสดงจึงได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ในการเข้ามาปรึกษา ดังนั้นตนขออาสามาเป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน เพราะ การพูดอย่างเดียวไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่คือการลงมือทำความตั้งใจจริงในการรับรู้ปัญหาและลงมือทำ

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยอมรับว่า กังวลเรื่องการซื้อเสียง เพราะไม่มีหน่วยงานภาครัฐมาจัดการให้ถูกต้องตามครรลองของประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ไม่กังวลว่าการซื้อเสียงจะมาตัดคะแนน เพราะเชื่อว่าประชาชนฉลาดเพียงพอที่รู้ว่าเงิน 1,500 บาทเป็นเพียงแค่เศษเงิน สุดท้ายแล้วคนที่เอาเงินมาจ่ายให้ ก็จะเอาคืนจากงบประมาณจากภาษีเข้ากระเป๋าตัวเองและรู้ว่าเงินเพียงไม่กี่บาท ไม่คุ้มค่าต่ออนาคตของตนเอง

 

ส่วนนโยบายแรกที่อยากทำ นายกรุณพล  ระบุว่า  อยากทำเรื่องวัคซีน covid-19 เนื่องจากการลงพื้นที่ พบว่ามีผู้สูงอายุและมีผู้ป่วยติดเตียงอยู่ การเคลื่อนตัวต่าง ๆ ไปยังจุดฉีดก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ จึงอยากขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทีมเคลื่อนที่เร็วไปทำทะเบียนของผู้ป่วยติดเตียงผู้สูงอายุในชุมชน และนำวัคซีนไปฉีด หรือนำยาไปส่ง เพราะบางคนอ่อนแอเกินกว่าจะเดินทางไปเข้ารับการรักษา
 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด