
การจำแนกกล้วยไม้จากผลการปฏิบัติของคนในสังคม
บนพื้นฐานความคิดและการนำปฏิบัติอันเป็นธรรมชาติของคนภายในสังคมซึ่งมีการอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย
ผลที่ปรากฏจากอดีตถึงปัจจุบัน ทำให้สามารถนำมาพิจารณาจำแนกภาพรวมของกล้วยไม้ บนพื้นฐานธรรมชาติที่สานถึงบทบาทของสังคม ออกจากกันได้เป็นสองพวกใหญ่ๆ
พวกแรก ได้แก่ กล้วยไม้พันธุ์ธรรมชาติ ซึ่งหากนำมาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยไม่ลืมนึกพฤติกรรมจากคน บนพื้นฐานดังกล่าวอาจแยกออกไปอีกเป็นสองพวก
พวกแรก คือ กล้วยไม้ป่า ซึ่งหมายถึงพันธุ์ธรรมชาติที่เกิดจากป่าเป็นพื้นฐานชีวิตโดยตรงไม่ว่าจะขึ้นอยู่ในป่าหรือคนเก็บมาขายและนำมาปลูก
หากนำมาปลูกแล้วเพาะเมล็ด แม้ยังมีสภาพธรรมชาติทางพันธุศาสตร์เป็นของเดิม โดยไม่มีการนำมาผสมข้ามกับชนิดอื่น หรือแม้แต่ภายในชนิดเดียวกันเอง
เมื่อใดมีการนำมาผสมตัวเอง หรือแม้ผสมข้ามต้นภายในชนิดเดียวกัน และนำเมล็ดมาเพาะ ต้นที่เกิดขึ้นจากผลการกระทำของคน อีกทั้งอยู่ภายใต้อิทธิพลการปฏิบัติดูแลรักษา แม้ยังคงเป็นชนิดเดิม เราน่าจะถือว่าคือ พันธุ์ธรรมชาติ แทนที่จะเรียกว่า พันธุ์ป่า
ทั้งนี้เนื่องจากชีวิตกล้วยไม้ประเภทนี้ไม่ได้เกิดในสภาพของป่าซึ่งมีธรรมชาติละเอียดอ่อน บนพื้นฐานการพึ่งตนเอง นอกจากนั้นบนพื้นฐานพันธุศาสตร์ยังคงมีสภาพเป็นธรรมชาติเหมือนเดิม
จากประสบการณ์ชีวิตเท่าที่มีโอกาสสัมผัสมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอุปนิสัย ซึ่งเป็นนามธรรม คงไม่อาจนำเอาด้านวัตถุมาใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบให้เห็นความจริงได้อย่างชัดเจน นอกจากใช้ความรู้สึกจากใจของผู้ปฏิบัติที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วอย่างลึกซึ้ง เพราะความจริงดังกล่าวอาจนำมาใช้ได้ทั้งในด้านพืชและสัตว์ ยิ่งเป็นด้านของสัตว์ซึ่งมีบทบาทบนพื้นฐานธรรมชาติใกล้เคียงกับคนมากกว่า เราย่อมรู้สึกได้ชัดเจนมากกว่าต้นไม้
ดังนั้นช่วงหลักๆ สืบเนื่องมาจากปัญหาการสูญเสียธรรมชาติภายในสภาพการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตบนพื้นฐานความหลากหลาย หรืออีกนัยคือสภาพป่า ทำให้เข้าใจว่า ถ้านำเอาพันธุ์ไม้หรือสัตว์จากป่ามาปลูกเลี้ยงภายในอุ้งมืออิทธิพลของคนช่วงหนึ่งแล้ว มีการคิดแก้ไขปัญหาป่าโดยนำชีวิตเหล่านี้กลับไปคืน เพราะเชื่อว่าจะทำให้ป่ากลับฟื้นคืนสู่สภาพเดิมได้
"ระพี สาคริก"



