
มาตรฐานทางกฎหมาย
เรียกว่าเป็นคดีหยุดประเทศเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าสีไหนหรือไร้สี ต่างก็ใจจดใจจ่ออยู่กับผลคดี ขนาดแวดวงนักพนันก็ยังคึกคัก ไม่เว้นแม้แต่บ่อนประเทศเพื่อนบ้านถึงกับตั้งโต๊ะเปิดราคารับแทงพนันชนิดได้เสียเลยทีเดียว
และคงไม่มีคดีไหนในบ้านเราที่คนทั่วโลกให้ความสนใจเท่านี้ สำนักข่าวต่างประเทศมาร่วมรายงานข่าวชนิดเกาะติดกันตั้งแต่เช้าจนสิ้นสุดคำตัดสิน
ตุลาการเสียงข้างมาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาลงมติยึดทรัพย์กว่า 4.6 หมื่นล้านบาท เหลือให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประมาณ 3 หมื่นล้าน เพราะเป็นเงินที่ได้จากการทำธุรกิจก่อนลงเล่นการเมือง
เชื่อว่าลึกๆ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ คงเข้าใจดี แม้จะยังไม่พอใจกับคำพิพากษาก็ตาม
นี่คือหลักคิดด้านกฎหมายมหาชนบวกกับกฎหมายแพ่ง ที่แยกแยะทรัพย์สินที่ได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่นระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกจากทรัพย์สินก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี
การอ่านคำพิพากษาที่ยาวนานหลายชั่วโมง สามารถชี้แจงปมและเงื่อนงำการทุจริตโดยใช้ตำแหน่งนายกฯ เอื้อประโยชน์ แก้ไขกฎหมายให้บริษัทชินฯ ได้เปรียบรัฐชนิดที่เรียกว่า เห็นภาพความร่ำรวยนับหมื่นล้านโดยมิชอบ แจกแจงข้อสงสัยทางกฎหมายจนคนฟังถึงบางอ้อ
คำตัดสินที่เรียกได้ว่า มีเหตุมีผลตอบคำถามสังคมได้ ซึ่งฝ่ายเสื้อแดงต้องรับฟังด้วย
ส่วนประเด็นการเมืองจะเดินอย่างไรต่อ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถึงแม้ศาลจะคืนเงินบางส่วนให้ ก็ใช่ว่าอดีตนายกฯ จะได้เงินคืน เพราะรัฐบาลยังตามทวงเงินภาษีไล่บี้ครอบครัวชินวัตร เป็นดาบสองต่อไป
ว่ากันว่า จำนวนเงินภาษีที่ต้องจ่ายให้รัฐรวมกับค่าปรับเงินที่เหลือก็ยังไม่พอจ่ายด้วยซ้ำ และยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาซึ่งมีโทษจำคุกบวกเข้าไปอีก
เรียกว่าต้อนกันจนตรอก แต่รัฐบาลต้องไม่ลืมสุภาษิตไล่หมาด้วยเพราะอาจเป็นเงื่อนไขให้คนเสื้อแดงใช้อ้างในการเคลื่อนไหวต่อ รัฐบาลต้องพึงระวังกระแสสังคมตีกลับ
การไล่บี้มองมุมหนึ่งอาจชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็อาจจุดกระแสความสงสารต่อตัวอดีตนายกฯ แม้จะมีความผิดทุจริตคอรัปชั่นก็ตาม
คนไทยขี้สงสารประเทศอาจไม่สงบ สิ่งสำคัญรัฐบาลต้องใช้มาตรฐานทางกฎหมายที่เท่าเทียมกัน ในคดีการเมืองทั้งสีเหลืองและสีแดง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตต์ 258 ล้านบาท
ถ้าอยากให้คำตัดสินครั้งนี้ทรงความยุติธรรม รัฐบาลก็ต้องแสดงมาตรฐานของตัวเองด้วยเช่นกัน เร็วเท่าไรเสื้อแดงก็ยิ่งอ่อนล้าลงเท่านั้น !!



