
ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวล้นกระทรวง
แรงงานต่างด้าวล้นกรมการจัดหางาน เสียเวลารอทั้งวัน บางคนผิดหวังกลับไปเพราะเอกสารไม่ครบ กว่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายเมืองไทยเสียค่าใช้จ่ายไปเกือบ 1.5 หมื่นบาทต่อคน นายจ้างส่วนใหญ่ไม่รู้ข่าวรัฐบาลต่อเวลาพิสูจน์สัญชาติอีก 2 ปี จนถึง 28 ก.พ.2555
กระทรวงแรงงานกำหนดให้การพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ ทำให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวพากันรีบไปขึ้นทะเบียนที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้ทันในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 แบบมืดฟ้ามัวดิน มีทั้งแรงงานต่างด้าวพม่า เขมร และลาว บางคนทำเสร็จภายในวันเดียวถ้าเอกสารครบ บางคนต้องมา 2-3 วัน แต่บางคนก็ทำไม่ได้เลย
ทีมข่าวชุมชนเมือง "คม ชัด ลึก" ลงพื้นที่สำรวจบริเวณชั้น 3 อาคารสำนักปลัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่รับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เพื่อทำงานในเมืองไทยอย่างถูกกฎหมาย
เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า เดิมที่มีการคาดการณ์ว่าจะใช้พื้นที่ชั้นล่างเป็นสถานที่รับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เพราะมีพื้นกว้างขวาง ไม่แออัด อากาศถ่ายเท แต่มีม็อบสหภาพแรงงานบริษัทไทรอัมพ์มาปักหลักประท้วงยึดพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมด ทำให้ต้องใช้พื้นที่ชั้น 2 และ 3 รับขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวแทน นอกจากนี้จำนวนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานก็ไม่เพียงพอกับปริมาณแรงงานต่างด้าว และนายจ้างที่ไปยื่นขึ้นทะเบียนในแต่ละวัน โดยเฉพาะวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเป็นวันสุดท้ายของการขึ้นทะเบียน ทำให้มีปริมาณผู้มายื่นเรื่องมากกว่าทุกวัน
แต่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2553 ได้อนุมัติให้มีการต่ออายุการพิสูจน์สัญชาติของแรงงานต่างด้าวออกไปอีก 2 ปี คือจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 แต่ไม่ค่อยมีคนรู้ เพราะขาดการประชาสัมพันธ์ จึงทำให้เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าเป็นวันสุดท้ายของการขึ้นทะเบียน มีปริมาณผู้มายื่นเรื่องมากกว่าทุกวันจนล้นกระทรวง และแทบจะไม่มีที่ให้ยืนรอระหว่างดำเนินการ
นางดาว แรงงานพม่าที่เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านย่านถนนพระราม 2 เล่าว่า มาทำเรื่องเป็นวันที่สองแล้ว วันแรกมาขอเอกสารไปให้นายจ้างกรอกรายละเอียด และมอบอำนาจให้มายื่นเอง เพราะนายจ้างติดธุระ พอวันที่สองมายื่นเอกสารแต่กรอกรายละเอียดไม่ครบ เจ้าหน้าที่ให้ไปกรอกใหม่ ด้วยความที่อ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ จึงต้องไปจ้างกรอกเอกสารในอัตราคนละ 100 บาท แต่พอไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ ก็ทำไม่ได้อีก เพราะแรงงานต่างด้าวไม่สามารถรับมอบอำนาจมาทำเองได้ นายจ้างต้องมอบอำนาจให้คนอื่นมาทำแทน ซึ่งต้องจ่ายเงินให้ตัวแทนนายจ้างครั้งละ 300-500 บาท กว่าจะได้เป็นแรงงานต่างด้าวที่ถูกต้องใช้เวลาเกือบปี เสียเงินไปแล้วเกือบ 1.5 หมื่นบาท
ส่วนนางสมศรี นายจ้างคนไทยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด พร้อมแรงงานพม่าทั้งหญิงและชายรวม 5 คน เปิดเผยว่า มาถึงตั้งแต่เช้า แบบไม่รู้อะไรเลย รู้เพียงว่าพอแรงงานไปพิสูจน์สัญชาติมาแล้ว ต้องมาขึ้นทะเบียนที่กระทรวงแรงงานก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ไม่รู้ว่าจะไปรับเอกสารที่ไหน ต้องเขียนอะไรบ้าง และใช้เอกสารอะไร มาแบบงมเข็มในมหาสมุทร ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ มีคนแนะนำว่า มีรับจ้างกรอกข้อมูลคนละ 100 บาท จึงตัดสินใจไปจ้างดีกว่า เพราะกลัวไม่เสร็จภายในวันเดียว หากเกินกำหนดก็จะยุ่งยากภายหลัง
คณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม 2553 มีมติเห็นชอบการขอขยายระยะเวลาพิสูจน์สัญชาติและการผ่อนผันแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว กัมพูชาให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอมา เนื่องจากปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวอาศัยอยู่ในเมืองไทยประมาณ 1.4 ล้านคน แต่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติเพียง 1.4 แสนคน หรือ 10% เท่านั้น ครม.จึงอนุมัติให้ต่ออีก 2 ปี สิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งจะทำให้มีกรอบเวลาพิสูจน์สัญชาติสามารถทำต่อไปได้เรื่อยๆ และแรงงานเหล่านี้ยังสามารถทำงานอยู่ในประเทศไทยได้ต่อไป
ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้ไปยื่นต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ที่สำนักจัดหางานในพื้นที่ ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ถือว่าหมดสิทธิ์ที่จะอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย จะถูกผลักดันกลับประเทศเป็นขั้นตอนต่อไป ส่วนแรงงานที่แจ้งความจำนงแล้ว แต่รอการเรียนไปพิสูจน์สัญชาติ สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ต่อไปอีก 2 ปี ตามมติ ครม.



