ข่าว

อัยการแจงฟ้องแพ่ง-อาญาทักษิณรอดีเอสไอ-ปปช.

อัยการแจงฟ้องแพ่ง-อาญาทักษิณรอดีเอสไอ-ปปช.

28 ก.พ. 2553

โฆษกอัยการ พร้อมรับลูก “ มาร์ค” ดำเนินคดีอาญา – แพ่ง “ ทักษิณ – ผู้ที่เกี่ยวข้อง” ต่อหลังศาลฎีกาฯสั่งยึดทรัพย์ แต่ต้องคดีอาญาต้องรอดีเอสไอ – กองปราบ – ป.ป.ช.ทำสำนวนชงก่อน เหมือนคดีแพ่งเรื่องภาษีสรรพากร ต้องรวบรวมหลักฐานกดตัวเลขเสียหายเสนออัยการ สั่งคดีก่

 เมื่อวันที่ 28 ก.พ.53 นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้อัยการ เตรียมดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไปทั้งทางแพ่ง และ อาญา เรื่องภาษีอากรภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นของแผ่นดิน

เนื่องจากใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ออกนโยบาย 5 มาตรการเอื้อประโยชน์พวกพ้องว่า สำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายพิเศษที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีการสอบสวนดำเนินคดีอัยการสามารถทำหน้าที่ยื่นฟ้องให้ได้ แต่ตามกฎหมายและหลักการดำเนินคดีอาญา ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนดำเนินคดี เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนเสียก่อน แล้วจึงส่งความเห็นให้อัยการพิจารณาสั่งคดีว่าพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้องหรือไม่

 นายธนพิชญ์ กล่าวว่า ส่วนคดีแพ่งที่เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์สิน หรือภาษีอากร นั้นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง หรือกรมสรรพากร ดำเนินการตรวจสอบก่อนว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างไร จำนวนเท่าใด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานแล้วส่งให้อัยการพิจารณาเพื่อสั่งคดี และยื่นฟ้องต่อศาลให้หน่วยราชการที่เสียหายต่อไป

 นายธนพิชญ์ กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญแก่อัยการที่ให้ดำเนินการเรื่องนี้ แต่กฎหมายยังไม่ได้เปิดช่องให้อัยการเข้าเป็นพนักงานสอบสวนโดยตรง ยกเว้นคดีพิเศษที่ร่วมสอบสวนกับดีเอสไอ หรือการไต่สวนของ ป.ป.ช.

 “ เข้าใจว่านายกรัฐมนตรี เห็นว่าการดำเนินคดีเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่อัยการต้องปฎิบัติตามขั้นตอน และยืนยันว่าเมื่อคดีมาถึงอัยการแล้วจะเร่งดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ด้วยความรอบครอบ คดีที่มีหลักฐานพอฟ้องก็จะฟ้อง ถ้ามีข้อไม่สมบูรณ์จะส่งไปสอบเพิ่ม  ส่วนคดีแพ่งหากมี อัยการจะตรวจสอบดูแลอย่างเต็มที่เพื่อเรียกค่าเสียหายสูงสุดคืนแก่แผ่นดิน”  โฆษกอัยการสูงสุดกล่าว