
อภิสิทธิ์แฉย้ายบินไทยไปสุวรรณภูมิลดค่าใช้จ่ายแค่200ล.
"อภิสิทธิ์" แฉ การบินไทยย้ายไปสุวรรณภูมิลดค่าใช้จ่ายแค่ 200 ล้าน ไม่ใช่ 600 ล้านตามที่อ้าง โยนคนที่ตัดสินใจย้ายชี้แจงเอื้อคิงพาวเวอร์และสายการบินโสว์หรือไม่ ปัดข่าวคิงพาวเวอร์ให้เงิน ส.ส.ปชป.ระบุความสัมพันธ์ระหว่างปชป.และคิงพาวเวอร์เป็นปรกติ "สุเทพ ยัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.40 น.วันที่ 12 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างนายกรัฐมนตรีและนายนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกรณีการย้ายสายการบินของการบินไทยจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษกิจเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านว่าการตัดสินใจในเรื่องนี้จะต้องเป็นของบริษัทการบินไทย และที่ประชุมได้ให้ข้อสังเกต อย่างไรก็ตามตนได้สอบถามเรื่องนี้กับนายโสภณก็ได้รับการชี้แจงว่าเป็นการตัดสินใจของบริษัทการบินไทย ผู้สื่อข่าวถามว่าการกำหนดนโยบายการใช้สนามบินเป็นเรื่องของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการกำหนดนโยบายของรัฐบาล แต่ถ้าบริษัทการบินไทยจะตัดสินใจย้ายไปอยู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็เป็นเรื่องของการบินไทย ส่วนสายการบินอื่นก็ยังก็ยังคงใช้สนามบินดอนเมืองอยู่นั้นก็สามารถทำได้และเท่าที่ทราบเขาจะขยายการทำงานที่ดอนเมืองด้วย แต่อยู่ที่ความพร้อมของเขา
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในการประชุมครม.เศรษฐกิจที่ผ่านมาได้ให้ข้อสังเกตุกับบริษัทการบินไทยว่าหากนโยบายเรื่องสนามบินยังไม่เรียบร้อยและตัดสินใจหรือทำอะไรแล้วฝืนความรู้สึกลูกค้าตัวเอง โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นคนไทยและทำแล้วจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัทก็จะมีปัญหามาก หากยังคงยืนยันที่จะดำเนินการก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจน
เมื่อถามว่าวันนี้รัฐบาลจะใช้นโยบายสนามบินเดียวหรือสองสนามบิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ อย่างที่บอกว่าจะให้กระทรวงคมนาคมนำข้อมูลที่ชัดเจนมาให้พิจารณาก่อน เพราะในการประชุมครม.เศรษฐกิจที่ผ่านมาข้อมูลตัวเลขไม่ชัดเจน ต่อข้อถามว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลจึงยังไม่ตัดสินใจเรื่องนโยบายการใช้สนามบิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพราะเราต้องดูตัวเลขให้ชัดเจน ฝ่ายที่สนับสนุนให้เป็นสนามบินเดียวไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าหากใช้สนามบินสุวรรณภูมิแล้วจะไม่ต้องกลับมาใช้ดอนเมือง เพราะสนามบินสุวรรณภูมิถูกสร้างมาเพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวน 45 ล้านคน และวันนี้ผู้โดยสารเกิน 40 กว่าล้านแล้วในภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ และเมื่อเศรษฐกิจฟื้นสนามบินสุวรรณภมิจะขยายพื้นที่รองรับทันหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เรามีสินทรัพย์ของดอนเมืองอยู่แล้ว ในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ควรจะใช้สินทรัพย์ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร เมื่อถามว่าจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนในการตัดสินใจว่าจะใช้นโยบายสนามบินเดียวหรือสองสนามบิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากกระทรวงคมนาคมมีข้อมูลที่ชัดเจนรัฐบาลก็สามารถตัดสินใจได้ ซึ่งได้ให้เวลาในการหาข้อมูล 2 สัปดาห์ โดยรัฐบาลจะนำข้อมูลหน่วยงานของรัฐมาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่พอใจกับข้อมูลที่ได้รับมา และยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินใจ เพราะกระทรวงคมนาคมยังทำงานภายใต้สมมุติฐานที่จะผลักดันให้เป็นสนามบินเดียว โดยความเข้าใจว่าการมีสนามบินเดียวจะเป็นการสนับสนุนศูนย์กลางการบิน ทั้งนี้ในการประชุมได้ให้ข้อสังเกตุว่าแนวคิดการเป็นศูนย์กลางการบินกับการใช้สนามบินเดียวไม่ใช่เรื่องเดียวกัน หลายประเทศเป็นศูนย์กลางการบินและมีสนามบินมากกว่าหนึ่งแห่ง
ต่อข้อถามว่าการที่นายโสภณอ้างว่าครม.เศรษฐกิจเห็นด้วยกับการที่บริษัทการบินไทยย้านไปสุวรรณภูมิจะเป็นการงัดข้อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เข้าใจว่านายโสภณคงถูกถามว่าครม.คัดค้านใช่หรือไม่ นายโสภณก็เลยชี้แจว่าครม.ไม่ได้คัดค้าน มีประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันและให้เป็นเรื่องการตัดสินใจของบริษัทการบินไทย
ต่อข้อถามว่าในการประชุมครม.เศรษฐกิจได้มีการพูดถึงการขีดเส้นตายให้บริษัทการบินไทยย้ายออกจากดอนเมืองในวันที่ 29 มีนาคมนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มติของบริษัทการบินไทยเป็นอย่างนั้น และได้จัดตารางบิน ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความห่วงใยว่าจะกระทบกับลูกค้าที่จองตั๋วตามตารางบินใหม่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่ามการตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินใจของกระทรวงคมนาคมครั้งนี้อาจจะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทคิง พาวเวอร์และสายการบินต้นทุนต่ำ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการประชุมครม.ได้มีการตั้งคำถามในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคนที่ตัดสินใจเรื่องนี้ต้องชี้แจงให้ได้ว่าไม่เป็นอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะถือว่าการตัดสินใจของบริษัทการบินไทยเป็นการตัดสินใจในเชิงธุรกิจ และอ้างว่าตัดสินใจอย่างนี้เพื่อลดค่าใช้จ่าย 600 ล้านบาท แต่เราก็เห็นแล้วไม่คิดว่าจะลดได้ถึง 600 ล้าน เพราะที่ลดจริงๆชัดๆคือประมาณ 200 ล้าน คำถามคือหากเขาบอกว่าขอลดต้นทุนแต่รัฐบาลไม่ยอมมันก็คงจะแปลก แต่เราต้องบอกว่า 200 ล้านจะต้องไปชั่งน้ำหนักอีกด้านหนึ่ง และความจริงแล้ว 200 ล้านนี้คงไม่ใช่ตัวหลักที่จะปรับโครงสร้างหรือฟื้นฟูที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนี้
เมื่อถามว่าทำไมตัวเลขถึงแตกต่างกันขนาดนี้ นายกรับมนตรี กล่าววว่า เขาอ้างเรื่องบุคลากร แต่พอเราจี้ลงไปว่าจริงๆแล้วใช่หรือไม่ ไม่ใช่ว่ามาลดตรงนี้แล้วกลับไปตรงนั้นกับมีค่าใช้จ่ายเราต้องมาหักลบกลบกันด้วย
ต่อข้อถามว่ามีการระบุว่าคิงพาวเวอร์ให้เงินส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี ตนมีแต่ถูกหักเงินเดือน เมื่อถามว่าได้มีการตั้งข้อสังเกตุหรือไม่ว่าทำไมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเปิดประเด็นโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเรามีหน้าที่ชี้แจงและต้องยอมรับการตรวจสอบจากทุกฝ่าย เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับคิงพาวเวอร์เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นเรื่องปรกติ เขาก็ทำธุรกิจ เราก็เป็นพรรคการเมืองและแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนอยู่แล้ว
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างรมว.คมนาคมกับนายกฯในการย้ายสนามบินดอนเมืองไปสุวรรณภูมิเป็นนโยบบายสนามบินเดียวที่อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหาความขัดแย้งอะไร และไม่เป็นปัญหากับตน แต่สื่อนำการพูดของแต่ละฝ่ายไปตีความ ซึ่งนายกฯพูดชัดเจนแล้วว่าเรื่องของการย้ายสนามบินให้เป็นเรื่องของผู้บริหารสายการบิน พร้อมให้ข้อสังเกตว่าขณะนี้ในระหว่างการเปลี่ยนตัวผู้บริหารการบินไทย หากมีผู้บริหารใหม่และเกิดทบทวนนโยบายขึ้นมาจะแก้ปัญหาอย่างไร และรัฐบาลยังไม่ได้ไปมีมติว่าจะใช้สนามบินสุวรรณภูมิเพียงสนามบินเดียวหรือใช้สองสนามบิน เพราะหากตัดสินใจไปจะเกิดผลกระทบ ส่วนนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีที่ผู้บริหารการบินไทยทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีเรื่องการขาดทุนของการบินไทยซึ่งต้องใช้งบบริหารสองสนามบินจึงมีแนวคิดอยากจะให้มาอยู่ที่เดียวกันและกำหนดแผนว่าจะย้ายภายในวันที่ 29 มี.ค.
“ทั้งสองเรื่องนี้ถือเป็นคนละเรื่องกัน และอย่าได้ไปพูดว่ามันสวนทางกัน ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ความจริงผมไม่ได้รับผิดชอบการบินไทย แต่ต้องการมาแปลความทั้งสองฝ่ายตามที่สื่อมวลชนมาถาม เพราะการฟื้นฟูการบินไทยเป็นเรื่องของบอร์ดการบินไทย ที่จะต้องดำเนินการและหา ดีดี คนใหม่ กระทรวงการคลังก็ได้มีการกำหนดให้กระทรวงคมนาคมทำแผนฟื้นฟู ดังนั้นเอาเรื่องนี้มาถามผม ผมก็ตอบไม่ได้ แต่ผมไม่คิดว่าเรื่องแค่นี้จะเป็นเรื่องลุกลามทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่เวลาเอาไปรายงานข่าวก็รู้สึกว่ามีสีสัน ยิ่งเป็นช่วงที่ใกล้จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย ผมว่าอย่าเอาไปว่าให้ใหญ่เกินความเป็นจริง” นายสุเทพ กล่าว



