
เอสเอ็มอีแบงก์ขอเพิ่มทุน2.5พันล.
เอสเอ็มอีแบงก์ยื่นคลังขอเพิ่มทุน 2.5 พันล้านบาท รองรับเป้าสินเชื่อใหม่ขยายตัว 20% ดันสินทรัพย์ 3 ปี ทะลุแสนล้านบาท มั่นใจปีนี้กำไรเพิ่มเป็น 700 ล้านบาท ขีดเส้นหนี้เสียลดเหลือ 25%
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ส่งแผนขอเพิ่มทุน 2,500 ล้านบาทให้กระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้ว โดยเงินเพิ่มทุนดังกล่าวมีไว้เพื่อรองรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% คาดว่าช่วยให้สินทรัพย์เพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท ในอีก 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
"ถ้าได้เงินเพิ่มทุนครั้งนี้ จะทำให้เราขยายสินเชื่อเฉลี่ยที่ 20% ได้ถึงปี 2556 จากปัจจุบันมีทุนอยู่ 2 หมื่นล้านบาท เรียกชำระจริงเพียง 1.1 หมื่นล้านบาท มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 10% กว่าๆ ถ้าไม่เพิ่มทุนสิ้นปีนี้เงินกองทุนเราจะเหลืออยู่ประมาณ 8.5% เท่านั้น" นายโสฬสกล่าวและว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ขยายตัวในอัตรา 25% จากปีก่อน หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ลูกค้ากว่า 5,000 ราย โดยเชื่อว่าความต้องการสินเชื่อของเอสเอ็มอี จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ในส่วนหนี้เสียของธนาคารปัจจุบันอยู่ที่ 36% ของยอดสินเชื่อคงค้างกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าให้ลดลงมาอยู่ที่ 25% ในปีนี้ ซึ่งปีที่ผ่านมา ได้เข้าไปบริหารจัดการหนี้เสียในเชิงรุก ให้ลดลงประมาณ 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมา ธนาคารสามารถทำกำไรได้เป็นปีแรกที่ 110 ล้านบาท หลังจากประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ตั้งเป้าหมายให้ผลกำไรอยู่ที่ 700 ล้านบาท แต่หากต้องมีการสำรองดอกเบี้ยจ่ายที่จะจ่ายในการออกตั๋วเงินฝาก (เอฟอาร์ซีดี) ประมาณ 1,000 ล้านบาท จะทำให้ขาดทุนปีนี้ประมาณ 300 ล้านบาท แต่ถือว่าเป็นการขาดทุนทางบัญชี
นายโสฬสกล่าวอีกว่า เพื่อให้ต้นทุนการเงินของธนาคารต่ำกว่าปัจจุบัน จึงมีแผนจะระดมเงินฝากจากประชาชนด้วย โดยระยะเริ่มต้นคาดหวังเพียง 3-4% ของเงินฝากในระบบ และเพิ่มเป็น 10% ในอนาคต ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจของธนาคารแล้ว



