
ธ.ก.ส.เร่งทำสัญญาประกันล่วงหน้าเล็งเก็บเบี้ยส่วนเกินโครงการ 25 ตัน
ธ.ก.ส.หวั่นประกันรายได้รอบ 2 ล่าช้า เร่งทำสัญญาล่วงหน้า 4.8 แสนรายเสร็จภายในเดือนเมษายน พร้อมให้ใช้สิทธิย้อนหลังได้ ลั่นไม่ขยายปริมาณ-เพิ่มราคาอ้างอิง เล็งเก็บเบี้ยประกันส่วนที่เกิน 25 ตัน
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวยอมรับว่าขณะนี้ไม่สามารถทำสัญญากับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้รอบ 2 จากจำนวนที่ขึ้นทะเบียน 4.8 แสนราย แต่ทำสัญญาได้เพียง 4,000 รายเท่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะกรมส่งเสริมการเกษตรมีการตรวจสอบเข้มงวดขึ้นก่อนจะออกใบรับรองให้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ธ.ก.ส.จะทำสัญญาประกันรายได้ล่วงหน้าไปก่อน โดยให้ใช้สิทธิได้ย้อนหลังถึงวันที่เก็บเกี่ยว จากนั้นเมื่อกรมส่งเสริมการเกษตรออกใบรับรองให้แล้วจึงนำมาเทียบเคียงกัน คาดว่าจะทยอยทำสัญญาล่วงหน้าได้เสร็จสิ้นทุกรายภายในเดือนเมษายนนี้ ส่วนการเปรียบเทียบข้อมูลกันน่าจะดำเนินการภายในเดือนพฤษภาคม
นอกจากนั้นในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ล่าสุดยังยืนยันตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขเดิมที่กำหนดปริมาณข้าวรับประกันราคาไม่เกินรายละ 25 ตัน แม้ว่าจะมีการเรียกร้องให้ขยายปริมาณเป็น 50 ตันต่อราย และยืนยันราคาประกันเท่าเดิม เช่น ข้าวเปลือกเจ้าอยู่ที่ 1 หมื่นบาทต่อตัน แต่มีความพยายามขอเพิ่มราคาเป็น 1.2 หมื่นบาทต่อตัน เนื่องจากเป็นราคากำหนดจากต้นทุนบวกกับกำไรอีก 30-40% อยู่แล้ว
"กขช.ได้หารือกันถึงปริมาณข้าวที่รับประกันราคา โดยเห็นว่าควรยึดที่ 25 ตันต่อไป โดยให้ถือเป็นโครงการพื้นฐานที่ช่วยเหลือเกษตรกรทุกรายและมอบหมายให้ ธ.ก.ส.พิจารณากรณีที่มีบางรายต้องการเข้าโครงการมากกว่า 25 ตัน ส่วนนี้อาจจะคิดเบี้ยประกันจึงต้องเร่งศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทั้งการคิดค่าเบี้ยประกัน ระยะเวลาที่เหมะสมแต่อาจไม่ทันฤดูกาลผลิตนี้อาจเป็นฤดูกาลหน้า เบื้องต้นคงคิดเบี้ยประกันไม่แพง ส่วนผู้รับผิดชอบอาจจะเป็น ธ.ก.ส.หรือองค์กรอื่นที่เข้ามารับประกันต่อก็ได้ ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบยังไม่ได้พูดถึง คงต้องพิจารณาให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะการจ่ายเงินส่วนต่างราคาประกันกับราคาอ้างอิงปัจจุบันรัฐเป็นผู้รับภาระทั้งหมด แต่ส่วนที่เกินจาก 25 ตันนี้รัฐอาจจะไม่ได้รับภาระก็ได้" นายลักษณ์ กล่าว



