ข่าว

 “เจ็ทสตาร์”ตัวอย่างนักลงทุนที่ไทยควรขอบคุณ

“เจ็ทสตาร์”ตัวอย่างนักลงทุนที่ไทยควรขอบคุณ

28 ก.พ. 2553

ผมได้ยินเสียงโอดครวญของนักธุรกิจและนักลงทุนไทยที่ร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเกื้อกูลยามประสบปัญหาในวิกฤติเศรษฐกิจแล้วอยากจะบอกว่า ไม่น่าจะใจปลาซิวกันอย่างนี้เลยนะครับ นักธุรกิจนักลงทุนต้อง “กล้าได้กล้าเสีย”

 ใจต้องใหญ่และมีความหนักแน่น ไม่อ่อนไหวไปกับสถานการณ์ที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการที่จะทำอย่างนั้นจึงต้องมี “แผนงาน” ที่มาจากสมองและมี “ข้อมูล”รอบด้าน นอกเหนือจากความรู้ด้านการตลาดแล้ว ในทางประวัติศาสตร์ก็ควรมีอยู่บ้างนะครับ

 ที่สำคัญต้องยอมรับว่า ในวัฏจักรที่ว่า ทุกอย่างเมื่อขึ้นสูงสุดแล้วต้องหล่นลงมา ขณะเดียวกันอะไรที่ตกลงมาต่ำแล้วต้องเหินขึ้นไปใหม่ ไม่มีอะไรพุ่งขึ้นหรือตกลงทางเดียวหรอกครับ เหตุการณ์บ้านเมืองหลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 จะเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ไปร้องโอดครวญล่วงหน้าก็เสียเชิงชายเปล่าๆ ครับ ต้องปลงให้ได้ครับว่า “อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด” และไม่ว่าอะไรจะเกิด เมื่อเรามีจุดหมายที่ชัดเจนแล้วก็ต้องก้าวไปให้ถึง

 เหมือนกรณีของสายการบินเจ็ทสตาร์ สายการบินต้นทุนต่ำของออสเตรเลียที่มีเข็มทิศพุ่งไปทิศใดเขาก็จะฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคไปยังเป้าหมายให้ได้ โดยไม่พรั่นพรึงสภาพแวดล้อมแต่อย่างใด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายบรูช บิวคานัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเจ็ทสตาร์ให้สัมภาษณ์ว่า แม้รัฐบาลออสเตรเลียจะประกาศเตือนนักท่องเที่ยวของเขาที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยในช่วงนี้ว่า ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษก็ตาม แต่เจ็ทสตาร์ก็ยังพร้อมที่จะบินมายังประเทศไทยอย่างเดิม คือนำพานักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์และออสเตรเลียมายังภูเก็ตและกรุงเทพฯ สัปดาห์ละ 41 เที่ยวบิน เท่ากับวันละ 13-14 เที่ยวบินโดยเฉลี่ย นายบิวคานันกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศสำคัญในการทำตลาด การท่องเที่ยวของไทยยังน่าสนใจในสายตาต่างชาติ เจ็ทสตาร์จึงมีแผนโปรโมทประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทราบ และพร้อมที่จะเพิ่มเที่ยวบินให้มากขึ้น

 ได้ยินคำพูดของประธานเจ้าหน้าที่บริหารเจ็ทสตาร์แล้ว ผมอยากให้รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำหนังสือขอบคุณไปยังสายการบินเจ็ทสตาร์ที่แสดงความเชื่อมั่นประเทศไทย ถือว่าเป็นการให้เกียรติประเทศไทย ในขณะที่นักธุรกิจไทย(บางคน) ส่ายหน้าเอือมระอาประเทศของตัวเอง และกล้าเผชิญกับทุกอย่างไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หรือหากเป็นไปได้ รัฐบาลไทยก็น่าจะขออนุญาตนายบิวคานันนำคำแถลงข่าวในท่อนที่ว่า

 “ประเทศไทยเป็นประเทศสำคัญในการทำตลาด และการท่องเที่ยงของไทยยังน่าสนใจในสายตาต่างชาติ” แล้วลงชื่อนายบิวคานัน แจกจ่ายไปให้สื่อต่างชาติในไทยได้นำไปเผยแพร่ต่อ หรือติดต่อขอให้นายบิวคานันเป็น “พรีเซ็นเตอร์” โปรโมทประเทศไทย ก็จะเป็นคุณกับประเทศชาติอย่างมาก ผมอยากให้การดำเนินธุรกิจของเจ็ทสตาร์เป็นบทเรียน ที่นักลงทุนไทยใจปลาซิวบางคน (ยกเว้นยักษ์ใหญ่ที่หยัดยืนอยู่ได้แล้ว) นำไปศึกษาว่าทำไมเขาจึงกล้าลงทุนแม้ว่าสถานการณ์รอบตัวยังไม่มีอะไรแน่นอน

 ผมไม่ทราบว่าเจ็ทสตาร์เปิดบินในไทยปีไหน แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตผมเคยใช้บริการและยังประทับใจอยู่… จำได้ว่าวันที่ 10 พฤษภาคม 2550 เจ็ทสตาร์เปิดบินเที่ยวแรกจากกรุงเทพฯ ตรงสู่เมลเบิร์นของออสเตรเลีย เปิดจองตั๋วล่วงหน้าหลายเดือน (ราวปลายปี 2549) ผมและภรรยาตามแห่ไปจองกับเขาด้วย ทำให้มีโอกาสเห็นเมืองในป่าอย่างเมลเบิร์น ได้เห็นตัวเป็นๆ ของนกเพนกวินพันธุ์เล็กที่สุด ได้ป้อนอาหารจิงโจ้ในฟาร์มแห่งหนึ่ง ได้เห็นหมีโคล่าบนต้นยูคาลิปตัส ได้เห็นแท่งหินมหัศจรรย์เกรท โอเชี่ยน โรด ได้เห็นโบสถ์โบราณเคียงข้างตีกทันสมัย ด้วยเงินไม่เกิน 4 หมื่นใน 7 วัน เพราะบริการเจ็ทสตาร์นี่แหละครับ…ขอบคุณที่ให้ผมรู้จักออสเตรเลีย และขอบคุณที่ทำให้คนออสเตรเลียรู้จักประเทศไทยของผม

ภาณุมาศ ทักษณา