
อำพรางจัดคาราวานทำบุญขน200ต่างด้าวพม่า
แก๊งค้าพม่าระนองอาศัยวันหยุดยาว จับต่างด้าวยัดใส่กระบะ 10 คันกว่า 200 คน อำพรางเป็นคาราวานทำบุญตบตา จนท. หวังขนข้ามจังหวัด ทหารได้กลิ่นไล่ตะครุบได้ 2 คัน อีก 8 คันไหวตัวซิ่งหนีทัน
ร.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม หัวหน้าชุดเฉพาะกิจร้อย ร. 2521 ฉก.ร. 25 กองกำลังเทพสตรี เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า ทางหน่วยข่าวทหารได้รับรายงานข่าวว่าจะมีขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวชาวพม่าในจ.ระนองจะอาศัยจังหวะช่วงวันหยุดยาวในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นช่วงที่ จนท.บางหน่วยงานหยุดทำงาน ขนแรงงานต่างด้าวชาวพม่าออกจากจ.ระนอง ไปส่งต่อยังเครือข่ายในจ.ชุมพร เพื่อนำไปส่งต่อยังจังหวัดเป้าหมาย ตนจึงได้ส่งชุดปฏิบัติการข่าวออกหาข่าวทราบว่าในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ทางกลุ่มขบวนการค้าพม่าจะอาศัยจังหวัดที่เป็นวันหยุดและเป็นวันพระใหญ่คือวันมาฆบูชาขนแรงงานต่างด้าว โดยอำพรางว่าจะเป็นขบวนทำบุญของชาวพม่าที่ออกไปทำบุญตามวัดต่างๆ ซึ่งจะเป็นพฤติกรรมปกติของชาวพม่าที่มักจะชอบออกมาทำบุญในวันพระเป็นจำนวนมากในวัดในเขตพื้นที่จ.ระนอง และอาศัยจังหวะที่เผลอของเจ้าหน้าที่แอบขนแรงงานพม่าข้ามจากจ.ระนองไปส่งยังจ.ชุมพร
ทางหน่วยจึงได้ให้ จนท.ทหารพรางออกไปดักซุ่มตามจุดต่างๆ ที่เป็นเส้นทางทางสามารถลัดเลาะไปยัง จ.ชุมพรได้ ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ทางสายข่าวรายงานว่ามีรถกระบะต้องสงสัยจำนวน 10 คัน มีแรงงานต่างด้าวชาวพม่าเต็มรถกว่า 200 คน มีพฤติกรรมน่าสงสัยได้วิ่งออกไปจากตัวเมืองระนอง โดยแยกไปหลายเส้นทาง ตนจึงแจ้งข่าวให้ จนท.ซึ่งซุ่มในจุดต่างๆ ทราบ จนในที่สุด จนทซึ่งซุ่มอยู่บริเวณบ้านทุ่งคา ต.หาดส้มแป้น อ.เมืองระนอง ซึ่งเป็นจุดที่เป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางออกจากตัวเมืองระนองลัดเลาะออกไปยังบ้านปากทรง จ.ชุมพรได้
ทางจนท.ได้รายงานว่าพบรถยนต์กระบะวีโก้ 4 ประตู สีบรอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน ชภ 6533 กรุงเทพมหานคร วิ่งคู่มากับรถยนต์กระบะวีโก้ตอนครึ่ง สีบรอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน ปท 1607 กรุงเทพมหานคร มีพฤติกรรมน่าสงสัย และสังเกตเห็นมีแรงงานต่างด้าวชาวพม่านั่งอยู่ภายในรถและกระบะท้ายเต็มคันรถ จึงได้แสดงตัวและนำแผงตะปูออกขวางถนนเพื่อสกัดรถทั้ง 2 คัน ทำให้แรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่นั่งอยู่ภายในรถเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะถูก จนท.จับกุมได้อาศัยจังหวะชุมมุลวิ่งหลบหนีขึ้นบนภูเขาหลบหนีการจับกุมไปได้ 15 คน
ในช่วงที่ จนท.เข้าไปตรวจค้นทั้งคนขับและแรงงานชาวพม่าได้แจ้งต่อ จนท.ว่าจะไปทำบุญ แต่เมื่อ จนท.ตรวจค้นภายในรถพบกระเป๋าเดินทางจำนวนมาก ทำให้ยอมจำนนต่อหลักฐานและยอมรับว่าจะเดินทางไปยังจ.ภูเก็ต และพังงา โดยทาง จนท.สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ 31 คน พร้อมคนขับทราบชื่อนายสุรศักดิ์ จรรยา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/69 ม. 1 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง และนายอัฐนิรัตน์ ศรีคง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.1 ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนแรงงานต่างด้าวชาวพม่าจากนายหน้าค้าพม่าคนหนึ่งเพื่อให้ไปส่งยังจ.ชุมพร ที่อ.พะโต๊ะ โดยได้รับค่าจ้างคนละ 3,000 บาท”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่ทาง จนท.ทหารกำลังจับกุมรถกระทั้ง 2 คันบนถนนเส้นทางสายบ้านทุ่งคา ไปยังบ้านปากทรงจ.ชุมพร ได้รับรายงานจากสายข่าวว่ากำลังมีรถกระบะวีโก้สีดึ่งเป็นคันที่สามที่บรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวพม่ามาเต็มคันรถกำลังวิ่งมาในเส้นทางดังกล่าว ทาง จนท.จึงได้จอดซุ่มข้างทางเพื่อเตรียมจับกุม แต่ปรากฏว่าต่อมาได้รับแจ้งว่ารถคันได้กล่าวได้เปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางอื่น ซึ่งคาดว่าอาจจะมีเครือข่ายที่รอดการจับกุมก่อนหน้านี้ได้โทรศัพท์ไปแจ้งข่าว ทางจนท.จึงได้สลายกำลัง ส่วนรถกระบะอีก 7 คันที่ขนพม่ามาพร้อมกันนั้นทาง จนท.กำลังระดมออกสกัดตามจุดต่างๆ ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ ทางจนท.ได้นำผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวพม่านำมาควบคุมตัวไว้ที่หน่วย ร. 2521 ฉก.ร.25 ก่อนที่จะนำส่งยัง สภ.ปากน้ำ เพื่อดำเนินคดีต่อไปโดยคนขับรถทั้ง 2 คน ดำเนินคดีในข้อหานำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ถูกจับกุมได้ทั้ง 31 คนดำเนินคดีในข้อหาเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรีกล่าวว่า ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนด้านจ.ระนอง-เกาะสองขณะนี้อยู่ในสภาวการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก รวมถึงการที่มี จนท.บางหน่วยงานคอยให้ความช่วยเหลือ ทำให้ทาง จนท.ผู้ปฏิบัติปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก ซึ่งล่าสุดทางหน่วยได้มีการเสริมกำลังเข้ามาอีกจำนวนหนึ่งเพื่อที่จะดำเนินการกวาดล้าง สกัดกั้นและจับกุมแรงงานต่างด้าว รวมถึงผู้ให้การสนับสนุน
ด้านนายสุรศักดิ์ จรรยา คนขับรถบรรทุกพม่ากล่าวว่าเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาวไม่คิดว่าทาง จนท.จะทำงาน ซึ่งวันนี้เป็นวันพระใหญ่ ทางตนจึงวางอุบายอำพรางว่าจะนำพม่าไปทำบุญ ไม่คิดว่าทาง จนท.จะไหวตัวทันจนถูกจับกุม
น.ส.โย กล่าวว่า เป็นเป็นชาวพม่า มาจาก จ.เมาะลำไย จะเดินทางไปทำงานที่จ.ภูเก็ต ในร้านอาหารแห่งหนึ่งโดยเพื่อนที่ไปทำงานได้หางานทำไว้ให้ จึงได้ติดต่อนายหน้าชาวพม่าที่ จ.เกาะสองเพื่อประสานงานการเดินทาง โดยจ่ายค่าจ้างให้กับนายหน้าไปแล้ว 3,000 บาท และจะต้องจ่ายอีก 3,000 บาทเมื่อเดินทางไปถึงเป้าหมาย



