ข่าว

เผยในหลวงทรงเตือนคนไทยปท.เผชิญวิกฤติมาตลอด

เผยในหลวงทรงเตือนคนไทยปท.เผชิญวิกฤติมาตลอด

28 ก.พ. 2553

งาน"มหกรรมรวมพลังองค์การบริหารส่วนตำบลอุทิศตนปิดทองหลังพระ" บนเวทีเสวนาเรื่อง"ภูมิปัญญากับการพัฒนาท้องถิ่น" ระบุ "ในหลวง" ทรงเตือนคนไทย-ประเทศ เผชิญวิกฤติ ภัยสิ่งแวดล้อม ภัยทางสังคม ภัยเศรษฐกิจ มาตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงาน"มหกรรมรวมพลังองค์การบริหารส่วนตำบลอุทิศตนปิดทองหลังพระ" ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 28 ก.พ.2553  ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการจัดงาน โดยเวทีเสวนาเรื่อง"ภูมิปัญญากับการพัฒนาท้องถิ่น" มีนายพงศา ชูแนม รองผู้จัดการใหญ่ธนาคารต้นไม้ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และ ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ เลขาธิการสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมเป็นวิทยากร  ส่วนผู้เข้าร่วมเวทีเสวนามีประมาณ 80 - 100 คน เท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่และข้าราชการประจำ อบต.ต่างๆ รวมทั้งภาคประชาชนที่เข้าร่วมสังเกตการณ์

 นายวิวัฒน์ กล่าวว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเตือนสังคมไทย เท่าที่จับความได้ตั้งแต่ปี 2510 เตือนมาตลอดส่ง ส.ค.ส.ให้คนไทยทั้งประเทศมาโดยตลอด ในนั้นมี  ส.ค.ส. เป็นรูปประเทศไทยล้อมรอบด้วยระเบิดอยู่ 4 ลูก จุดฉนวนแล้ว ลูกหนึ่งอยู่บนเรือสินค้า ใน ส.ค.ส.เขียนว่ามีระเบิดอยู่ทั่วโลก ลูกระเบิดใน ส.ค.ส.นั้นตนเองตีความเอาเองว่าลูกที่ 1 พบว่าหมายความถึงสภาพแวดล้อมโลกกำลังไปไม่รอดแล้ว จ.เชียงใหม่ในช่วงฤดูหนาวมีไฟป่าจนเกิดปัญหาหมอกควัน  2 ปีก่อนรัฐบาลต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติหมอกควัน ภัยธรรมชาติไม่ได้เกิดเฉพาะจ.เชียงใหม่ ขณะที่ภาคเหนือมีปัญหาไฟป่า ภาคกลางก็แห้งแล้ง หลายภูมิภาคทั้วประเทศต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติ

 นอกจากภัยธรรมชาติโรคระบาดเป็นระเบิดลูกที่สองที่ตามมา โรคระบาดในพืชผักในประเทศไทยเกิดแล้ว ทั้งสวนยาง สวนผลไม้ในจ.จันทบุรี  โรคระบาดในสัตว์  ไม่มียารักษาวิธีแก้ปัญหาต้องขุดหลุดขนาดใหญ่ฝังนั้นคือสิ่งที่มนุษย์กระทำกับสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยง และโรคระบาดได้ลามถึงคนแล้ว แต่ยังน้อยกว่าโรคระบาดที่ไม่ติดต่อ เช่น โรคระบาดจากยาเสพติด ฯลฯ มีโรคระบาดเกิดขึ้นกับมวลมนุษย์และพืชพันธุ์   หลังเกิดโรคระบาดในคนสัตว์ พืช และภัยธรรมชาติ ระเบิดลูกที่สาม คือ ความอดยากภาวะข้าวยากหมากแพงกำลังเข้าครอบงำเต็มไปทั้งโลกรวมทั้งประเทศไทยซึ่งขณะนี้ก็เกิดแล้ว ภัยที่เกิดขึ้นอาจเรียกได้ว่า เป็นภัยสิ่งแวดล้อม ภัยทางสังคม และสุดท้ายคือ ภัยเศรษฐกิจ

 นายวิวัฒน์ กล่าวว่า โลกทั้งโลกพยายามยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าแต่ขณะนี้เอเชียทำสำเร็จแล้ว ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2553   ไม่มีกำแพงภาษี เราจะมีทั้งได้เปรียบเสียเปรียบ แต่คนรวยจะได้เปรียบ ส่วนคนจนจะลำบากมาก นี้คือภัยทางเศรษฐกิจที่เปิดดเสรีการค้า ทำให้คน 90% อดยาก คนอีก 10% จะมีกำลังไปกว้านซื้อสินค้าที่ไหนก็ได้อย่างเสรี แต่คน 90% จะอดอยาก นี้คือทฤษฎีของเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีที่ทำให้คนจนอดอยาก

 ส่วนระเบิดลูกที่ 4 คือความขัดแย้ง คู่ขัดแย้งมีเต็มไปหมดจนน่าเป็นห่วง มีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน เสื้อเขียว และเสื้อขาว ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นทั่วโลกไม่เฉพาะประเทศไทย  ความขัดแย้งจะนำไปสู่สงครามทั่วโลก กระจัดกระจายไปในหลายประเทศ มีคู่ขัดแย้งเต็มไปหมดแต่ที่น่าห่วงผลพวงของสงครามจะนำไกปสู่การทำลายล้างต่อ ทำให้ผู้คนอดอยากเพราะผู้คนไม่สามารถทำมาหากิน ถ้าโลกร้อนแล้งจนถึงที่สุดต้นไม้จะหยุดโตไม่สามารถกักเก็บคาร์บอนไว้ในต้นได้  ต้นไม้ใช้อ๊อกซิเจนหายใจเหมือนคนเพราะเป็นสิ่งมีชีวิต  ถ้าแล้งมากจนต้นไม้หยุดโตต้นไม้จะเก็บอ๊อกซิเจนไว้แล้วคายคาร์บอนไดอ๊อกไซต์แยกอ๊อกซิเจนจากคน เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ห่วงที่สุด

 "ทุกคนเห็นด้วยหรือไม่กับวิกฤตระเบิด 4 ลูก ที่พระองค์ท่านทรงเตือนอย่าประมาท และต้องเร่งเอาจริงเอาจังในหาการร่วมมือกันและเตรียมการแก้ไข อย่ามองข้ามไม่ใช่เรื่องกระต่ายตื่นตูมแล้ว เพราะเชื่อมั่น 100% ว่าหากเรายังเป็นเช่นนี้จะไปไม่รอด จึงต้องหันมาพึ่งตัวเองให้มาก หลายเรื่องเรามีเคล็ดวิชา มียุทธวิธีและกำหนดก้าวการเดินซึ่งไปได้พอสมควรแล้ว "นายวิวัฒน์กล่าว

  นายพงศา กล่าวว่า  ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553  ได้เคาะระฆังยกเลิกการจัดเก็บภาษีตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า นั้นหมายถึงว่าพ่อค้าจะใหญ่กว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน มีการทำลายขอบเขตห้ามเก็บภาษีนำเข้าสินค้า ยกเว้น มันฝรั่ง มะพร้าวแห้ง  วิกฤตกำลังอยู่รอบประเทศไทย นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจนนำไปสู่สงครามในที่สุด

 "ส.ค.ส.ของในหลวงปี 2547 มีแผนที่ประเทศไทยอยู่ตรงกลางกรอบสี่เหลี่ยม  มีระเบิดล้อมรอบอยู่ 4 ลูก และมีข้อความเขียนว่ามีระเบิดอยู่ทั่วโลก ส่วนด้านซ้ายในมหาสมุทรอินเดียมีรูปเรื่องสินค้าแล่นมาจากตะวันตกสู่แผ่นดินสุวรรณภูมิ  แสดงว่าชาติเราจะถูกล่าอาณานิคมอีกครั้งหนึ่งแต่ไม่ใช่เรือรบเป็นเรือการค้า เป็นการล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่ วิธีการที่ทำใช้การค้าเปลี่ยนทุกอย่างในประเทศเราให้เป็นกระดาษาและค้าขาย" นายพงศา กล่าวและว่า

 ปัจจุบันประเทศไทยมีที่ดินอยู่ 321 ล้านไร่  121 ล้านไร่เป็นที่ป่าเข้าทรัพยากรส่วนรวม ไม่นับรวมทะเล อีก 200 ล้านไร่ เป็นที่ทำกินของคน 66 ล้านคน ใน 200 ล้านไร่ จำนวน 100 ล้านไร่ เป็นของคนรวย นายทุนไม่ถึง 5 แสนคน อีก 65 ล้านคน มีที่ดิน 100 ล้านไร่ หรือเฉลี่ยคนละ 2 ไร่  และใน 100 ล้านไร่ของนายทุนแปลงเป็นกระดาษแล้วนำไปจำนำไว้กับธนาคารต่างชาติ ปัจจุบันคนไทยกลายเป็นแค่ผู้ใช้ในแผ่นดินเท่านั้นไม่ใช่เจ้าของ แผ่นดินตกเป็นของต่างชาติหมด   

 ดร.สุมิท กล่าวว่า   สิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวเตือนเรื่องวิกฤตที่จะเกิดขึ้นข้อมูลเชิงประจักษ์เกิดขึ้นแล้ว  ถ้าเราแยกการพัฒนา ชุมชนและภูมิปัญญาอยู่ที่พวกเราจะนำประเทศไปรอดหรือไม่  เพราะตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาประเทศไทยพัฒนาโดยคนกลุ่มน้อยเพื่อคนกลุ่มใหญ่ คนกลุ่มน้อยที่พัฒนาจะทำเพื่อตัวเองจึงเป็นการพัฒนาที่ผิด การพัฒนาแบบที่ประเทศเราทำมา 50 ปี ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องผิด ผู้บริหารชุมชนต้องตั้งเป้าหมายใหม่ คนคืออ กลุ่มเป้าหมายและเป้าหมายการพัฒนาคืออะไร ประเทศเราตั้งเป้าหมายการพัฒนาโดยจีดีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ  แต่บริบทสั่งคมไทยไม่ได้วัดแบบนั้น ไม่ใช่สังคมเงินตรา  เป็นสังคมเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่  

 "ทุกอย่างที่เป็นจุดแข็งของสังคมไทยไม่ได้อยู่ในระบบวัดค่าความเจริญ การถ้าตั้งโจทย์วัดคืออะไรที่ผ่านมาเป็นเงินเข้าระบบอย่างเดียว ส่งเสริมแบบนี้แล้วจะวัดค่าความเจริญได้ วิถีความเข้มแข็งของสังคมไทยและการพึ่งตนเองไม่ได้อยู่ในระบบวัดด้วย ฉะนั้นผู้บริหารประเทศที่พูดว่าจะบริหารด้วยหลักเศรษฐกิอจพอเพียงกำลังหลอกตัวเอง เพราะการพึ่งตัวเองไม่ได้อยู่ในระบบวัดด้วย"ดร.สุมิทกล่าว