
ปทีปสั่งเข้มบ้านบุคคลสำคัญ9ผู้พิพากษา-ธ.กรุงเทพ
ปทีปสั่งการเข้มจุดตรวจ บ้านพักบุคคลสำคัญ 9 องค์คณะผู้พิพากษา- ธ.กรุงเทพ อย่างไม่มีกำหนดขอกำลังทหารเสริม พร้อมสั่งจับตากลุ่มฮาร์ดคอร์ ให้ตร.ฟังการปราศรัยและรายงานมายังศปก.ตร. เพื่อประเมินสถานการณ์ ระบุระเบิด 4 จุดมีความเชื่อมโยงกัน -ไม่ใช่ฝีมือคนธรรมดา
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีเหตุการณ์วางระเบิด 4 จุดในพื้นที่นครบาลและสมุทรปราการเมื่อวานนี้ต่อเนื่องจนถึงเช้ามืดวันนี้ ทางพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงด่วนที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา สบ10 ฝ่ายความมั่งคงและกิจการพิเศษ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผช.ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคงและกิจการพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยใช้ระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังกองบัญชาการต่าง ๆ รวมทั้ง บช.1-9 กำชับให้ใช้มาตรการป้องกันเหตุระเบิด โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชม.
ภายหลังประชุม พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมทั่วประเทศนั่นมีเรื่องของการชุมนุม ปราศรัย ในพื้นที่ทั่วประเทศ แต่เท่าที่ได้รับรายงานขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทได้สั่งการให้แต่ละพื้นที่เฝ้าฟังการชุมนุมและรายงานมายังต้นสังกัดให้รับทราบตามลำดับ
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวต่อว่า หลังจากมีเหตุการณ์ลอบวางระเบิด 4 จุดนั้นก็ให้ตำรวจในกทม.และปริมณฑลเพิ่มกำลัง และความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจ โดยเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพสาขาต่างๆ 14 จุดสำคัญในกทม. และ 38 จังหวัดที่เคยมีการระมัดระวังไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนบ้านพักบุคคลสำคัญ สถานที่ราชการ และ 9 องคณะพิพากษายังดูแลความปลอดภัยไปเรื่อย ๆ ไม่มีกำหนด สำหรับเหตุระเบิดทั้ง 4 จุดนั้นได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลและบช.ภ. 1 ดำเนินการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นพบว่าทุกจุดมีความเชื่อมโยงกัน แต่อย่าเพิ่งไปคาดเดาว่าเป็นกลุ่มไหน และตั้งข้อสังเกตุได้ว่าระเบิดที่ใช้ก่อเหตุนั้น บุคคลธรรมดาไม่สามารถครอบครอบได้อยู่แล้ว ทั้งนี้จะประสานไปยังกองทัพเพื่อขอกำลังทหารมาช่วย เนื่องจากกำลังไม่เพียงพอ
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉินหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ต้องอยู่ในดุลพินิจของคณะตรวจสอบเพื่อพิจารณาเสนอรัฐบาล สำหรับกลุ่มฮาร์ดคอร์ของพล.ต.ขัตติยะ สัวสดิพล หรือเสธฯแดง ได้แจ้งให้ทุก บช. ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
ผบก.น.9 เรียกผกก.ทุกโรงพักประชุมด่วน
เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถเก็บรวบรวมพยานหลักฐานใดๆ ได้มากเท่าที่ควร ในช่วงเช้าวันนี้จึงได้เรียกประชุมผู้กำกับการทุกโรงพัก และ ผู้กำกับการสืบสวน บก.น.9 เพื่อวางแนวทางในการทำงาน ก่อนลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยเฉพาะพยานบุคคล สำหรับมาตรการในการป้องกันเหตุซ้ำซ้อนตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพัก และชุดจู่โจมสลาตัน 2009 เพิ่มความถี่ในการออกตรวจตราพื้นที่ล่อแหลมและวางกำลังซุ่มโป่งตามธนาคารทุกแห่งให้มากขึ้นแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.ยุคลเดช ตันสกุล ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องพนักงานสอบสวนได้นำตัวพยานซึ่งเป็น รปภ.ของโชว์รูมรถอีซูซุ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุไปสอบสวนแล้ว จำนวน 1 ปาก แต่พยานก็ยืนยันว่า ไม่เห็นตัวคนร้าย นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทำการประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคาร และบริษัทห้างร้านที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก แต่ขณะนี้ยังไม่พบภาพของบุคคลต้องสงสัย ส่วนในวันนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานน่าจะส่งผลการตรวจสอบลายนิ้วมือบนลูกระเบิดของกลางมาให้ประกอบสำนวนคดีได้
“อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเที่ยงคืนวานนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ได้เรียกประชุมตำรวจเจ้าของท้องที่ที่มีเหตุระเบิดไปประชุมร่วมกันที่ สน.ยานนาวา และกำชับว่า ให้จัดกำลังเฝ้าดูแลธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพ และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งล่อแหลมต่อการถูกก่อเหตุเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ส่วนวันนี้ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. จะมีการเรียกผู้กำกับการทุกโรงพักในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าประชุมสรุปผลการทำงานกันอีกครั้งที่ห้องประชุมใหญ่ บช.น.” พ.ต.อ.ยุคลเดช กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผกก.สส.บก.น.9 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผู้บังคับบัญชาได้วางแนวทางในการทำงานเอาไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวน บก.น.9 ไปเฝ้าระวังตามพื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะมาก่อเหตุขึ้นอีก ส่วนเรื่องที่สองคือสั่งการให้ชุดสืบสวน บก.น.9 ทำการประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่สำคัญและบริษัทห้างร้านในพื้นที่ บก.น.9 เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงไปหาตัวคนร้ายว่า จะใช่กลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ ในเวลาไล่เลี่ยกันหรือไม่ แต่เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นคืนวันเสาร์ ต่อเนื่องเข้าวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด ทำให้การประสานขอข้อมูลเกิดความล่าช้าคาดว่าในวันพรุ่งนี้น่าจะได้พยานและหลักฐานเพิ่มเติมในอีกหลายประเด็น
ลพบุรีวางกำลังเข้มธนาคารกรุงเทพ 24 ชั่วโมง
รายงานข่าวแจ้งว่าพล.ต.ต. ชาติชาย แตงเอี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมเข้ม ธนาคารกรุงเทพ สาขาต่างๆในจังหวัดลพบุรี เนื่องจากมีเหตุมาจากการวางระเบิดธนาคารกรุงเทพ หลายจุดในกรุงเทพฯมหานครทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลพบุรี ต้องออกมาระวังเหตุ
พ.ต.ท.ประเสริฐ หนูแก้ว รองผู้กำกับการ ตำรวจภูธร สภ.ท่าหิน เมืองลพบุรี กล่าวว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหมุนเวียนเฝ้าระวังธนาคารกรุงเทพ สาขาลพบุรี โดยมีตำรวจประจำและหมุนเวียน ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะในลพบุรีนั้นธนาคารกรุงเทพมีหลายสาขาที่ต้องเฝ้าระวัง
พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ วงษ์การค้า สวป.สภ.เมืองลพบุรีกล่าวว่า ในเขตเมืองลพบุรี มีธนาคารกรุงเทพ สาขาสระแก้ว สาขา ศาลากลางจังหวัด สาขาในห้างสรรพสินค้าทั้งชบิ๊กซี โลตัว คาร์ฟูร์ สำหรับในศูนย์การค้านั้น ทางห้างมี รปภ. ส่วน สาขา สระแก้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังเฝ้าตลอด 24 ชั่วเช่นกัน
ด้านพ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา ผกก.สภ.บ้านหมี่กล่าวว่า ที่บ้านหมี่มีธนาคารกรุงเทพเพียงสาขาเดียว และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวัง อีกทั้งจุดสกัดของ ตำรวจบ้านหมี่ก็ตั้งอยู่ติดกับธนาคารกรุงเทพสาขาบ้านหมี่จึงไม่น่าจะกังวลเพราะจุดสกัด มีตำรวจประจำตลอด 24 ชั่วโมง



