ข่าว

DSIรับลูกยึดทรัพย์เล็งสอบปกปิดโครงสร้างหุ้นชินฯ

DSIรับลูกยึดทรัพย์เล็งสอบปกปิดโครงสร้างหุ้นชินฯ

28 ก.พ. 2553

"พท."เตรียมยื่นหนังสือถาม“นายกฯ”ขึ้นบัญชีดำตระกูลชินวัตร-ดามาพงศ์–พท. พร้อมร้องกก.สิทธิ ฯ 4 มี.ค.ดำเนินการตามกฎหมายละเมิดสิทธิ์ ขณะที่องค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ผ่าน หน.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบ – แก้ไขพฤติการณ์ทำพุทธศาสนาเสียหาย

 (28 ก.พ.) ที่พรรคเพื่อไทย ถ.พระราม 4 เมื่อเวลา 10.10 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเตรียมยื่นหนังสือตรวจสอบ - สอบถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลขึ้นบัญชีดำตระกูลชินวัตร – ดามาพงศ์ กลุ่มพรรคเพื่อไทย รวม 212 คน ว่า ตามที่ปรากฏรายชื่อบุคคลจำนวน 212 คน ถูกรัฐบาลขึ้นบัญชีดำ ซึ่งรายชื่อดังกล่าวน่าจะเป็นการกำหนดขึ้นโดยฝ่ายความมั่นคง แต่รายชื่อทั้งหมดได้หลุดรอดออกมาปรากฏตามสื่อมวลชนและเว็ปไซต์ต่างๆ ซึ่งเหตุที่มีการเปิดเผยรายชื่อคงเพราะมีผู้หวังดีต่อประเทศชาติและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล

 ขณะที่รายชื่อที่ปรากฏ 100 รายชื่อแรกเป็นคนในตระกูลชินวัตร ตระกูลดามาพงศ์ และคนใกล้ชิด รวมถึงพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมถึงกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ซึ่งมีทั้งที่เป็น ส.ส.อยู่ในปัจจุบันในสังกัดพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีในสังกัดของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน รวมถึงนักธุรกิจชื่อดัง นายทหารและนายตำรวจทั้งในราชการและเกษียณอายุราชการไปแล้ว ที่มีความใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทย ส่วนอีก 101 รายชื่อเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอยู่ในขณะนี้

 นอกจากนี้ยังปรากฏชื่อพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ถูกขึ้นบัญชีดำด้วย 11 รูป และกลุ่มพระสงฆ์อีก 6 รูปแต่ยังไม่ระบุชื่อ ซึ่งการนำพระสงฆ์ที่เคารพและเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธไปอยู่ในบัญชีดำด้วยนั้นเป็นสิ่งที่คนไทยไม่อาจยอมรับได้ ขณะที่ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่าหลังจากขึ้นบัญชีดำแล้ว ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ คอยติดตามผู้ถูกขึ้นบัญชีบางคนด้วย

 “ หากรายชื่อตามบัญชีดำดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ถือเป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และเป็นการกระทำที่สมควรประณามอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้หลักนิติรัฐ ซึ่งมีรัฐธรรมนูญบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไว้ แต่รัฐบาลกลับใช้วิธีสกปรกและละเมิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการดำเนินการกับคนที่คิดเห็นแตกต่างกับตนเอง จึงถือได้ว่ารัฐบาลนี้ปากเป็นประชาธิปไตยแต่หัวใจเผด็จการ เหมือนปีศาจ คาบคัมภีร์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวคงมิใช่ความคิดของคนในรัฐบาลโดยลำพัง แต่คงเป็นการสั่งการของผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลที่คอยชักใยรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง ที่ต้องการกำจัดฝ่ายตรงข้ามให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด” นายพร้อมพงส์กล่าวและว่า
 ตนจะเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 10.00 น.ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบและจะสอบถามถึงเหตุผลในการขึ้นโดยวันที่ 4 มี.ค. เวลา 10.00 น. จะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่วันเดียวกันนี้ องค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย กว่า 30 คนซึ่งนำโดยคุณหญิงสมปอง วรรณิสสร รองประธานชาวพุทธแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ถึงนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรื่องกล่าวหาและขึ้นบัญชีรายชื่อพระเถรผู้ใหญ่ 11 รูปว่าเป็นผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ควรเฝ้าระวัง โดยแถลงการณ์ดังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการออกนามพระเถระผู้ใหญ่ทุกรูปและดำเนินการจัดการแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็วเพื่อปกป้องพระศาสนาและเพื่อสร้างความสามัคคีให้แก่คนในชาติและบ้านเมือง เพราะตาม รธน. ปี 2550 มาตรา 79 บัญญัติให้รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา

DSIรับลูกยึดทรัพย์เล็งสอบปกปิดโครงสร้างหุ้นชินฯ 

 (28ก.พ.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ภายหลังศาลฏีกาแผนกคดีอาญา ฯ  มีมติว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนากยฯ ปกปิดอำพรางโครงสร้างหุ้น บริษัท ชินคอร์ปฯ  ว่า ดีเอสไอ จะเร่งศึกษาพิพากษาคำพิพากษาของศาลว่ามีส่วนใด เป็นความผิดพรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฯ ซึ่งเป็นความผิดพ.ร.บ.แนบท้ายกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษอย่างไรบ้าง ส่วนคดีปกปิดโครงสร้างหุ้น บริษัทเอสซีแอสเซท ซึ่งอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องและดีเอสไอในสมัยพ.ต.อ.ทีวีสอดส่องเป็นอธิบดีไม่โต้แย้งตามกฎหมายถือว่า คดีสิ้นสุดไปแล้ว เว้นแต่จะมีหลักฐาน หรือประเด็นใหม่ อันสำคัญจึงสามารถรื้อฟื้อคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้อีกครั้ง